Newsการเมืองเทียบภาวะผู้นำ ในการบริหารวิกฤติ ‘สุชัชวีร์’ ยกซีอีโอสิงคโปร์แอร์ไลน์ กรณีเครื่องบินตกหลุมอากาศ เทียบวิกฤติโรงงานสารพิษของ ‘เศรษฐา’

เทียบภาวะผู้นำ ในการบริหารวิกฤติ ‘สุชัชวีร์’ ยกซีอีโอสิงคโปร์แอร์ไลน์ กรณีเครื่องบินตกหลุมอากาศ เทียบวิกฤติโรงงานสารพิษของ ‘เศรษฐา’

ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊ก หัวข้อ “ภาวะผู้นำในการบริหารวิกฤติของ ซีอีโอสิงคโปร์แอร์ไลน์ vs. นายกรัฐมนตรีไทย ใครสอบตก ใครสอบผ่าน” เมื่อวันที่ 22 พ.ค 2567 โดยมีข้อความว่า

หนึ่งวัน” ในการจัดการวิกฤติของ ซีอีโอสิงคโปร์แอร์ไลน์ กรณีเครื่องบินตกหลุมอากาศ จนมีผู้เสียชีวิต 

และบาดเจ็บจำนวนมาก เปรียบเทียบกับ “หนึ่งเดือน” ของ “ผู้นำไทย” กับวิกฤติโรงงานสารพิษ ที่มีชาวบ้านเดือดร้อนจำนวนมาก เราเรียนรู้อะไรบ้าง

  1. ซีอีโอสิงค์โปร์แอร์ไลน์” ออกแถลงการณ์ “ขอโทษ” ด้วยตนเอง “อย่างตรงไปตรงมา” ทันที ให้ข้อมูลสาเหตุและช่วงเวลา โดยละเอียด มีเสียชีวิตกี่คน บาดเจ็บกี่คน ไม่มีซ่อนเร้น พร้อมรับผิดชอบทุกกรณี

ขณะที่ “นายกรัฐมนตรีไทย” ไม่เคยออกแถลงการณ์อย่างจริงใจว่า โรงงานเก็บสารเคมี “ไฟไหม้ได้อย่างไร” ใครเป็นเจ้าของตัวจริง ใครออกใบอนุญาต “หนึ่งเดือน” ยังเงียบ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้งที่ชาวบ้านเดือร้อนแสนสาหัส จนจะกลายเป็นปัญหาการปะทะกันระหว่างจังหวัดระยองกับจังหวัดชลบุรี

  1. ซีอีโอสิงคโปร์แอร์ไลน์” ไปรับผู้โดยสารด้วยตนเอง และส่ง “ทีมใหญ่” มากรุงเทพ เพื่ออำนวยความสะดวก อย่างเต็มที่ โดยไม่มีข้อจำกัดใดๆ อยู่หน้างานตลอด “หนึ่งวัน” เต็ม เพื่อให้ความมั่นใจ และเป็นการส่งสัญญาณถึงพนักงานทุกคน วันนี้ต้องทุ่มเทดูแลผู้โดยสารและครอบครัว “แก้ปัญหาให้ทุกอย่าง” เต็มร้อย

นายกรัฐมนตรีไทย” ไปตรวจงานที่ระยอง แบบผ่านๆ “ครึ่งชั่วโมง” จากนั้น ไม่สนใจ ไม่ติดตาม ทำแบบขอไปที “ไม่รักประชาชน” ข้าราชการเห็นผู้นำไม่จริงจัง เขาก็ปล่อยเกียร์ว่าง “ไม่แก้ปัญหาเบ็ดเสร็จ”

  1. ซีอีโอสิงคโปร์แอร์ไลน์” สัญญาจะ “เยียวยา” ผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ รวมทั้งผู้โดยสารและลูกเรือทุกคน ไม่มีข้อแก้ตัว ไม่ต้องให้มีการร้องเรียน ทั้งที่ “เป็นเหตุสุดวิสัยทางธรรมชาติ” ไม่ใช่ความผิดของใคร คือ แสดงออกถึง “ความจริงใจ” “ความรักลูกค้าและพนักงาน”

นายกรัฐมนตรีไทย” ได้รับทั้งจดหมายร้องเรียนจากชาวบ้าน ได้ข่าวความเดือดร้อนรายวัน แต่ “ไม่เยียวยา” ไม่แก้ปัญหา คือ การแสดงออกว่า “ไม่รักประชาชน” “ไม่จริงใจ”

ข้อพิสูจน์ เปรียบเทียบภาวะผู้นำในการบริหารวิกฤติ  ยืนยันว่า “นายกรัฐมนตรีไทยสอบตก” ทั้งที่มีเวลาถึงหนึ่งเดือน แต่ไม่แก้ปัญหา ขณะที่ “ซีอีโอสิงคโปร์แอร์ไลน์สอบผ่าน” แก้ปัญหาได้เพียงหนึ่งวัน ด้วยความจริงใจและทุ่มเท

ท่านคิดว่า หลังวิกฤติ คนยังอยากขึ้นสิงคโปร์แอร์ไลน์หรือไม่ หรืออาจจะมีลูกค้าเยอะกว่าเดิมหรือไม่ เทียบกับประเทศไทย จะมีนักลงทุน และคนมีความรู้ความสามารถจากต่างประเทศ อยากมาลงทุนทำธุรกิจในประเทศไทยหรือไม่ ช่วยกันตอบทีครับ





เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้ที่มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้งานเว็บไซต์ได้อย่างเป็นปกติ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณ เพื่อให้เราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมและความสนใจของคุณ

บันทึกการตั้งค่า