Newsสังคมพบ ‘สิ่งก่อสร้างส่วนราชการ’ ถูกทิ้งร้าง โดยเฉพาะเมกกะสนามกีฬาทั่วประเทศ ผลงาน ‘กรมทางหลวง’ อีก 4 โครงการ 4 จังหวัด งบฯ กว่า 500 ล้าน ถูกทิ้งร้าง

พบ ‘สิ่งก่อสร้างส่วนราชการ’ ถูกทิ้งร้าง โดยเฉพาะเมกกะสนามกีฬาทั่วประเทศ ผลงาน ‘กรมทางหลวง’ อีก 4 โครงการ 4 จังหวัด งบฯ กว่า 500 ล้าน ถูกทิ้งร้าง

ผู้ตรวจสำนักนายกฯ ตรวจพบ “สิ่งก่อสร้างส่วนราชการ” หลายแห่งไม่ได้ถูกนำมาใช้ประโยชน์ และยังสร้างไม่เสร็จจากสารพัดปม เฉพาะเมกกะโปรเจกสนามกีฬา ปี 59 ในหลายพื้นที่ ที่ให้ “กรมทางหลวง” เข้ามาก่อสร้าง เผย 4 โครงการ 4 จังหวัด งบฯ กว่า 500 ล้าน ถูกทิ้งร้าง 


ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ในกำกับสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) ได้สรุปความคืบหน้าการติดตามการแก้ไขปัญหาสิ่งปลูกสร้างของส่วนราชการระดับจังหวัด ที่ใช้งบประมาณแผ่นดินทั่วประเทศ หลังจากได้ประสานกับจังหวัดต่างๆ ผ่านกลไกของคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัด (ก.ธ.จ.) ซึ่งเป็นผู้แทนภาคประชาชนในพื้นที่ รวมถึงการตรวจสอบข้อมูล จากแหล่งข้อมูลต่างๆ และระหว่างปีงบประมาณ 2566

 

ล่าสุดพบสิ่งปลูกสร้าง 4 โครงการ ที่ดำเนินการก่อสร้างแล้วถูกทิ้งร้าง แต่ไม่ได้นำมาใช้ประโยชน์ รวมวงเงิน 439,000,000 บาท และจากรายงานยังพบว่า จังหวัดส่วนใหญ่ยังอยู่ระหว่างการสำรวจสิ่งปลูกสร้าง ที่ทิ้งร้างตามมาตรา 62 ภายใต้พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการบริหารงานเชิงพื้นที่แบบบูรณาการ พ.ศ. 2565

อีกทั้งยังพบว่า โครงการก่อสร้างสนามกีฬา ในความรับผิดชอบของกรมพลศึกษา รวมถึง การก่อสร้างสนามกีฬา ของการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ที่ดำเนินการตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2559 ทั้งที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ และยังไม่แล้วเสร็จ/ไม่ได้ใช้ประโยชน์ แต่ให้กรมทางหลวงเป็นหน่วยดำเนินการ มีหลายแห่งที่ดำเนินการในหลายพื้นที่ แต่ยังไม่แล้วเสร็จ ซึ่งเรื่องนี้จะได้มีการแก้ไขปัญหาในภาพรวมต่อไป

ส่วน “โครงการก่อสร้างอาคารเรียน อาคารสำนักงาน และอาคารบ้านพัก” ซึ่งมีการดำเนินการในหลายพื้นที่แต่ยังไม่แล้วเสร็จนั้น ทราบว่าสาเหตุที่ไม่แล้วเสร็จมาจากหลายปัจจัย เช่น ผู้รับเหมาก่อสร้างบางแห่งขาดแคลนแรงงานในช่วงการระบาดของโรคโควิด-19 จึงได้ขอยกเลิกสัญญาจ้าง บางแห่งผู้รับเหมาก่อสร้าง ดำเนินการก่อสร้างล่าช้า ไม่เป็นไปตามกรอบระยะเวลา หรือไม่ดำเนินการตามแบบรูปที่กำหนด

ที่สำคัญ หน่วยงานเจ้าของโครงการ กลับไม่มีการตรวจรับงานหรือขอยกเลิกสัญญา และผู้รับเหมาก่อสร้างได้มีการฟ้องร้องต่อศาลปกครอง ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลปกครอง

สำหรับ “โครงการก่อสร้างตลาด ศูนย์จำหน่ายสินค้า OTOP และศูนย์สาธิตการตลาด” ในหลายพื้นที่ที่ยังไม่แล้วเสร็จ พบว่า บางแห่งยังไม่ได้รับการอนุญาตให้ใข้ที่ดินในการก่อสร้างจากหน่วยงานเจ้าของพื้นที่ และบางแห่งหลังจากดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จ ไม่มีผู้สนใจเช่าพื้นที่ในการประกอบกิจการ

ขณะที่ “โครงการระบบประปาหมู่บ้าน” แล้วเสร็จในหลายพื้นที่ แต่ประชาชนกลับไม่ได้ใช้ประโยชน์นั้น เบื้องต้นพบว่า แหล่งนํ้ามีไม่เพียงพอต่อการดำเนินโครงการ หรืออุปกรณ์ประปาเกิดการชำรุด สูญหาย

ผู้ตรวจฯ ยังเปิดเผยการสำรวจสิ่งปลูกสร้างที่ถูกทิ้งร้าง หรือไม่ได้ใช้ประโยชน์ไนปีงบประมาณที่ผ่านมา แม้จะมีการวางแผนแก้ปัญหามาหลายครั้ง เป็นสิ่งปลูกสร้าง 4 โครงการ ที่ถูกทิ้งร้าง รวมวงเงิน 439,000,000 บาท ทั้งประกอบด้วย

โครงการแรก “สนามกีฬาอำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์” ของกรมพลศึกษา ที่ใช้งบประมาณ ปี 2559 วงเงิน 24.484 ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินการ เริ่มสัญญา 30 ม.ค.2559 สิ้นสุดสัญญา 18 ม.ค.2561 พบว่า แม้สนามกีฬาจะสร้างเสร็จ แต่องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) แสงอรุณ ไม่สามารถรับโอนเพื่อดูแลได้ เนื่องจาก อบต. แสงอรุณ มีขนาดเล็ก ขาดแคลนงบประมาณในการซ่อมบำรุงและจัดหาเจ้าหน้าที่ในการดูแลรักษาสนามกีฬา

โครงการนี้ กรมพลศึกษา ได้ประชุมหารือร่วมกับหน่วยงานส่วนกลางและท้องถิ่น เร่งส่งมอบ-รับมอบครุภัณฑ์ และสิ่งปลูกสร้าง และการบริหารจัดการสนามกีฬาแล้ว ล่าสุด สนามฟุตบอล และลู่วิ่ง พบว่ามีวัชพืชขึ้นปกคลุม สนามมีลักษณะเป็นหลุมเป็นบ่อ และการระบายนํ้าจากสนามออกสู่ภายนอก โดยเบื้องต้นประเมินงบที่ต้องใช้ปรับปรุงกว่า 5 แสนบาท และใช้ระยะเวลาก่อสร้าง 120 วัน ซึ่งอยู่ระหว่างการจัดทำ TOR

จากนั้นจะได้ส่งมอบให้ อบต. แสงอรุณ ดูแลรักษาต่อไป ซึ่งทางจังหวัดประจวบคีรีขันธ์จะแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อติดตาม การซ่อมแชม การถ่ายโอน ขณะที่ อบต.แสงอรุณ จะจัดเก็บข้อมูลสถิติผู้ขอใช้สนามกีฬา เพื่อขอรับการสนับสมุนงบประมาณ เงินอุดหมุนเฉพาะกิจ จากกรมพลศึกษาหรือ หน่วยงานอื่น เพื่อมาใช้ใบการบำรุงรักษาสนามกีฬาอย่างยั่งยืนต่อไป

โครงการที่สอง “พุทธมณฑลจังหวัดสมุทรสาคร ตำบลอำแพง อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร” มีสำนักงานพระพุทธศาสนาสมุทรสาคร สำนักงานจังหวัดสมุทรสาคร สำนักงานธนารักษ์พื้นที่สมุทรสาคร หน่วยงานรับผิดชอบ วงเงินงบประมาณ 173.938 ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินการก่อสร้างตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2559 แล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2559

ผู้ตรวจฯ พบว่า ศาสนสถานดังกล่าวถูกปล่อยให้มีสภาพเสื่อมโทรม ขาดการบำรุงรักษา ล่าสุดได้หารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายแห่งในจังหวัดสมุทรสาคร โดยเสนอให้จังหวัดสมุทรสาคร เร่งรัดกระบวนการมอบภารกิจพุทธมณฑลสมุทรสาคร ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เพื่อจะได้มีการจัดตั้งงบประมาณในการดูแลรักษา โดยเฉพาะ อบต.อำแหง อบจ. และมูลนิธิพุทธมณฑล จังหวัดสมุทรสาคร และจิตอาสา ในการปรับปรุงภูมิทัศน์ให้สวยงาม ซึ่งทางจังหวัดสมุทรสาคร จะแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อติดตาม การซ่อมแชม การถ่ายโอน ให้เร็วที่สุด


โครงการที่สาม “ศูนย์กระจายสินค้าพืชพลังงานทดแทน ของเทศบาลตำบลวังทอง อำเภอวังสมบูรณ์ จังหวัดสระแล้ว งบประมาณ 49 ล้านบาท โครงการนี้แม้จะแล้วเสร็จ แต่ไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้ เนื่องจากเทศบาลตำบลวังทอง ไม่ได้รับการอนุญาตให้ใช้ที่ดินในการก่อสร้างจากหน่วยงานเจ้าของพื้นที่

ทั้งนี้ สำนักงานที่ดินจังหวัดสระแก้ว ได้ดำเนินการถอนสภาพที่สาธารณประโยชน์ และขออนุญาตใช้ที่ดินชองรัฐตามระเบียบ กระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยวิธีปฏิบัติถอนสภาพ และจัดขึ้นทะเบียนการจัดหาประโยชน์ที่ดินชองรัฐ ตามประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2550 และระเบียบ กระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยหลักเกณฑ์เกี่ยวกับ การอนุญาตตามมาตรา 9 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2543

ในส่วนของอาคารของโครงการ ที่ยังไม่ได้รับอนุญาตการใช้ประโยชน์ที่ดิน ได้มีการหารือถึงแนวทางการใช้ประโยชน์และบริหารจัดการดูแล อาคารสิ่งปลูกสร้างก่อนได้รับอนุญาตการใช้ที่ดินแล้ว

โครงการที่สี่ “โรงงานแปรรูปผลิตภัณฑ์ยางพารา ในโครงการส่งเสริมความโดดเด่นชองผลผลิต และผลิตภัณฑ์จากภาคการเกษตรและประมง เป็นกิจกรรมการเพิ่มมูลค่าจากน้ำยางสด บ้านตาลเดี่ยว ตำบลท่าสะอาด อำเภอเซกา จังหวัดบึงกาฬ ของสำนักงานเกษตรและสหกรณ์บึงกาฬ งบประมาณ 193.947 ล้านบาท (งบประมาณ ตามแนวทางการสร้างความเข้มแข็งและยั่งยืน ให้เศรษฐกิจภายในประเทศ งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 ของกลุ่มจังหวัดภาคคะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1)

พบว่า แม้จะมีการก่อสร้างอาคารโรงงานแปรรูป 8 หลังแล้วเสร็จ แต่ยังไม่สามารถดำเนินการผลิตได้ จากปัญหาการ “ยกเลิก” โครงการระบบบำบัดน้ำเสีย วงเงิน 4 ล้านบาท ในอาคาร จากปัญหาไม่สามารถก่อหนี้ผูกพันให้ทันเดือน ก.ย. ปีงบ 2560 รวมถึงไม่มีระบบจ่ายกระแสไฟฟ้าหน่วยย่อยเข้าสู่โรงงาน

ขณะที่โรงงานยางแผ่นรมควัน 3 หลัง แม้จะแล้วเสร็จแต่ไม่สามารถเบิกจ่ายงบประมาณให้ผู้รับจ้าง เนื่องจากงบประมาณถูกพับโดยผลของกฎหมาย เมื่อ ก.ย. 2565 วงเงิน 5,103,045.08 บาท รวมทั้ง สำนักงานสหกรณ์จังหวัดบึงกาฬ มีคำสั่งให้ “ยุบ” ชุมนุมสหกรณ์กองทุนสวนยาง จ.บึงกาฬ ซึ่งเป็นเจ้าของที่ดิน ส่วงผลให้โรงงานแปรรูปมูลค่า กว่า 200 ล้านขับเคลื่อนไปได้

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้ที่มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้งานเว็บไซต์ได้อย่างเป็นปกติ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณ เพื่อให้เราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมและความสนใจของคุณ

บันทึกการตั้งค่า