Newsต่างประเทศสิงคโปร์จ่อพัฒนาพลังงานนิวเคลียร์ ‘นายกฯ สิงคโปร์’ ชี้แค่พลังงานหมุนเวียนไม่เพียงพอ ต่อการรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

สิงคโปร์จ่อพัฒนาพลังงานนิวเคลียร์ ‘นายกฯ สิงคโปร์’ ชี้แค่พลังงานหมุนเวียนไม่เพียงพอ ต่อการรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) รายงานถึงแผนการใช้พลังงานนิวเคลียร์ของสิงคโปร์ในอนาคต โดยลอว์เรนซ์ หว่อง นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ กล่าวถึงแผนการศึกษาความเป็นไปได้ในการใช้พลังงานนิวเคลียร์ในประเทศและจะดำเนินการเพิ่มเติมอย่างเป็นระบบเพื่อเพิ่มขีดความสามารถด้านพลังงานของสิงคโปร์  ในระหว่างการประกาศแผนงบประมาณรายจ่ายปี 2568 เมื่อวันที่ 18 ก.พ. ที่ผ่านมา

 

ซึ่งแผนการศึกษาในครั้งนี้นั้น มุ่งเน้นไปที่การสร้างเครื่องปฏิกรณ์โมดูลาร์ขนาดเล็ก (Small Modular Reactors :SMRs) ซึ่งสิงคโปร์ได้ลงนามข้อตกลงกับสหรัฐฯ และกำลังเจรจากับประเทศอื่นๆ เพื่อความร่วมมือด้านนิวเคลียร์เพื่อพลเรือน

 

ซึ่งเครื่องปฎิกรณ์แบบ SMRs นั้นมีข้อได้เปรียบอย่างขนาดที่มีความกะทัดรัดสามารถประกอบและติดตั้งในโรงงานในเขตเมืองที่มีความหนาแน่นสูงได้ และกำลังการผลิตไฟฟ้าอยู่ที่ประมาณหนึ่งในสามของเครื่องปฏิกรณ์แบบเดิม

 

ทั้งนี้นายกฯ สิงคโปร์เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการพัฒนาขีดความสามารถในการประเมินทางเลือกด้านพลังงาน และพิจารณาว่าเทคโนโลยีนิวเคลียร์จะสามารถนำมาใช้ได้อย่างปลอดภัยและคุ้มต้นทุนหรือไม่ ซึ่งขีดความสามารถนี้ยังสำคัญต่อมาตรการความปลอดภัยทางนิวเคลียร์ เนื่องจากภูมิภาคนี้ให้ความสนใจในพลังงานนิวเคลียร์มากขึ้น

 

รัฐบาลสิงคโปร์ได้จัดสรรเงินทุนเพิ่มอีก 5,000 ล้านเหรียญสิงคโปร์ (ราว 1.27 แสนล้านบาท) ให้กับกองทุนพลังงานอนาคตที่มีอยู่เพื่อสนับสนุนความพยายามในการรักษาพลังงานสะอาด ไม่ว่าจะเป็นการนำเข้าพลังงานไฟฟ้า ไฮโดรเจน หรือพลังงานนิวเคลียร์ 

 

ซึ่งนายกฯ สิงคโปร์ระบุว่า รัฐบาลฯ จำเป็นต้อง”ลงทุนครั้งใหญ่” ในโครงสร้างพื้นฐานใหม่เพื่อรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เซมิคอนดักเตอร์ ชีวเภสัชภัณฑ์ อุตสาหกรรมเหล่านี้ล้วนมีความต้องการพลังงานสูง 

 

ดังนั้น การเพิ่มแหล่งพลังงานสะอาดไม่เพียงช่วยตอบสนองความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้น แต่ยังช่วยลดการปล่อยคาร์บอน ไปพร้อมกันการขยายการเข้าถึงพลังงานสะอาดจึงถือเป็นความจำเป็นระดับชาติ

 

ทั้งนี้ สิงคโปร์ยังไม่ได้ตัดสินใจใช้พลังงานนิวเคลียร์ แต่เนื่องจากข้อจำกัดในการเข้าถึงพลังงานหมุนเวียน พลังงานนิวเคลียร์จึงเป็นหนึ่งในแหล่งพลังงานคาร์บอนต่ำต่างๆ ที่รัฐบาลฯ กำลังพิจารณาอยู่ 

 

โดยมีปัจจัยที่ต้องคำนึงถึงอย่างความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ ราคาที่เอื้อมถึง และปริมาณการปล่อยคาร์บอน ทางเลือกด้านพลังงานของสิงคโปร์มีข้อจำกัด เนื่องจากประเทศไม่มีแหล่งทรัพยากรธรรมชาติหรือพื้นที่เพียงพอสำหรับพลังงานน้ำ พลังงานลม หรือพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อตอบสนองความต้องการพลังงานในประเทศ

 

นอกจากนี้ รัฐบาลฯ ได้ดำเนินมาตรการระยะสั้นเพื่อให้โครงสร้างพลังงานของประเทศเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้นผ่านการนำเข้าไฟฟ้าคาร์บอนต่ำจากประเทศในภูมิภาค สิงคโปร์ได้ลงนามข้อตกลงกับอินโดนีเซีย กัมพูชา และเวียดนาม เพื่อนำเข้าไฟฟ้าคาร์บอนต่ำ 5.6 กิกะวัตต์ภายในปี 2578 

 

และคาดว่าไฟฟ้าสีเขียวส่วนใหญ่จะมาจากพลังงานแสงอาทิตย์ น้ำ และลม ภายใต้โครงการนำร่องที่ขยายเพิ่มขึ้นในปี 2567 สิงคโปร์กำลังนำเข้าไฟฟ้าพลังงานน้ำจากลาวผ่านไทยและมาเลเซีย ในช่วงปลายปี 2567 มีรายงานว่าอุปทานพลังงานเพิ่มเติมมาจากมาเลเซีย ทำให้การนำเข้าไฟฟ้าเพิ่มขึ้นจาก100 เมกะวัตต์ เป็น 200 เมกะวัตต์ 

 

ปัจจุบัน ระบบไฟฟ้าของมาเลเซียยังคงพึ่งพาถ่านหินและก๊าซธรรมชาติ แต่ภายในปี 2578 สิงคโปร์จะสามารถตอบสนองความต้องการไฟฟ้าประมาณหนึ่งในสามผ่านการนำเข้า 

 

ในขณะเดียวกัน รัฐบาลฯ ได้ประเมินศักยภาพของไฮโดรเจนคาร์บอนต่ำ ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงทางเลือกที่ไม่ก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจกที่เมื่อถูกเผาไหม้ อย่างไรก็ตาม ไฮโดรเจนคาร์บอนต่ำยังคงมีข้อจำกัดในด้านความท้าทายในการผลิต การจัดเก็บ และการขนส่ง ซึ่งทำให้การขยายขนาดเพื่อการค้าเป็นไปได้ยาก

 

DITP ให้ข้อเสนอแนะว่า ประเทศไทยมีศักยภาพในการพัฒนาพลังงานสะอาดจากแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่มากมาย ซึ่งสามารถช่วยลดการพึ่งพาพลังงานจากฟอสซิลได้อย่างมาก และส่งผลดีต่อสิ่งแวดล้อม 

 

นอกจากนี้ ไทยยังสามารถมีบทบาทสำคัญในตลาดพลังงานไฟฟ้าภูมิภาคได้ โดยเฉพาะการพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้าเพื่อการส่งออกไปยังสิงคโปร์ ซึ่งหากไทยมีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและเพิ่มการลงทุนในเทคโนโลยีสะอาด ไทยก็สามารถเป็นผู้นำในตลาดพลังงานไฟฟ้าภูมิภาคได้

 

อ่านรายงานฉบับเต็มของ DITP –  https://www.ditp.go.th/post/196999 

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้ที่มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้งานเว็บไซต์ได้อย่างเป็นปกติ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณ เพื่อให้เราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมและความสนใจของคุณ

บันทึกการตั้งค่า