มาเลเซียขอบคุณ ปตท. ‘กต.’ เผยผลการหารือร่วมกันระหว่างรัฐบาลไทย-มาเลเซีย ด้านเศรษฐกิจ-ความมั่นคง-พลังงาน-กำแพงภาษีสหรัฐ
เมื่อวานนี้ (18 เม.ย. 2568) นิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยถึงการเดินทางมาเยือนประเทศไทย เพื่อการ working visit ของดาโตะ เซอรี อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ในระหว่างวันที่ 16 – 17 เม.ย. 2568
ซึ่งนายกฯ มาเลเซีย ได้เข้าพบหารือกับ แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีของไทย เมื่อวันที่ 17 เม.ย. 2568 ซึ่งส่งผลให้เกิดการสร้างความร่วมมือในด้านต่าง ๆ อันเป็นประโยชน์แก่ประชาชนของทั้ง 2 ประเทศ ต่อยอดความร่วมมือจากการที่นายกฯ ของไทยเดินทางไปเยือนมาเลเซีย เมื่อวันที่ 16 ธ.ค. 2567 ที่ผ่านมา
อีกทั้งนายกฯ ของทั้ง 2 ประเทศยังได้มีการหารือกันทางโทรศัพท์ระหว่างกัน โดยครั้งล่าสุดคือเมื่อวันที่ 5 เม.ย. 2568 ที่ผ่านมา และทั้ง 2 ฝ่ายได้ย้ำถึงความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่างไทยกับมาเลเซีย ทั้งในกรอบทวิภาคีและในกรอบระดับภูมิภาคและระหว่างประเทศ ทั้งในด้านเศรษฐกิจและความมั่นคง
อีกทั้ง ทั้ง 2 ยังได้เป็นสักขีพยานในพิธีแลกเปลี่ยนความตกลงการก่อสร้างสะพานคู่ขนานข้ามแม่น้ำโก-ลกแห่งที่ 2 ซึ่งจะช่วยเพิ่มพลวัตของการค้าชายแดนและการแลกเปลี่ยนระดับประชาชน
อีกทั้งยังมีการหารือกันในเรื่องการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยทั้งสองฝ่ายได้เห็นพ้องถึงความจำเป็นที่จะในการลดความรุนแรงในพื้นที่ และการเดินหน้ากระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุข ที่มาเลเซียเป็นผู้อำนวยความสะดวกซึ่งเพื่อส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจในท้องถิ่น
สำหรับในเรื่องความมั่นคงทางพลังงาน มาเลเซียได้ขอบคุณบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) ที่ได้ให้ความช่วยเหลือจัดส่งพลังงานให้ทันท่วงที หลังจากเกิดเหตุการณ์ท่อส่งก๊าซระเบิดที่รัฐสลังงอร์ ซึ่งสะท้อนถึงมิตรภาพและความเป็นเพื่อนบ้านที่ใกล้ชิดระหว่างกัน
อีกทั้งยังมีการหารือกันในการปราบปรามขบวนการมิจฉาชีพออนไลน์ โดยทั้ง 2 ฝ่ายจะมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกัน เพื่อให้ตำรวจไทยจะได้ทำการขยายผลสอบสวน และขจัดกระบวนการผิดกฎหมายเหล่านี้อย่างยั่งยืน
นอกจากนี้ ทั้ง 2 ฝ่ายยังได้มีการหารือร่วมกัน เพื่อการประสานท่าทีของประเทศสมาชิกอาเซียนในการรับมือกับมาตรการภาษีของสหรัฐ และการส่งเสริมความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจของภูมิภาคและต่อความท้าทายต่างๆ ด้วย ซึ่งไทยพร้อมสนับสนุนมาเลเซียในฐานะประธานของอาเซียน พร้อมร่วมหาแนวทางรับมือท้าทาย ความท้าทายต่างๆท่ามกลางการแข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์และภูมิเศรษฐศาสตร์ที่มีพลวัตสูงต่อไป