อุตสาหกรรมการบินป่วน หลังบริษัท RTX พบปัญหาในเครื่องยนต์เจ็ท ที่อาจทำให้เกิดรอยแตกในเครื่องยนต์ขึ้นได้ ซึ่งจะส่งผลต่ออุตสาหกรรมการบินทั่วโลก
ซัพพลายเออร์ด้านการบิน–อวกาศและสายการบินต่างๆ ทั่วโลก เตรียมรับผลกระทบ หลังจากที่ RTX ผู้ผลิตเครื่องยนต์สำหรับเครื่องบินสัญชาติสหรัฐฯ เปิดเผยว่าข้อบกพร่องด้านการผลิตที่เกิดขึ้นได้ยากมากอาจทำให้เครื่องบินแอร์บัสหลายร้อยลำไม่ได้ขึ้นบินในช่วงไม่กี่ปีข้างหน้า
RTX เปิดเผยเมื่อเดือนกรกฎาคมว่า พบสารปนเปื้อนขนาดเล็กมากในผงโลหะที่ใช้ในการผลิตจานกังหันแรงดันสูงซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแกนกลางของเครื่องยนต์ GTF โดยการมีอยู่ของสารปนเปื้อนเหล่านั้นอาจทำให้เกิดรอยแตกในเครื่องยนต์ได้ ทั้งนี้ เครื่องยนต์ที่ได้รับผลกระทบคือเครื่องยนต์ที่ถูกผลิตขึ้นระหว่างปี 2558-2564
ทั้งนี้ หุ้น RTX ได้สูญเสียมูลค่าไปแล้วราว 1 ใน 4 นับตั้งแต่ที่มีการเปิดเผยปัญหาดังกล่าว
ปัญหาดังกล่าว ถือเป็นปัญหาล่าสุดสำหรับอุตสาหกรรมการบิน ซึ่งกำลังเผชิญกับปัญหาการขาดแคลนพนักงานและปัญหาด้านห่วงโซ่อุปทาน แม้ว่าการเดินทางท่องเที่ยวจะฟื้นตัวจากระดับต่ำสุดในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ก็ตาม
RTX ประกาศเมื่อวันจันทร์ (11 ก.ย.) ว่าทางบริษัทจะต้องถอดเครื่องยนต์ Pratt & Whitney Geared Turbofan (GTF) จำนวน 600 ถึง 700 ตัวจากเครื่องบินแอร์บัส A320neo เพื่อทำการตรวจสอบคุณภาพตลอดระยะเวลา 3 ปี จนถึงปี 2026 นอกจากนี้ ทางบริษัทยังได้ขยายคาดการณ์ระยะเวลาซ่อมเป็น 300 วัน จากเดิมที่ประเมินไว้ที่ 60 วัน โดยคำประกาศดังกล่าวส่งผลให้หุ้น RTX ปิดลบ 1.7%
ซัพพลายเออร์ด้านการบินและอวกาศระบุว่า ปัญหาดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อต้นทุนของพวกเขา ขณะที่สายการบินแห่งหนึ่งซึ่งมีเครื่องบิน Airbus A320neo อยู่ในฝูงบินจำนวน 16 ลำ ระบุว่าปัญหาดังกล่าวจะส่งผลกระทบครั้งใหญ่ต่อตารางการบินตั้งแต่เดือนมกราคม 2567 เป็นต้นไป