Newsการเมือง‘รังสิมันต์’ รับไม่ได้ มือเผารูปในหลวงโดนคุก ชี้ ม.112 มีแต่เพิ่มความขัดแย้ง และรอยร้าวของสังคม แล้วแบบนี้สังคมจะปรองดองกันได้อย่างไร

‘รังสิมันต์’ รับไม่ได้ มือเผารูปในหลวงโดนคุก ชี้ ม.112 มีแต่เพิ่มความขัดแย้ง และรอยร้าวของสังคม แล้วแบบนี้สังคมจะปรองดองกันได้อย่างไร

นายรังสิมันต์ โรม โพสต์ X โดยมีข้อความว่า

“การที่วันนี้ยังมีคนเข้าสู่เรือนจำเรื่อยๆ จากการเห็นต่างทางความคิด ไม่เว้นแม้แต่เยาวชนอายุ 21 ปี (คุณปูน ในคดีแอมมี่) และยังมีคนบางกลุ่มมองเรื่องนี้เป็นเรื่องสนุก เห็นดีเห็นงามกับการบังคับใช้กฎหมายมาตรานี้ ทั้งที่แลกมาด้วยความขัดแย้งที่มากขึ้น ซ้ำเติมรอยร้าวของสังคมให้ชัดเจนมากขึ้น

สังคมเราไม่ได้ประโยชน์อะไรจากเรื่องนี้เลย โดยเฉพาะกรณีที่ผู้ต้องหาเป็นเยาวชน ถ้าเรายังเพิกเฉยไม่กล้าที่จะแก้ปัญหาร่วมกัน จะมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นไม่จบสิ้น มีเด็กถูกส่งเข้าคุกมากขึ้นเรื่อยๆ แล้วเราจะร่วมกันสร้างสังคมที่ปรองดองกันได้อย่างไร

 

ให้กำลังใจลูกเกด แอมมี่ และทุกคนๆ ครับ”

ทั้งนี้ แอมมี่ เดอะ บอตทอม บลูส์ ไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์ และนายธนพัฒน์ หรือปูน กาเพ็ง เป็นจำเลยในคดีที่พนักงานอัยการคดีอาญา 5 เป็นโจทก์ฟ้องในความผิดฐานดูหมิ่นสถาบัน ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 มาตรา 217 ฐานวางเพลิงเผาทรัพย์ และพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ พ.ศ.2550 มาตรา 14 (3) และถูกศาลอาญาตัดสินคดีโทษจำคุกไปแล้ว

 

โดยศาลอาญาพิเคราะห์หลักฐานโจทก์จำเลยทั้งสองแล้ว เห็นว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันวางเพลิงจุดไฟเผาพระบรมฉายาลักษณ์รัชกาลที่ 10 ที่ประดิษฐานอยู่หน้าเรือนจำคลองเปรมหลังกระทำแล้ว และมีการเผยแพร่ภาพไฟไหม้รูปพระบรมฉายาลักษณ์รัชกาลที่ 10 ผ่านเฟสบุ๊ก เป็นสาธารณะทำให้ประชาชนทั่วไปเข้าถึงได้

 

ซึ่งศาลเห็นว่าการเผาพระบรมฉายาลักษณ์รัชกาลที่ 10 ย่อมเป็นการใช้สิทธิ์ที่มิใช่สิทธิตามปกตินิยม และมีเจตนาทำให้ผู้พบเห็นเข้าใจได้ว่าหากไม่ปฏิบัติตามข้อเรียกร้องของจำเลยทั้งสองก็จะสามารถทำลาย สิ่งที่เป็นสัญลักษณ์ของสถาบันที่ประชาชนเคารพรัก เป็นการกระทำที่มีลักษณะขู่เข็ญ แสดงออกว่าจะมีการสร้างความเสียหาย ทำลายชื่อเสียงกิตติคุณและลดคุณค่าของพระมหากษัตริย์

ในขณะที่ลูกเกด – ชลธิชา แจ้งเร็ว ส.ส. ปทุมธานี พรรคก้าวไกล ศาลตัดสินให้ น.ส. ชลธิชาจำคุก 3 ปี ในคดีตามมาตรา 112 เป็นเวลา 3 ปี แต่ยกฟ้องในข้อกล่าวหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต ทั้งนี้ศาลอนุญาตให้ น.ส. ชลธิชาใช้สิทธิประกันตัว จึงยังไม่พ้นสภาพ ส.ส.

 

โดยศาลให้เหตุผลว่าการกล่าวหาพระมหากษัตริย์ของ น.ส. ชลธิชา ที่ว่าพระมหากษัตริย์ใช้เงินภาษีของประชาชนมาใช้ในเรื่องส่วนพระองค์ และกล่าวหาว่ามีการแก้กฎหมายให้พระมหากษัตริย์นำเงินภาษีมาใช้ในเรื่องส่วนพระองค์นั้น เป็นการทำให้เสื่อมเสียพระเกียรติยศ เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นและเกลียดชัง

 

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้ที่มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้งานเว็บไซต์ได้อย่างเป็นปกติ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณ เพื่อให้เราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมและความสนใจของคุณ

บันทึกการตั้งค่า