เลิกอ้าง DNA เพื่อล้มล้างความเป็นไทย ย้อนประวัติศาสตร์ยุคดึกดำบรรพ์ หาคำตอบว่าทำไม DNA ของคนไทย จึงคล้ายกับเพื่อนบ้านของเรา
ในการศึกษาด้านโบราณคดีในปัจจุบัน เริ่มมีการนำเอาวิทยาการการตรวจสอบสารพันธุกรรม หรือ DNA เข้ามาประยุกต์ใช้มากขึ้น และจากผลการทำวิจัยในหลายฉบับ พบว่า คนไทยในปัจจุบันนั้น มี DNA ที่มีความคล้ายคลึงกับประเทศเพื่อนบ้านหลาย ๆ ประเทศ จนทำให้มีนักวิชาการกลุ่มหนึ่งสร้างวาทะกรรม “คนไทยแท้ไม่มีจริง” ขึ้นมา
อย่างไรก็ดี ข้อจำกัดของวิธีการตรวจ/เทียบ DNA คือการบ่งบอกถึงความคล้ายกันของ DNA ของผู้คนในแต่ละภูมิภาคในปัจจุบัน แต่ไม่ได้บ่งบอกถึง “การเคลื่อนย้ายประชากร” และการพัฒนาการทางวัฒนธรรมของแต่ละภูมิภาค
ซึ่งต้องไม่ลืมว่า คนในภูมิภาคหนึ่ง อาจจะชื่นชอบและหลงใหลในวัฒนธรรมจากภูมิภาคอื่น จนถูกวัฒนธรรมนั้น ๆ หลอมกลืนก็เป็นไปได้ โดยมีตัวอย่าง “ฝรั่งรักเมืองไทย” ที่ทำตัวเป็นคนไทย โดยที่ตัวเองไม่ได้มีเชื้อไทยเลยแม้แต่นิดเดียว
ประวัติศาสตร์อาเซียนยุคดึกดำบรรพ์
ในหน้าประวัติศาสตร์ฉบับมาตรฐานของเรา เรามักจะถือว่าจุดเริ่มต้นของประวัติศาสตร์ชาติไทยนั้น เริ่มต้นในยุคสุโขทัย เมื่อ 700 ปีที่แล้ว แต่จากหลักฐานทางโบราณคดี พบว่าพื้นที่ที่เป็นประเทศไทยในปัจจุบัน เคยมีผู้คนอาศัยอยู่มานาน สืบย้อนกลับไปได้ไกลหลายแสนปี เช่น มนุษย์ลำปางเมื่อ 500,000 ปีก่อนคริสตกาล [1]
และเมื่อมองย้อนกลับไปในยุคดึกดำบรรพ์ ปรากฏหลักฐานว่า ภูมิภาคอาเซียนถือเป็น Hot Spot ของสิ่งมีชีวิตในวงศ์ (Genus) โฮโม (Homo) หลายสปีชีส์ ที่นอกเหนือไปจากพวกเรา โฮโมเซเปียนส์ (Homo sapiens) อาศัยอยู่ร่วมกัน และผสมพันธุ์ข้ามเผ่าพันธุ์กัน [1][2]
และพื้นฐานของการมีปฎิสัมพันธ์แบบเปิดกว้าง พร้อมต้อนรับผู้มาเยือน และหลอมกลืนผู้มาเยือนให้กลายเป็นคนท้องถิ่นในภูมิภาคนี้ ยังคงดำเนินจากยุคดึกดำบรรพ์ มาจนถึงยุคปัจจุบัน อีกทั้งยังเป็นจุดเด่นของ DNA ของผู้คนในภูมิภาคนี้ ที่มีบรรพบุรุษร่วมที่แข็งแกร่งและการไหลเวียนของ DNA ที่กว้างขวางกว่าผู้คนในภูมิภาคอื่นในโลก
อย่างไรก็ดี DNA กับการพัฒนาวัฒนธรรมนั้นเป็นคนละเรื่องกัน โดยรากฐานของการสร้างอารยธรรมในภูมิภาคนี้ล้วนแต่เป็นการรับเอาอารยธรรมอินเดียเข้ามาพัฒนาท้องถิ่น ยกระดับจากสังคมเก็บของป่า-ล่าสัตว์-ทำการเกษตร ให้กลายเป็นสังคมแบบเมือง ยกระดับการปกครองจากแบบชนเผ่า ให้เป็นนครรัฐ และอาณาจักรในที่สุด
โดยอาณาจักรแรกสุด และอารยธรรมแรกสุดของอาเซียน คืออาณาจักรฟูนัน ในคริสต์ศตวรรษที่ 1 มีจุดเริ่มต้นบริเวณสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง ในเวียดนาม ตามมาด้วยอาณาจักรทราวดี เกิดขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 6 ในพื้นที่ที่ปัจจุบันเป็นประเทศไทย
และอาณาจักรศรีวิชัย เกิดขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 7 เป็นอาณาจักรทางทะเลที่มีศูนย์กลางอยู่ที่ปาเล็มบัง สุมาตรา อินโดนีเซีย ส่วนอาณาจักรขอมนั้น เกิดขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 9
ทั้ง 4 อาณาจักรโบราณนี้ ถึงแม้ว่าจะมีจุดเริ่มต้นที่แตกต่างกัน แต่ต่างก็ใช้ภาษาในตระกูลออสโตรเอเชียติก (มอญ-เขมร) เหมือน ๆ กัน ยกเว้นศรีวิชัยที่ใช้ภาษาตระกูลออสโตรนีเซียน และทุกอาณาจักรใช้ภาษาสันสกฤตจากอินเดีย เป็นภาษาศักดิ์สิทธิ์และภาษาทางวิชาการเหมือน ๆ กัน (ทราวดีใช้ภาษาบาลีเป็นภาษาศักดิ์สิทธิ์ด้วย)
ภาษาไทยมาจากไหน?
ภาษาไทยนั้นจัดอยู่ในภาษาตระกูลไท-กะได ซึ่งคาดว่าน่าจะถือกำเนิดขึ้นในศตวรรษที่ 12 ก่อนคริสตกาล (กว่า3,200 ปีที่แล้ว) ในตอนใต้ของจีน และมีการอพยพเคลื่อนย้ายของกลุ่มคนผู้ใช้ภาษานี้ลงมายังพื้นที่ที่เป็นประเทศไทยและลาวในปัจจุบัน [3][4]
มีความเป็นไปได้ว่า กลุ่มผู้ใช้ภาษาไท-กะได ซึ่งอพยพเข้าสู่ภูมิภาคนี้ ได้รับอารยธรรมจากผู้ที่อยู่มาก่อน จนก่อร่างสร้างอารยธรรมของตัวเองขึ้นมา จนกลายมาเป็นสุโขทัย, อยุธยา และประเทศไทยในปัจจุบัน โดยมีการพิสูจน์ทราบทาง DNA ว่าคนไทยและคนลาวในปัจจุบัน มีลักษณะ DNA ที่คล้ายคลึงกับคนในภาคใต้ของจีนบางส่วน [4]
DNA ไม่ได้บ่งชี้ความเป็นไทย
ความเป็นชนชาติใดชนชาติหนึ่ง ไม่ได้ขึ้นกับ DNA เสมอไป ซึ่งถ้าหาพิจารณาจากการถือกำเนิดขึ้นของอเมริกา จะเห็นได้ว่าตลอดระยะเวลา 200 ปีของการสร้างชาติอเมริกัน เกิดขึ้นจากการหลอมรวมของผู้คนจากชนชาติต่าง ๆ ในยุโรป และแอฟริกา ก่อนที่จะเริ่มมีชาวเอเชียเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของอเมริกันในระยะหลัง
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ มีบรรพบุรุษเป็นชาวเยอรมันและสกอตแลนด์ ในขณะที่ First Lady เมลาเนีย ทรัมป์ มีบรรพบุรุษเป็นชาวสโลวีเนีย แต่ในเวลานี้ ใครกล้าบอกว่าทรัมป์ไม่ใช่อเมริกัน
ในเมื่อ DNA ของชาวอเมริกันเองก็เกิดขึ้นจากการผสมของหลากหลายชาติพันธุ์ เหมือนกับคนไทยในปัจจุบัน แต่ความเป็นอเมริกันคือสิ่งที่มีอยู่จริง และเป็นที่ยอมรับของโลก
แล้วทำไมความเป็นไทย จึงไม่เป็นที่ยอมรับของนักวิชาการไทยบางคน ?
ศิราวุธ ภุมมะกสิกร
คอลัมนิสต์ The Structure
#TheStructure
#TheStructureEssay
#ความเป็นไทย #ชาตินิยม
อ้างอิง
[1] Wikipedia, “Archaic humans in Southeast Asia”, https://en.wikipedia.org/wiki/Archaic_humans_in_Southeast_Asia
[2] Wikipedia, “Peopling of Southeast Asia”, https://en.wikipedia.org/wiki/Peopling_of_Southeast_Asia
[3] James R. Chamberlain (2016), “Kra-Dai and the Proto-History of South China and Vietnam”, the Siam Society, vol 106, https://thesiamsociety.org/wp-content/uploads/2016/04/JSS_104_0c_Chamberlain_KraDaiAndProtoHistoryofSouthChinaAndVietnam.pdf
[4] Hao Sun, et al (2013), “Autosomal STRs Provide Genetic Evidence for the Hypothesis That Tai People Originate from Southern China”, PLOS ONE, vol 8, https://www.researchgate.net/figure/Migratory-routes-of-Tai-and-populations-information-Geographical-location-of-the-19_fig1_236207685