เราเที่ยวด้วยกัน หนุนการท่องเที่ยวโลว์ซีซัน ‘สรวงศ์’ จ่อนำ “เราเที่ยวด้วยกัน” กลับมาใช้ช่วงหลังสงกรานต์ พร้อมขยายแพคเกจ ส่งเสริมการลาไปเที่ยวต่างจังหวัด
สรวงศ์ เทียนทอง รมว. ท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยถึงความคืบหน้าของโครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน” ซึ่งจะถูกนำกลับมาใช้เพื่อการ กระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ ในช่วงโลว์ซีซั่น โดยคาดว่าจะถูกนำมาใช้ในช่วงเดือน พ.ค. – มิ.ย. นี้
พร้อมขยายแพคเกจสนับสนุนเมืองน่าเที่ยว, การใช้สิทธิวันลา และให้ข้าราชการสามารถทำงานแบบ Work from Home ในต่างจังหวัดได้โดยไม่ถือว่าเป็นวันลา
โดยโครงการนี้เดิมทีออกมาเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงสถานการณ์โควิด-19 แต่การนำกลับมาใช้ใหม่ในครั้งนี้ จะเน้นการส่งเสริมการท่องเที่ยวในช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว (โลว์ซีซั่น) เพื่อรักษาระดับจำนวนนักท่องเที่ยวไม่ให้ลดลง โดยแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้กระทรวงฯ พิจารณาเพิ่มหลักเกณฑ์ใหม่ๆ เพื่อให้โครงการมีความน่าสนใจและตอบโจทย์มากยิ่งขึ้น
สำหรับหลักเกณฑ์ใหม่ที่กระทรวงการท่องเที่ยวฯ เสนอและอยู่ระหว่างการพิจารณา ได้แก่ การสนับสนุนการท่องเที่ยวใน “เมืองน่าเที่ยว” ควบคู่ไปกับจังหวัดท่องเที่ยวหลัก, การส่งเสริมการใช้สิทธิ์ในวันธรรมดามากขึ้น, และมาตรการสนับสนุนให้ข้าราชการที่ทำงานแบบ Work From Home (WFH) สามารถเดินทางไปทำงานในต่างจังหวัดได้โดยไม่ถือเป็นวันลา
“เราอยากจะดำเนินการให้เร็วที่สุดก่อนช่วงโลว์ซีซั่น คือหลังจากสงกรานต์ ประมาณเดือนพฤษภาคมและมิถุนายน ซึ่งจะเริ่มใช้ ดังนั้นก็จะทำให้เร็วที่สุด เพราะตอนนี้ได้คุยกับกระทรวงการคลัง และให้เพิ่มเติมในการใช้สิทธิ์เข้าไป” สรวงศ์กล่าว
ในส่วนของมาตรการฟรีวีซ่าสำหรับนักท่องเที่ยวชาวจีน สรวงศ์เปิดเผยว่าจะมีการต่ออายุมาตรการดังกล่าว แต่จะมีการปรับลดระยะเวลาการพำนักจากเดิม 90 วัน เหลือ 30 วัน โดยให้เหตุผลว่า จากสถิตินักท่องเที่ยวชาวจีนส่วนใหญ่นิยมเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทยไม่เกิน 15 วัน
การปรับลดระยะเวลาจึงมีความเหมาะสมมากขึ้น อย่างไรก็ตาม หากนักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางมาเพื่อเรียนมวยไทย ทำอาหาร หรือกิจกรรมอื่นๆ ที่ส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์ของไทย อาจมีการพิจารณาต่ออายุหรืออนุญาตเป็นกรณีพิเศษ
เมื่อถามถึงประเด็นกลุ่มทุนจีนสีเทาที่เข้ามามีอิทธิพลในประเทศไทย สรวงศ์ยืนยันว่าการปรับลดระยะเวลาพำนักของนักท่องเที่ยวจีนไม่ได้มีเป้าหมายโดยตรงในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว แต่เชื่อว่าจะสามารถช่วยในการดูแลและควบคุมสถานการณ์ได้
โดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้หารือกับกระทรวงการต่างประเทศแล้ว และเตรียมที่จะนำเสนอเรื่องนี้ต่อคณะรัฐมนตรีในเร็วๆ นี้ แต่ยังไม่สามารถระบุได้ว่าจะทันภายในสัปดาห์หน้าหรือไม่