
หลอกลวงให้ผู้อื่น เลือกตนเองเป็น สว. หรือไม่ ‘สนธิญา’ ร้อง ‘เกศกมล’ อาจเข้าข่ายยื่นเอกสารเท็จต่อ กกต. ชี้ ‘นันทนา’ อาจเข้าข่ายฮั้วการเลือกตั้ง สว.
นายสนธิญา สวัสดี อดีตที่ปรึกษากรรมาธิการ การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในหลายประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการเลือกสมาชิกวุฒิสภา ขอให้ กกต. ตรวจสอบว่ามีการฮั้วกันหรือไม่
และขอให้ตรวจสอบนางนันทนา นันทวโรภาส สว.กลุ่มที่ 18 สื่อสารมวลชน ซึ่งเข้าร่วมการประชุมที่พิพิธภัณฑ์บ้านจิม ทอมป์สัน ก่อนการเลือก สว. ระดับจังหวัด เมื่อวันที่ 15 มิ.ย. ซึ่งมีผู้ลงสมัคร สว. กว่า 100 คน และมีผู้ขึ้นปราศรัย 2 คน ซึ่งอาจเข้าข่าวผิดกฎหมาย
อีกทั้งยังขอให้ตรวจสอบ พญ.เกศกมล เปลี่ยนสมัย สว.กลุ่มที่ 19 กลุ่มผู้ประกอบวิชาชีพ ผู้ประกอบอาชีพอิสระ ซึ่งอาจเข้าข่ายนำข้อมูลอันเป็นเท็จให้ส่วนราชการจดบันทึก จากการระบุว่าจบมาจากต่างประเทศแต่หน่วยงานราชการของไทยไม่ได้รับรองคุณสมบัติการศึกษา
ซึ่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. กำหนดไว้ชัดเจนว่า การกระทำประการหนึ่งประการใดเผื่อให้บุคคลที่เข้าร่วมเลือกเข้าใจผิดว่ามีคุณสมบัติทางด้านการศึกษาในระดับสูง นำไปสู่การได้มาซึ่งสว. ทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริตและเที่ยงธรรรม ถือว่ามีความผิด
เมื่อถามถึงหลักฐานการกระทำความผิดของ พญ. เกศกมล นายสนธิญากล่าวว่าตนมีหลักฐานคือ ใบสว.3 ซึ่งระบุข้อมูลที่เกี่ยวกับประวัติการศึกษา ซึ่งอาจจะเป็นข้อมูลจริงหรือไม่จริงเข้าสู่ระบบราชการ ซึ่งในกรณีของ พญ. เกษกมลซึ่งจบการศึกษาจากต่างประเทศนั้น หน่วยงานราชการไทยให้การรับรองหรือไม่ และสามารถนำข้อมูลดังกล่าวมาใช้เพื่อให้ผู้สมัคร สว. ท่านอื่นพิจารณาได้หรือไม่
อีกทั้งขอให้ กกต. พิจารณาว่าผู้สมัครสามารถลงข้อมูลที่เป็นประโยชน์แก่ตัวเอง หรือจูงใจให้บุคคลอื่นลงคะแนนให้โดยไม่สุจริต และเที่ยงธรรม ได้หรือไม่
“เพราะฉะนั้น ถ้าลงไปแล้วไม่จริง หรือไม่เป็นไปตาม (ที่) ระบบราชการกำหนดไว้ ก็คอการหลอกลวงให้บุคคลอื่นใส่คะแนนให้กับบุคคลนั้น และเป็นที่ได้มาของสมาชิกวุฒิสภา” นายสนธิญากล่าว