จีนเดินเกมการเมืองกับไต้หวัน ‘อดีต ปธน. ไต้หวัน’ จับมือ ‘สี จิ้นผิง’ สนับสนุนการรวมชาติอย่างสันติ ‘กต. ไต้หวัน’ โต้จีนควรยอมรับอำนาจอธิปไตยของไต้หวัน
เมื่อวันที่ 10 เม.ย. 2567 นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ให้การต้อนรับนายหม่า อิงจิ่ว อดีตประธานาธิบดีไต้หวัน เมื่อวันที่ 10 เม.ย. 2567 ที่มหาศาลาประชาชน ซึ่งในการนี้นายหม่าได้นำกลุ่มนักศึกษาชาวไต้หวันที่ให้การสนับสนุนจีนเข้าร่วมด้วย
นายสีได้กล่าวย้ำถึงความเชื่อของเขาในการรวมจีนและไต้หวันให้เป็นหนึ่งเดียวว่าเป็นสิ่งที่ถูกกำหนดเอาไว้แล้วว่าการรวมชาติจะต้องเกิดขึ้น และความพยายามแทรกแซงจากภายนอก ก็จะไม่สามารถหยุดยั้งกระแสประวัติศาสตร์ของการรวมชาติ รวมครอบครัวนี้ได้
“ไม่มีความเคียดแค้นใดที่แก้ไขไม่ได้ ไม่มีปัญหาใด ๆ ที่ไม่สามารถพูดคุยได้ และไม่มีกำลังใดที่จะพรากเราจากกันได้” นายสีกล่าว ด้านนายหม่ากล่าวว่าสงครามระหว่างทั้งสองฝั่งจะสร้างภาระอันหนักอึ้งให้แก่ชาติจีน
“ชาวจีนทั้งสองฝั่งช่องแคบไต้หวันจะมีสติปัญญาเพียงพอในการจัดการกับข้อพิพาทข้ามช่องแคบอย่างสันติและหลีกเลี่ยงความขัดแย้งได้อย่างแน่นอน” นายหม่ากล่าว
สำหรับนายหม่านั้น เคยดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีไต้หวัน 2 สมัย ระหว่างปี 2551 – 2559 ในฐานะตัวแทนของพรรคก๊กมินตั๋ง อีกทั้งยังเคยจับมือกับนายสีมาก่อน เมื่อครั้งที่เขายังเป็นประธานาธิบดีไต้หวันในปี 2558
ที่ผ่านมานายสีเป็นแกนนำในการใช้ทั้งไม้อ่อนในทางการเมือง, เศรษฐกิจ และการให้ความรู้ความเข้าใจต่อไต้หวัน ในขณะที่มีการใช้ไม้แข็งในการข่มขู่ทางทหารต่อไต้หวันเกือบทุกวัน เพื่อการโน้มน้าวให้ไต้หวันยอมรับการปกครองของจีน ในฐานะมณฑลหนึ่งของจีน
น.ส. อแมนดา เซียว นักวิเคราะห์อาวุโสด้านจีน ของ International Crisis Group ระบุว่าปักกิ่งใช้สิหน้าที่เป็นมิตรเพื่อการด้อยค่ารัฐบาลไต้หวันที่เพิ่งจะชนะการเลือกตั้ง และประธานาธิบดี ไล่ ชิงเต๋อ ซึ่งกำลังจะเข้าพิธีสาบานตน ในช่วงปลายเดือนพฤษภาคมนี้ และพยายามที่จะทำให้พรรคก๊กมินตั๋ง พรรคฝ่ายค้านมีภาพลักษณ์ว่าจะมีเพียงพวกเขาเท่านั้นที่จะลดความตึงเครียดในช่องแคบไต้หวันได้
ด้านนายเหวินตี้ ซุง ผู้เชี่ยวชาญด้านการเมืองจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย (ANU) ระบุว่านายหม่าพยายามที่จะรักษามรดกความสัมพันธ์อันอบอุ่นกับจีนเอาไว้ ซึ่งการจับจ้องหม่าอย่างต่อเนื่องของปักกิ่งนี่ บ่งชี้ได้ว่าไต้หวันไร้ความสามารถที่จะบ่มเพาะบุคลากรทางการเมืองอาวุโสคนอื่นที่เต็มใจจะมีบทบาทด้านสันติภาพกับจีนได้
ทั้งนี้นายซุงกล่าวว่าปักกิ่งยังคงแสดงออกว่าตนเองมีความปรารถนาที่จะก่อหเกิดการรวมชาติอย่างสันติ ผ่านการเอาชนะใจคนและความคิด
ด้านโฆษกกระทรวงต่างประเทศไต้หวันกล่าวว่าปักกิ่งไม่สามารถที่จะซ่อนความตั้งใจที่จะกำจัดอำนาจอธิปไตยของไต้หวันเอาไว้ได้ และจีนก็ควรที่จะหยุดการบีบบังคับต่อไต้หวันทั้งหมด และเผชิญหน้ากับความคิดเห็นของเสียงส่วนใหญ่ของชาวไต้หวัน เริ่มต้นการเจรจากับรัฐบาลที่ได้รับเลือกตามระบอบประชาธิปไตยของไต้หวันอีกครั้งโดยตั้งอยู่บนพื้นฐานของการตอบแทนซึ่งกันและกัน