Articlesบทความนักเขียนเทียบหมัดต่อหมัด ‘ลดภาษีน้ำมันดีเซล’ vs ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ นโยบายไหนช่วยรายย่อยและกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากของจริงได้จริง?

เทียบหมัดต่อหมัด ‘ลดภาษีน้ำมันดีเซล’ vs ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ นโยบายไหนช่วยรายย่อยและกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากของจริงได้จริง?

พอใกล้เวลาสิ้นปีงบประมาณ เราก็จะได้ยินข้อเสนอแนวทางต่างๆ เพื่อให้รัฐบาลนำงบประมาณมาใช้กระตุ้นเศรษฐกิจ ทั้งวิธีดั้งเดิมอย่างการ “แจกเงิน” ให้ประชาชนโดยตรง หรือการ “ลดราคาน้ำมัน” (ตามที่บางพรรคการเมืองพยายามนำเสนอเพื่อโจมตีโครงสร้างการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก)

ข้อเสนอเหล่านี้มีเหตุผลในตัวเอง แต่สิ่งสำคัญอาจไม่ใช่แค่ว่า “จะใช้เงินเท่าไร” แต่อยู่ที่ว่า “เงินก้อนนั้นกำลังเข้าไปตอบโจทย์ไหนของปัญหาที่กำลังเกิดขึ้น” หากวิเคราะห์ทั้ง 3 นโยบาย จะทำให้เห็นภาพมากขึ้น

🔴 1. ลดราคาน้ำมัน = ลดต้นทุน (แต่กำไรไปตกที่ใคร?)
รัฐเข้าไปช่วยที่ต้นทุนพลังงานโดยตรง คนเติมน้ำมันจ่ายน้อยลง รถขนส่งและธุรกิจที่ใช้น้ำมันมีต้นทุนลดลง แต่ประโยชน์ที่แต่ละคนได้รับย่อมแตกต่างกันตามการใช้น้ำมันของแต่ละคน และผลจากต้นทุนที่ลดลงยังต้องผ่านกลไกของธุรกิจก่อนจะส่งต่อไปถึงราคาสินค้าและบริการ

เพราะในความเป็นจริง เราต่างรู้ดีว่าเมื่อราคาน้ำมันลดลง ผู้ประกอบการรายใหญ่หรือบริษัทขนส่งแทบไม่เคยปรับลดราคาสินค้าลงตาม ต้นทุนที่ลดลงจึงกลายเป็นเพียง “กำไรส่วนเกิน” ที่ถูกเก็บเข้ากระเป๋าทุนใหญ่ ขณะที่พ่อค้าแม่ค้าตลาดนัด หรือผู้บริโภคระดับล่าง กลับไม่ได้รับอานิสงส์จากเงินอุดหนุนมหาศาลก้อนนี้เลย

🔴 2. แจกเงิน = เพิ่มเงินในมือ
ประชาชนได้รับเงินโดยตรงและสามารถนำไปใช้จ่ายได้ทันที ข้อดีคือเห็นผลกับผู้ได้รับเงินอย่างชัดเจน แต่ก็มีคำถามต่อว่าเงินก้อนนั้นจะถูกนำไปใช้จ่ายมากน้อยแค่ไหน และจะไหลกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจผ่านช่องทางใด (หรือสุดท้ายจะไหลไปกระจุกตัวอยู่กับห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่เพียงไม่กี่แห่ง)

🔴 3. ไทยช่วยไทย พลัส = เพิ่มกำลังซื้อ พร้อมต่อลมหายใจ SME
ซื้ออาหาร 100 บาท: ประชาชนจ่าย 40 บาท / รัฐร่วมจ่าย 60 บาท / ร้านค้าได้รับ 100 บาท

เงินรัฐจึงไม่ได้เข้าไปช่วยแค่ “คนซื้อ” แต่เข้าไปเป็นรายได้ของ “คนขาย” ในธุรกรรมเดียวกัน นี่คือจุดต่างสำคัญ เพราะถ้าร้านค้ามีลูกค้า ร้านก็มีรายได้ เมื่อมีรายได้ ก็มีเงินซื้อวัตถุดิบ จ่ายค่าแรง ค่าเช่า หรือซื้อสินค้าจากผู้ประกอบการรายอื่นต่อ (ทำให้เกิดพายุหมุนทางเศรษฐกิจในระดับฐานรากอย่างแท้จริง)

🔴 หากเปรียบเทียบทั้งสามภาพพร้อมๆ กัน เราก็จะได้เห็นว่า:

▪️ ลดน้ำมัน → ช่วยลดต้นทุน (เอื้อกลุ่มทุน)
▪️ แจกเงิน → ช่วยเพิ่มเงินในมือ (แต่ควบคุมทิศทางไม่ได้)
▪️ ไทยช่วยไทย พลัส → ช่วยเพิ่มกำลังซื้อและรายได้ของร้านค้าไปพร้อมกัน (เงินหมุนเวียนในชุมชน)

🔴 สิ่งที่น่าสนใจคือ ไทยช่วยไทย พลัสไม่ได้มีแค่แนวคิดบนกระดาษ แต่มีตัวเลขจากการดำเนินงานจริงให้ดูแล้ว:

▪️ 26.04 ล้านคน ได้รับสิทธิ
▪️ 1.19 ล้านร้านค้า ผ่านการตรวจสอบ
▪️ 161,555.6 ล้านบาท คือยอดใช้จ่ายสะสม (รัฐร่วมจ่าย 92,900.7 ล้านบาท / ประชาชนร่วมจ่าย 68,654.9 ล้านบาท)

ยอดใช้จ่ายกว่า 155,335 ล้านบาท เกิดผ่านร้านค้าทั่วไป และอีกกว่า 6,219 ล้านบาท ผ่าน Food Delivery

ตัวเลขนี้ไม่ได้หมายความว่าโครงการสร้าง GDP เพิ่มขึ้น 1.61 แสนล้านบาท แต่กำลังบอกเราว่า เงินรัฐถูกนำมาจับคู่กับเงินของประชาชน และเกิดเป็นธุรกรรมซื้อขายจริงกว่า 1.61 แสนล้านบาท ภายในโครงการ

นี่จึงเป็นอีกวิธีหนึ่งในการมองนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ไม่ใช่แค่ถามว่า “รัฐจ่ายเงินไปเท่าไร?” แต่ต้องถามต่อว่า “เงินนั้นไปถึงใคร และทำให้เกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจอะไรขึ้น?”

🔴 เพราะนโยบายแต่ละแบบมีโจทย์ของตัวเอง

▪️ ถ้าโจทย์คือช่วยธุรกิจที่มีต้นทุนน้ำมันสูง → ลดต้นทุนน้ำมัน ก็มีเหตุผล

▪️ ถ้าโจทย์คือเพิ่มเงินในมือประชาชนทันที → การให้เงินโดยตรง ก็มีเหตุผล

▪️ แต่ถ้าโจทย์คือ “ทำให้ประชาชนทั้งประเทศยังมีกำลังซื้อ พร้อมทำให้ร้านค้ารายย่อยทั้งประเทศยังมีรายได้”

ไทยช่วยไทย พลัส จึงมีจุดแข็งตรงที่พยายามตอบสองโจทย์พร้อมกัน ช่วยคนซื้อ และช่วยคนขาย เพิ่มกำลังซื้อ และเพิ่มรายได้ ลดภาระวันนี้ พร้อมรักษากิจกรรมทางเศรษฐกิจของร้านค้ารายย่อย ป้องกันไม่ให้ธุรกิจ SME ต้องล้มหายตายจากไปในสภาวะเศรษฐกิจฝืดเคือง

สุดท้ายแล้ว การออกแบบนโยบายที่ดีอาจไม่ได้อยู่ที่ว่ารัฐกำลัง “แจกมากที่สุด” หรือ “ลดราคาได้มากที่สุด” แต่อยู่ที่ว่า เงินของรัฐเข้าไปแก้โจทย์ปัญหาที่เศรษฐกิจกำลังเผชิญอยู่ได้ “ตรงจุด” แค่ไหน

และการเลือกอุดหนุนรายย่อย ย่อมดีกว่าการเอาเงินภาษีไปอุ้มราคาน้ำมันเพื่อต่อยอดกำไรให้กลุ่มทุนใหญ่ อย่างที่หลายคนพยายามชี้นำอย่างแน่นอน

บทความโดย: ดร.ณัฐวรินธร บวรภัควุฒิสิริ
ประธานคณะสื่อสารองค์กร สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย

#TheStructure
#TheStructureNews
#สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย #ณัฐวรินธรบวรภัควุฒิสิริ #ไทยช่วยไทยพลัส

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้ที่มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้งานเว็บไซต์ได้อย่างเป็นปกติ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณ เพื่อให้เราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมและความสนใจของคุณ

บันทึกการตั้งค่า