สังคมดีขึ้นได้โดยไม่ต้องมี “จอมพลัง” ‘นิ้วกลม’ ชี้หากภาครัฐดี ก็ไม่จำเป็นต้องมีคนใดมาเสียสละตนจนเหน็ดเหนื่อยหนวดเปียกเหงื่อและน่าเห็นใจแบบทุกวันนี้
นิ้วกลม-สราวุธ เฮงสวัสดิ์ นักเขียนและนักคิดชื่อดัง โพสต์เฟซบุ๊กสะท้อนบทบาทของ “ฮีโร่” ในสังคมไทย โดยตั้งคำถามถึงความรับผิดชอบของภาครัฐในการดูแลประชาชน พร้อมเสนอแนวคิดว่า แทนที่จะพึ่งพาบุคคลผู้เสียสละ เราควรสร้าง “ระบบจอมพลัง” ที่โปร่งใส มีประสิทธิภาพ และใช้ภาษีอย่างคุ้มค่าเพื่อแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน
—
“Henning Wehn นักแสดงตลกชาวเยอรมันเคยพูดไว้อย่างน่าคิดว่า ‘ที่เยอรมันเราไม่บริจาคกัน เราจ่ายภาษี การเปิดรับบริจาคเป็นความล้มเหลวของความรับผิดชอบของรัฐบาล’
ส่วนตัวแล้วผมคิดว่า การบริจาคเป็นน้ำใจที่เกิดขึ้นได้ในสังคม แต่สังคมไหนที่การบริจาคหรือผู้รับบริจาค ‘ทรงพลัง’ อย่างเปรี้ยงปร้างก็เป็นเรื่องน่าตั้งคำถามเหมือนกันว่า หน่วยงานรัฐที่ต้องบำบัดทุกข์บำรุงสุขของประชาชนเขาทำอะไรกันอยู่ ในเมื่อเขาก็เก็บภาษีเราไปเพื่อใช้ในการทำสิ่งเหล่านี้มิใช่หรือ เคยนั่งคุยกับพี่ๆ น้องๆ ที่ทำธุรกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise) พวกเขาบอกว่า งานที่ทำอยู่นี่ที่จริงไม่ต้องทำเลย หากภาครัฐทำหน้าที่ของตัวเองได้ดีพร้อมสมบูรณ์ แต่มันไม่เป็นเช่นนั้น
ในสังคมที่มี ‘ทุกข์ชาวบ้าน’ เยอะ ทำให้เกิดฮีโร่ขึ้นมาได้ ซึ่งเป็นไปได้ว่าเขาเริ่มจากความตั้งใจ อยากแก้ปัญหาสังคม ซึ่งเป็นเรื่องดี แต่พอเริ่มดำเนินไปสักพัก ประโยขน์ของประชาชนจะเริ่มซ้อนกับประโยชน์ของฮีโร่ ซึ่งได้เครดิตมาจากการ ‘ทำดี’ ของเขา โดยรับเงินบริจาคมาจากประชาชน ซึ่งที่จริงถ้าเสียภาษีไปแล้วควรคาดหวังการปฏิบัติหน้าที่ของภาครัฐได้ โดยไม่จำเป็นต้องบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือประชาชนด้วยกันถี่และบ่อยราวกับเป็น ‘ภาษี’ อีกรูปแบบหนึ่ง
เมื่อฮีโร่เริ่มมีชื่อเสียงและแฟนคลับ ชื่อเสียงนี่เองเป็นสิ่งที่เขาได้รับขณะ ‘เสียสละ’ ทำเพื่อประชาชน ยิ่งในยุคโซเชียลมีเดีย ชื่อเสียงและยอดผู้ติดตามก็เป็นเหมือน ‘คะแนนเสียง’ ซึ่งแปรผันเป็น ‘อำนาจ’ หรือ ‘อิทธิพล’ ตรงตัวกับคำว่า ‘อินฟลูเอ็นเซอร์’ นั่นเอง จากคนธรรมดา บุคคลนั้นมีโอกาสกลายร่างเป็น ‘จอมพลัง’ ได้ หากเขาเอาพลังนั้นไปทำเรื่องดีก็น่าจะดี แต่ก็อย่างที่หนังสไปเดอร์แมนบอกไว้ ‘พลังอันยิ่งใหญ่มาพร้อมความรับผิดชอบที่ใหญ่ยิ่ง’ และเมื่อใครคนหนึ่งเริ่มเป็น ‘อินฟลู’ ก็อาจมีคนมาใช้ ‘พลัง’ ของเขาไปเสริมพลังกันและกันไปมาอีกด้วย
สังคมที่ควรคาดหวังและจะเป็นการแก้ปัญหาที่ยั่งยืนกว่าคือ ไม่ต้องมีใครแปลงร่างเป็น ‘จอมพลัง’ คอยจัดการเหล่าร้าย (ทึ่เขานิยามเอง) หรือแก้ปัญหาชาวบ้านด้วยการขอรับบริจาคไปเป็นครั้งคราว แต่คือการตั้งคำถามกับหน้าที่ของภาครัฐ และกดดัน เลือกสรรคนเข้าไปวางนโยบายที่จะแก้ปัญหาเรื่องต่างๆ ในแนวทางที่จริงจังยั่งยืน
หากการแก้ปัญหาเกิดจากภาครัฐ ย่อมไม่มีใครเป็นฮีโร่หัวโด่ขึ้นมา แต่ประชาชนจะได้อยู่ใน ‘ระบบ’ ที่ใช้ภาษึดูแลทุกข์สุขอย่างโปร่งใส มีประสิทธิภาพ คาดหวังได้ หากมีการบริจาคก็เป็นเพราะเรามีมิตรจิตมิตรใจต่อกัน หาใช่การสนับสนุนฮีโร่คนใดคนหนึ่งเพราะระบบที่ควรทำหน้าที่เหล่านั้นไม่ทำหน้าที่ของตนเอง
แทนที่จะมี ‘มนุษย์จอมพลัง’ เราต้องการ ‘ระบบจอมพลัง’ คือระบบที่เป็นประชาธิปไตย ตรวจสอบได้ โปร่งใส ลดคอร์รัปชั่น เพิ่มประสิทธิภาพจากการใช้ภาษีประชาชนมาดูแลประชาชน และระบบราชการที่ประสานงานอย่างทรงประสิทธิภาพ
บางทีการอยู่ในสังคมที่คาดหวังกับบุคคลหรือ ‘ฮีโร่’ มากเกินไป ทำให้เราเผลอลดความคาดหวังที่จะมีต่อรัฐบาลและหน่วยงานภาครัฐลงมากไปหน่อย อยากเห็น ‘ระบบจอมพลัง’ เกิดขึ้นในบ้านเรา เชื่อว่าบ้านเมืองจะดีกว่านี้ได้อีกเยอะ และทุกข์ชาวบ้านจะลดลงโดยไม่ต้องมีคนดีคนใดมาเสียสละตนจนเหน็ดเหนื่อยหนวดเปียกเหงื่อและน่าเห็นใจดังเช่นที่เป็นอยู่”
#TheStructure
#TheStructureNews
#นิ้วกลม #รัฐสวัสดิการ