Newsการเมืองถ้าเราพร้อม กัมพูชาจะถอย ‘รศ.ดร.ปณิธาน’ เผยยุทธศาสตร์พลิกสถานการณ์ไทย-กัมพูชา ชี้ยุคอภิสิทธิ์ ไทยเคยผลักกัมพูชากลับไปได้โดยไม่ต้องรบ

ถ้าเราพร้อม กัมพูชาจะถอย ‘รศ.ดร.ปณิธาน’ เผยยุทธศาสตร์พลิกสถานการณ์ไทย-กัมพูชา ชี้ยุคอภิสิทธิ์ ไทยเคยผลักกัมพูชากลับไปได้โดยไม่ต้องรบ

รศ.ดร.ปณิธาน วัฒนายากร นักวิเคราะห์และผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคง กล่าวถึงเหตุการณ์ที่ทหารไทยได้รับบาดเจ็บจาก “ทุ่นระเบิดใหม่” บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ว่านี่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่รัฐบาลไทยไม่ควรมองข้าม เนื่องจากฝ่ายกัมพูชา ฉวยโอกาสจากการที่กองทัพไทยยังไม่ได้ประกอบกำลังอย่างเต็มที่ จึงฉวยโอกาสเดินเกมรุกในพื้นที่พิพาท

 

ทั้งนี้ การวางทุ่นระเบิดของฝ่ายกัมพูชานั้น ไม่ได้มีอะไรที่อยู่เหนือความคาดหมายเลย กัมพูชาวางทุ่นระเบิดภายหลังจากที่ล่าถอยออกไปจากพื้นที่พิพาทเมื่อวันที่ 28 มิ.ย. 2568 ที่ผ่านมา อีกทั้งยังมีการวางยุทโธปกรณ์ไว้ในพื้นที่สูงข่ม เคลื่อนกำลังเข้ามาทุกองคาพยพ ในขณะที่ฝ่ายไทยมีเพียงกองทัพภาคที่ 2 ยืนเป็นตัวหลักในพื้นที่

 

และหากไทยจะใช้กำลังอย่างเป็นทางการจริง ๆ จะต้องมีการประกอบกำลังให้ครบทั้ง 3 เหล่าทัพ จึงเป็นเหตุให้กัมพูชามองว่าไทยไม่พร้อม และอ่อนแอ จึงวางกับดัก รุกเข้ามาในพื้นที่ และปฎิเสธความร่วมมือในทุกด้าน

 

รศ.ดร.ปณิธาน เสนอให้ไทยปรับเปลี่ยนท่าทีจากรับเป็นรุก โดยใช้กลไกระหว่างประเทศที่มีอยู่แล้วอย่างเข้มข้น เปิดเผยความจริงต่อสหประชาชาติ (UN) แสดงให้เห็นว่ากัมพูชาละเมิดอนุสัญญาออตตาวาอย่างชัดเจน โดยกัมพูชาเป็นชาติภาคีแต่กลับนำทุ่นระเบิดสังหารมาวางใหม่ในพื้นที่

 

เรียกร้องให้มีการเปิดพื้นที่ให้สหประชาชาติ รวมถึงองค์กรระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับอนุสัญญาออตตาวา เช่น UNHCR หรือหน่วยงานอื่น ๆ ของ UN เข้ามาตรวจสอบข้อเท็จจริงในพื้นที่ที่พบทุ่นระเบิดโดยตรง

 

และเร่งรณรงค์ไม่ให้ประเทศมหาอำนาจส่งทุ่นระเบิดสังหารให้กัมพูชา โดยอาศัยสถานะพันธมิตรของไทยกับประเทศเหล่านั้นเป็นฐานการเจรจา

 

อีกทั้งควรจะเสนอให้ทางศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติของไทย (Thailand Mine Action Center: TMAC )ซึ่งมีศักยภาพในการทำลายทุ่นระเบิดอย่างมาก ก็ควรเสนอความช่วยเหลืองานด้านเก็บกู้ไปทางศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดกัมพูชา (Cambodian Mine Action Center:CMAC) ของกัมพูชาด้วย

ซึ่งถ้ากัมพูชา ปฎิเสธความร่วมมือกับ TMAC และ UN ก็เป็นที่ชัดเจนแล้วว่า กัมพูชาทำผิดกติกาสากล ซึ่งเราสามารถพลิกกลับเกมรับให้เป็นรุกในเวทีระหว่างประเทศ ก็จะสามารถกดดันกัมพูชาในเรื่องนี้ได้ และทางกัมพูชาก็น่าจะระมัดระวังในการเข้ามาวางทุ่นระเบิดมากขึ้น

 

รศ.ดร.ปณิธานกล่าวว่าฝ่ายการเมืองที่เป็นผู้คุมนโยบายต้องเป็นผู้นำ และควรเข้ามาดูแลความปลอดภัยของประเทศและเป็นผู้นำในการแถลงตอบโต้กัมพูชา ไม่ใช่ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของข้าราชการประจำ ซึ่งเรื่องนี้เคยมีตัวอย่างในสมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่ฝ่ายการเมืองออกมาเป็นผู้นำแถลงการตอบโต้รัฐบาลกัมพูชาเอง จนฝ่ายกัมพูชาปั่นป่วน และถอยกลับไปเอง

ทั้งนี้ กองทัพไทยเองก็ควรแสดงความพร้อมในการสู้รบอย่างเปิดเผย แต่นี่ไม่ใช่การดำเนินการเพื่อการเข้าสู่การสู้รบจริง ๆ แต่ต้องทำให้ชัดเจนไปเลยว่า เรามีความพร้อมที่จะตั้งรับ “ถ้าเราพร้อม กัมพูชาจะถอย ถ้าเราเฉย เขาจะยั่วยุต่อ”

 

ซึ่งถ้าไทยแสดงความเด็ดขาด ก็จะสามารถผลักดันให้กัมพูชาถอยกลับได้ และสามารถขยายฉันทามติจากประชาคมโลกได้มากขึ้นด้วย โดยไทยต้องสื่อสารให้คนกัมพูชาและนานาชาติเห็นว่ารัฐบาลกัมพูชาแสวงประโยชน์จากทุ่นระเบิดสังหาร จนคนกัมพูชาเองก็บาดเจ็บ สูญเสียด้วย

 

#TheStructure
#TheStructureNews
#ชายแดนไทยกัมพูชา

#ปณิธานวัฒนายากร

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้ที่มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้งานเว็บไซต์ได้อย่างเป็นปกติ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณ เพื่อให้เราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมและความสนใจของคุณ

บันทึกการตั้งค่า