ลี กวนยู นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ กล่าวสุนทรพจน์ เมื่อ 12 ก.ย. 2508 สถานสงเคราะห์ ศรีนารายณ์มิชชัน ขณะนั้นสิงคโปร์ประกาศแยกตัวเป็นเอกราชจากมาเลเซีย ซึ่งในเวลานั้นเป็นเพียงประเทศกำลังพัฒนาประเทศหนึ่ง
สิงคโปร์ประกาศแยกตัวเป็นเอกราชจากมาเลเซียเมื่อวันที่ 9 ส.ค. 2508 ซึ่งในเวลานั้นสิงคโปร์เป็นเพียงประเทศกำลังพัฒนาประเทศหนึ่ง และเมื่อวันที่ 12 ก.ย. 2508 นายลี กวนยู นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ในขณะนั้นกล่าวสุนทรพจน์ที่สถานสงเคราะห์ ศรีนารายณ์มิชชัน (Sree Narayana Mission) ว่า
“ที่นี่เคยเป็นหนองบึง วันนี้เป็นเมืองสมัยใหม่ และ 10 ปีนับจากนี้จะกลายเป็นมหานคร
อย่าไปกลัว คุณรู้ไหม บางคนคิดว่า เราเป็นแค่ที่เล็ก ๆ พวกเขาสามารถใช้กำลังบีบบังคับเราได้ (แต่) มันไม่ง่ายหรอก เราเป็นประเทศเล็ก ๆ โดยขนาดทางภูมิศาสตร์ (แต่ไม่เล็กในด้าน) คุณภาพของบุคลากร, การบริหารจัดการ, องค์กร, ความกล้าหาญ และความแข็งแกร่งของประชาชน
อย่าแหย่พวกเรา และนั่นคือเหตุผลที่พวกเราถูกขับไล่ออกมา (จากมาเลเซีย) ถ้าพวกเขาบีบคั้นพวกเราง่ายเหมือนส้ม บีบเอาน้ำส้มออกมา สิ่งดี ๆ ต่าง ๆ ก็จะถูกดูดหายไป
ผมคิดว่าน้ำผลไม้ไม่มีทางถูกบีบออกมาจากพวกเราหรอก เราจะเป็นเหมือนทุเรียน ที่ถ้าเขาพยายามที่จะบีบมัน มือเขาจะเจ็บ และพวกเขาก็จะโยนมันทิ้งไป แต่ข้างในทุเรียนนั้นมีคุณค่าทางอาหารที่มีประโยชน์ มีโปรตีนสูง”
แต่สิงคโปร์ในวันนี้ ได้กลายเป็นมหานครอย่างที่นายลี กวนยูเคยกล่าวเอาไว้เมื่อ 59 ปีที่แล้วจริง ๆ กลายเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว และเป็นประเทศที่มีอัตรา GDP ต่อประชากรสูง อีกทั้งเป็นประเทศเดียวในทวีปเอเชีย ที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับ AAA จากหน่วยงานจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่สำคัญทุกแห่ง
ซึ่งความสำเร็จของสิงคโปร์นั้น เกิดขึ้นได้จากการให้ความสำคัญในคุณภาพของทรัพยากรมนุษย์ (Human Capital) ของนายลี กวนยู และรัฐบาลสิงคโปร์จากวันก่อตั้งประเทศจวบจนปัจจุบัน