จุดแข็ง-จุดอ่อน ความท้าทายของนายกฯ ใหม่ ‘รศ.ดร.ปณิธาน’ วิเคราะห์สถานการณ์ทางการเมืองของไทย ทั้งในปัจจุบันและความท้าทายที่รัฐบาลใหม่ต้องเผชิญ
รศ.ดร.ปณิธาน วัฒนายากร นักวิเคราะห์และผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคง ให้สัมภาษณ์รายการมองรัฐสภา ของสถานีวิทยุและโทรทัศน์รัฐสภา เวลา 9:00 น. 1 ชั่วโมงก่อนการเริ่มการลงคะแนนเลือก น.ส. แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทยเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 31 ของไทย
รศ.ดร.ปณิธาน กล่าวถึงกรณีที่ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญตัดสินให้นายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่ง พรรคเพื่อไทยมีท่าทีว่าจะเสนอชื่อนายชัยเกษม นิติสิริ แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย แต่ก็เปลี่ยนแปลงเป็น น.ส. แพทองธารในท้ายที่สุดว่า
โดยพื้นฐานแล้ว หัวหน้าพรรคควรจะพร้อมที่จะเข้าบริหารราชการแผ่นดินเมื่อมีโอกาส และโดยโครงสร้างในรัฐสภาแล้ว ก็ค่อนข้างที่จะลงตัว
สำหรับประเด็นที่ 2 เมื่อมีข่าวว่านายชัยเกษมจะถูกเสนอชื่อ ก็มีข่าวแสดงความกังวลในสุขภาพของนายชัยเกษม ซึ่งสุขภาพอนามัยเพื่อรองรับการทำงานหนักจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ โดยมีกรณีปัญหาสุขภาพของโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐ เป็นตัวอย่างให้เห็น และความสดใหม่ของผู้สมัครแข่งขันของสหรัฐนั้นได้สร้างความได้เปรียบ และยังคงมีความได้เปรียบอยู่
ประเด็นสุดท้ายที่มีความซับซ้อนขึ้น เนื่องจากนายชัยเกษมมีความเกี่ยวข้องกับคดีในอดีต ซึ่งถึงแม้ว่าจะมีการชี้แจงไปบ้างแล้วว่านายชัยเกษมไม่มีความเกี่ยวข้อง แต่ก็จะยังคงเป็นอุปสรรค
สถานการณ์ทางการเมืองในเวลานี้ถือได้ว่ากำลังเข้าด้ายเข้าเข็ม พรรคที่เป็นพรรคที่มีพลัง และมีคนรุ่นใหม่เลือกมากที่สุดในขณะนี้ มีผู้นำที่น่าสนใจหลายคน ถึงแม้ว่าจะโดนยุบพรรค โดนตัดสิทธิไปหลายคน แต่ก็ยังมีอีกหลายคน
หากจะแข่งขันกันในการเลือกตั้ง ซึ่งมีเวลาเหลือไม่มาก ถ้า (รัฐบาล) ดำเนินโครงการผิด ซึ่งในเวลานี้ก็มีบางโครงการที่ยังมีปัญหาว่าจะผลักดันต่ออย่างไร ซึ่งตรงนี้จะต้องมีการผลักดันให้ดีโดยคนรุ่นใหม่ ๆ และนี่ก็จะเป็นความผกผันของรัฐบาลใหม่ด้วยเช่นกัน
— จุดแข็ง – จุดอ่อน ของ น.ส. แพทองธาร —
เมื่อถามถึงตัว น.ส. แพทองธาร ที่ถือได้ว่าเป็นลูกศิษย์คนหนึ่งของ รศ.ดร. ปณิธาน ทั้งในคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ และในหลักสูตร วปอ. บอ. 1 รศ.ดร. ปณิธานกล่าวว่าที่ผ่านมา ตนเองมีลูกศิษย์ที่ได้เป็นนายกรัฐมนตรีหลายคน
จุดแข็งของ น.ส. แพรทองธารคือเรื่องพลัง สุขภาพอนามัย วิธีคิด และการเชื่อมโยงกับคนรุ่นใหม่ ๆ ที่ในเวลานี้มีพลังเพิ่มมากขึ้นมาก ซึ่งคนรุ่นใหม่สามารถสร้างพลวัตได้ดีกว่าคนรุ่นเก่า แต่นี่ไม่ได้หมายความว่าคนรุ่นเก่าไม่ได้มีพลัง
อย่างไรก็ดีโลกในปัจจุบันถูกขับเคลื่อนทั้งโดย On Ground (บ้านใหญ่) และ On Air (โซเชียลมีเดีย) ทำในฝ่ายนโยบายจำเป็นที่จะต้องมีคนที่รอบด้านและหลากหลาย คนรุ่นใหม่ ๆ ที่มากับเทคโนโลยีและความคิดใหม่ ๆ ก็จะมีความได้เปรียบ
มีตัวอย่างความพ่ายแพ้ของพรรคอนุรักษ์นิยม (Conservative Party) ที่ไม่ค่อยมีอะไรเปลี่ยนแปลง มีแต่วิกฤต ทำให้คนหันไปเลือกพรรคแรงงาน (Labour Party) ที่เคยเป็นพรรคซ้ายจัด มีแนวคิดที่สุดโต่ง ก่อนที่จะปรับเข้ามาอยู่ตรงกลาง และได้รับคะแนนเลือกตั้งอย่างถล่มทลาย และหลาย ๆ ประเทศทั้งในสหรัฐ และยุโรป ก็จะเป็นเช่นนี้
สำหรับแรงหนุนจากครอบครัว (ชินวัตร) และพันธมิตรทางการเมืองที่มีความเป็นปึกแผ่นทางการเมือง จะช่วยให้ น.ส. แพทองธารมีทีมในการทำงานขนาดใหญ่ให้การสนับสนุนมาตั้งแต่ก่อนการเลือกนายกฯ ซึ่งจะทำให้กลายเป็นความได้เปรียบ
ซึ่งเมื่อเทียบกับนายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกฯ ที่มีทีมงานขนาดเล็กกว่า มีทีมงานทางกฎหมาย, ความมั่นคง และเศรษฐกิจน้อยกว่า และไม่กระฉับกระเฉงเท่าทีมงานของ น.ส. แพทองธาร
สำหรับความเป็นผู้หญิงของ น.ส. แพทองธารนั้นจะช่วยให้เกิดความได้เปรียบ ถึงแม้ว่าในทางการเมือง ชาย-หญิงจะไม่มีความแตกต่างกัน แต่จากผลการศึกษาของสหประชาชาติพบว่า ในหลายบริบท ตัวอย่างเช่น กมลา แฮริส รองประธานาธิบดีสหรัฐ ความเป็นผู้หญิงจะดึงคะแนนสนับสนุนจากผู้หญิงด้วยกันได้
แต่ในเมืองไทย ยังไม่เคยมีการศึกษาเชิงลึกว่าผู้หญิงจะสนับสนุนนักการเมืองที่เป็นผู้หญิงด้วยกันได้อย่างไร เนื่องจากไทยมีนักการเมืองหญิงที่เป็นระดับผู้นำระดับนี้น้อยมาก มีอดีตเพียงท่านเดียว และไม่มีรายละเอียดจากการศึกษาที่ชัดเจน แต่โดยสามัญสำนึกทั่ว ๆ ไปมองว่า ให้ผู้หญิงมาเป็นก็ดีเหมือนกัน ผู้ชายเป็นอยู่แล้ว 30 กว่าคน
อีกทั้ง น.ส. แพทองารเป็นผู้หญิงที่มีทั้งความเป็นคนรุ่นใหม่ และความเป็นแม่ก็น่าจะเข้าใจและห่วงใยในอนาคตของลูกที่ยังมีอายุน้อย ก็คงทำอะไรเพื่ออนาคตของลูก ซึ่งจะกลายเป็นข้อได้เปรียบอีกข้อ
สำหรับข้อเสียเปรียบอยู่ที่เรื่องประสบการณ์ และความรู้ความเข้าใจในหลาย ๆ เรื่อง แต่ทั้งนี้บางคนมีประสบการณ์ แต่ขาดความรู้ความเข้าใจก็มีเช่นกัน จากประสบการณ์ที่เคยทำงานร่วมกับรัฐบาลมาหลายรัฐบาล ในด้านความมั่นคงและการต่างประเทศ พบว่าทั้งคนที่ทำงานนี้และตนเอง บางครั้งก็ต้องแสวงหาความรู้ใหม่ ๆ ที่เปลี่ยนแปลงเร็วขึ้น ซึ่งเรื่องนี้อาจจะทำให้เกิดข้อผิดพลาดได้
ในส่วนของเรื่องเครือญาติ และเครือข่ายในพรรคเพื่อไทยนั้น ก็อาจจะเป็นทั้งข้อได้เปรียบ และก็อาจจะสร้างข้อจำกัดจนกลายเป็นข้อเสียเปรียบไปพร้อม ๆ กันได้ โดยมีประเด็นความพอใจ-ไม่พอใจ พูดได้-ไม่ได้ เข้ามาเกี่ยวข้อง
อย่างกรณีที่เมื่อเช้าอดีตเลขาธิการนายกรัฐมนตรีท่านหนึ่ง ออกมาพาดพิงถึงกรณีที่อดีตทีมงานระดับรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีท่านหนึ่งกล่าวว่า “กูพูดไม่ได้” ซึ่งนี่ก็จะกลายเป็นปัญหาที่ตามมาเช่นกัน
นอกจากนี้ทีมงานที่มีนั้น จะสามารถสนับสนุนจริง ๆ ได้มากน้อยเพียงไร ทีมใหญ่ทีมนั้นจะกลายเป็นทีมที่ทำงานจริงหรือไม่ นี่เป็นสิ่งที่จะต้องพิจารณาให้ดี
— ดิจิทัล วอลเล็ต และความท้าทายของรัฐบาลใหม่ —
เมื่อถูกถามว่าโครงการดิจิทัล วอลเล็ตจะยังคงดำเนินการต่อหรือไม่ รศ.ดร.ปณิธาน กล่าวว่าตอบไม่ได้ ต้องรอดูคำแถลงของรัฐบาลใหม่ แต่ปัญหาแรก ๆ ของรัฐบาลใหม่คือการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้อง ค่าครองชีพ และการลดค่าใช้จ่ายของประชาชน เหมือนกับหลาย ๆ ประเทศ
ราคาพลังงานของไทย ที่สูงเป็นอันดับต้น ๆ ของภูมิภาค ซึ่งทำให้ขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยลดน้อยลงไป การส่งออกของไทยไม่ดี และมีแนวโน้มที่จะไม่ดีอีกนาน
อย่างไรก็ดี ถือเป็นโอกาสดีที่จะมีการปรับเปลี่ยนวิธีการจ่ายเงินอุดหนุน แม้แต่ในสิงคโปร์ เร็ว ๆ นี้ก็มีการจ่ายเงินอุดหนุนให้กับประชาชน หากมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการจ่ายเงินอุดหนุนที่สามารถลดปัญหาและความซับซ้อนให้น้อยลงได้ นอกจากจะได้รับเสียงชื่นชมแล้ว ก็จะได้คะแนนเสียงตามมาอีกเยอะ
อย่างไรก็ดี โครงการดิจิทัล วอลเล็ตนั้น ถูกตั้งข้อสังเกตมากในสังคม นายกฯ คนใหม่จะต้องแสดงความสามารถถึงความรู้ ความเข้าใจ อีกทั้งจะต้องมีการนำเสนอผลงาน ซึ่งในรอบ 1 ปีกว่าที่ผ่านมานั้น ถือว่าน้อยมาก และติดลบ
— คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ จะส่งผลอย่างไร —
เมื่อถูกถามว่าการเปลี่ยนแปลงคณะรัฐมนตรี (ครม.) จะส่งผลกระทบอย่างไร รศ.ดร.ปณิธาน กล่าวว่าพรรคร่วมรัฐบาลไม่ต้องการให้มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองมากนัก เพราะทุกอย่างดูเข้าที่เข้าทางและลงตัว
แต่นี่ถือเป็นโอกาสของ น.ส. แพรทองธาร หรือผู้มีบารมีทางการเมืองในการปรับภาพลักษณ์ครั้งใหญ่ รวมไปถึงการสร้างเงื่อนไขใหม่ให้พรรคร่วมรัฐบาลได้ทำงาน ถึงแม้ว่าจะมีกรอบการทำงานเดิม แต่อาจจะมีการสลับตัวบุคคล รวมทั้งเป็นการตั้งหลักเพื่อการเตรียมการเดินหน้าสู่การหาเสียงครั้งใหม่ได้เลย เนื่องจากว่าพรรคคู่แข่งนั้นเดินหน้าทุกวันในการทำงานในพื้นที่เพื่อการหาเสียง
รัฐบาลอาจจะต้องตั้งหลักใหม่โดยใช้เวลา 1 – 3 เดือน ซึ่งนโยบายและงบประมาณจะช้าออกไปอีก ซึ่งนี่เป็นธรรมชาติของรัฐบาลอยู่แล้ว อย่างไรก็ดี ปัญหาปากท้องจะเป็นเรื่องแรก และการสร้างความมั่นใจในความเป็นผู้นำ ทั้งทางการเมือง และผู้นำประเทศจะเป็นเรื่องสำคัญ
นอกจากนี้ปัญหาความขัดแย้งในเมียนมา ซึ่งมีการกล่าวหาพาดพิงไทย ทั้งในเรื่องของอาวุธที่รั่วไหลออกไป และการที่บางกลุ่มเข้ามาอาศัยไทยเป็นฐาน อีกทั้งยังมีปัญหาเรื่องภาคใต้ที่สถานการณ์ไม่ดีเลย เป็นความท้าทาย นอกจากนี้ยังมีอีกหลายโครงการที่ยังรอให้นายกรัฐมนตรีคนใหม่เข้าประชุมตัดสิน
สำหรับการยอมรับจากนานาชาตินั้น ผู้นำทางการเมืองรุ่นใหม่ของสิงคโปร์ มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ต่างก็เป็นยักษ์ใหญ่ทางการเมืองแทบทั้งสิ้น ในขณะที่ผู้นำของเอเชีย ยุโรป และสหรัฐ ต่างก็ผลัดใบเข้าไปสู่คนที่มีศักยภาพอีกระดับหนึ่งไปแล้ว มีคนรุ่นใหม่ ๆ ที่มีศักยภาพเข้ามาสู่ระบบการเมืองที่ประเทศไทยต้องพูดคุยด้วย
นอกจากนี้จะต้องนำพาตัวประกันคนไทยออกมาจากตะวันออกกลางให้ได้ ซึ่งการเจรจาในสัปดาห์นี้ได้ชะงักลง ทั้ง ๆ ที่ประเทศไทยควรจะมีบทบาทในการนำคนไทยกลับมาให้มากกว่านี้
และเมื่อสหรัฐได้ผู้นำคนใหม่ ไม่ว่าจะใครจะมาเป็นประธานาธิบดีก็ตาม จะมีปัญหากับไทยในทันที ทั้งในเรื่องกำแพงภาษี และการเจรจาทางการค้าเพื่อลดการขาดดุลของสหรัฐ ซึ่งนี่จะกลายมาเป็นบทพิสูจน์ของผู้นำประเทศไทย
— ฝากถึงนายกรัฐมนตรีคนใหม่ —
รศ.ดร. ปณิธานกล่าวทิ้งท้ายว่า ประชาชนมีข้อมูลและข้อเท็จจริงในเรื่องเกี่ยวกับการดำรงชีวิตเยอะ ดังนั้นผู้นำจะต้องสัมผัสกับประชาชนเหล่านี้ให้มากและบ่อยครั้งให้มากที่สุด จะต้องไม่อยู่บนหอคอยงานช้าง ไม่มีช่องว่าง
ไม่ถูกมองว่าเป็นชนชั้นปกครอง เป็นชนชั้นร่ำรวยที่ไม่ได้สัมผัสกับปัญหาปากท้องของประชาชน ปัญหาการเดินทาง อากาศเป็นพิษ ลูกเข้าโรงเรียน ปัญหาสุขภาพอนามัย ปัญหาผู้สูงอายุ ฉะนั้นผู้นำจะต้องลดช่องว่างตรงนี้ลงให้ได้ ซึ่งปกติผู้นำจะมีช่องว่างกับประชาชนอยู่แล้ว
ประเด็นที่ 2 ผู้นำจะต้องฟัง ต้องหาความรู้ให้มาก พรรคการเมืองที่ขณะนี้ถือได้ว่าได้รับคะแนนนิยมสูงสุดนั้น มีคนรุ่นใหม่ที่แสวงหาความรู้เป็นประจำ ตนเองไปบรรยายในที่ต่าง ๆ คนเหล่านี้ก็มาฟังมาจด มาคิดมาคุยมาถาม มาท้าทายความคิดเดิมของเรา
นี่เป็นประเด็นสำคัญที่ต้องแสดงให้เห็นว่าใฝ่รู้ตลอดเวลา และหลายคนต้องการเห็นการเรียนรู้ ทุกคนเรียนรู้ทุกวัน
สุดท้าย หลายคนประสบการณ์น้อย คนที่มาเป็นนายกฯ ส่วนใหญ่ไม่เคยเป็นมาก่อน ส.ส. หลายคนก็ไม่เคยเป็น ส.ส. มาก่อน ดังนั้นต้องมีทีมงาน ซึ่งพรรคที่ได้รับความนิยมสูงสุดในเวลานี้นั้น มีทีมงานอยู่เป็นประจำ คอยเก็บข้อมูลตามที่ต่าง ๆ และทำงานกับประชาชนแทบจะ 24 ชั่วโมง
ทีมงานนั้นสำคัญมาก ซึ่งน่าชื่นชมทีมงานของหลายพรรค โดยเฉพาะพรรคที่ได้รับคะแนนนิยมสูงสุด ที่มีทีมงานที่ดี ลงพื้นที่อยู่ตลอดเวลา
“ผลเป็นอย่างไรก็เข้าใจได้ โครงสร้างทางการเมืองเรายังไม่ทันสมัย ยังซับซ้อน แต่ว่าพลวัตเหล่านี้จะทำให้พรคที่จะต้องครองใจประชาชนจะอยู่ในระบบได้นาน” รศ.ดร. ปณิธานกล่าว