สุริยะผลักดัน รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย จ่อตั้งกองทุนซื้อคืนรถไฟฟ้า และเก็บค่าธรรมเนียมรถติด
นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม กล่าวถึงนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ที่ในปัจจุบันได้ดำเนินการไปแล้ว 2 เส้นทางได้แก่ โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน-คลองบางไผ่ และโครงการรถไฟชานเมืองสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-รังสิต และช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน ว่าประชาชนให้ผลตอบรับเป็นอย่างดี
และยืนยันว่าจะทำให้ครบทุกสี ทุกสาย และทุกเส้นทางภายในเดือนกันยายน 2568 ตามที่เคยประกาศไว้ได้อย่างแน่นอน
และในขณะเดียวกัน กระทรวงคมนาคม เตรียมเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อขอต่ออายุมาตรการนโยบายค่ารถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายที่ จะครบในวันที่ 30 พ.ย. นี้ และสำหรับร่าง พรบ. การบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม พ.ศ. …. นั้น ขณะนี้อยู่ในระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณา ก่อนที่จะเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรในสมัยการประชุมช่วงเดือน ธ.ค. 2567
ซึ่งหากว่า พรบ. ฉบับนี้มีผลบังคับใช้แล้ว จะมีการตั้งกองทุนส่งเสริมระบบตั๋วร่วม เพื่อจัดหาเงินทุนมาสนับสนุนนโยบายฯ อาทิ ส่วนแบ่งรายได้โครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน, กองทุนอนุรักษ์พลังงาน และงบประมาณ
นอกจากนี้กระทรวงคมนาคม และกระทรวงการคลัง กำลังศึกษาแนวทางการดำเนินการนโยบายอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย โดยการจัดตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐานร่วมกัน เพื่อให้มีการระดมทุนจากนักลงทุน เป็นระยะเวลา 30 ปี วงเงินประมาณ 200,000 ล้านบาท เพื่อนำไปใช้ซื้อคืนสัมปทานในโครงการรถไฟฟ้าทุกเส้นทาง เพื่อให้ภาครัฐ สามารถกำหนดอัตราค่าโดยสารที่ถูกลง เป็นธรรม และเข้าถึงได้ง่ายขึ้นด้วย
อีกทั้งยังจะมีการศึกษาเรื่องการจัดเก็บค่าธรรมเนียมรถติด (Congestion charge) เพื่อนำเงินเข้ากองทุนฯ และอาจจะพิจารณานำไปเป็นดอกเบี้ย (ผลตอบแทน) ให้กับผู้ระดมทุน โดยจะดำเนินการในพื้นที่กรุงเทพฯ ตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้า เช่น ถนนสุขุมวิท ถนนสีลม ถนนรัชดาภิเษก เป็นต้น ซึ่งการจัดเก็บค่าธรรมเนียมดังกล่าว เป็นรูปแบบที่ได้ดำเนินการในต่างประเทศ เช่นในอังกฤษแล้ว และประสบผลสำเร็จ
ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวนั้น จะช่วยให้ประชาชนหันมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะด้วยรถไฟฟ้ามากขึ้น อีกทั้ง ยังช่วยแก้ปัญหามลภาวะ และฝุ่นละออง PM 2.5 ได้ด้วย และเตรียมว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษา เพื่อพิจารณาพื้นที่การจัดเก็บค่าธรรมเนียม, รวมทั้งพิจารณางบประมาณที่จะซื้อคืนสัมปทานรถไฟฟ้าในแต่ละเส้นทาง ซึ่งคาดว่าจะมีความชัดเจนช่วงกลางปี 2568
สำหรับแนวทางการจัดเก็บค่าธรรมเนียมรถติดนั้น มีการคาดการณ์ในเบื้องต้นว่า จะเริ่มจัดเก็บในระยะ 5 ปีแรก ในอัตรา 40-50 บาท และในช่วง 5 ปีถัดไป จะทยอยเพิ่มอัตราค่าธรรมเนียมให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในขณะนั้น
ซึ่งคาดว่า จะสามารถจัดเก็บค่าธรรมเนียมรถติดในพื้นที่ที่กำหนดได้วันละประมาณ 700,000 คัน หรือประมาณ 35 ล้านบาทต่อวัน หรือประมาณ 12,000 ล้านบาทต่อปี เพื่อนำมาสนับสนุนการซื้อคืนสัมปทานด้วยเช่นกัน