ดัชนีความเชื่อมั่นเดือน พ.ค. 66ดัชนีความเชื่อมั่นโดยรวมลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 49.7ดัชนีความเชื่อมั่นภาคการผลิตปรับเพิ่มขึ้น ส่งออกฟื้นตัว สถาบันการเงินมีความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อเพิ่มขึ้น
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท) เปิดเผยรายงานดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจเดือน พฤษภาคม 66 ว่า
“ในเดือนพฤษภาคม 2566 ดัชนีความเชื่อมั่นโดยรวมลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 49.7 จาก 50.1 ในเดือนก่อน ตามการลดลงในเกือบทุกองค์ประกอบนำ โดยความเชื่อมั่นด้านผลประกอบการ การผลิต และการจ้างงาน โดยความเชื่อมั่นในภาคที่มิใช่การผลิตปรับลดลงตามกลุ่มโรงแรมและร้านอาหาร จากการเข้าสู่ช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยวและมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวของ
ภาครัฐที่สิ้นสุดลง
ส่งผลให้ความเชื่อมั่นด้านผลประกอบการ การบริการ และคำสั่งซื้อปรับลดลงมาก อย่างไรก็ดี ดัชนีความเชื่อมั่นในภาคการผลิตปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย นำโดยกลุ่มผลิตอาหารและเครื่องดื่ม กลุ่มผลิตเครื่องจักรและอุปกรณ์ รวมถึงกลุ่มผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ จากความเชื่อมั่นที่ปรับดีขึ้นในเกือบทุกด้าน
อีกทั้งเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวในด้านการส่งออกของกลุ่มผลิตอาหารและเครื่องดื่ม ทั้งนี้ ยกเว้นกลุ่มผลิตยานยนต์ที่ความเชื่อมั่นปรับลดลงส่วนหนึ่งเป็นผลจากสถาบันการเงินมีความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ยอดการผลิตและการส่งมอบรถยนต์ชะลอลง
ในอีก 3 เดือนข้างหน้า ดัชนีความเชื่อมั่นโดยรวมปรับลดลงจาก 56.1 มาอยู่ที่ 54.7 ตามการลดลงในเกือบทุกองค์ประกอบ และจากทั้งภาคการผลิตและภาคที่มิใช่การผลิต โดยความเชื่อมั่นของภาคการผลิตปรับลดลงมากจากกลุ่มผลิตเครื่องจักรและอุปกรณ์เป็นสำคัญ ส่วนหนึ่งจากการผลิตที่เร่งไปมากในเดือนก่อน
ขณะที่ความเชื่อมั่นของภาคที่มิใช่การผลิตปรับลดลงในหลายหมวดธุรกิจ โดยเฉพาะกลุ่มโรงแรมและร้านอาหาร รวมถึงกลุ่มโลจิสติกส์ อย่างไรก็ดี ดัชนีฯ โดยรวมและเกือบทุกธุรกิจยังอยู่เหนือระดับ 50 ได้อย่างต่อเนื่อง สะท้อนความเชื่อมั่นที่ดีขึ้นเมื่อเทียบกับปัจจุบัน ยกเว้นกลุ่มก่อสร้างที่ความเชื่อมั่นปรับลดลงมาอยู่ต่ำกว่าระดับ 50 อีกครั้ง จากด้านต้นทุนเป็นสำคัญ”
“ดัชนีความเชื่อมั่นด้านอื่นๆ
ความเชื่อมั่นด้านการส่งออกของภาคการผลิตยังต่ำกว่าระดับ 50 สอดคล้องกับเศรษฐกิจโลกที่ขยายตัวชะลอลง ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นด้านสภาพคล่องของธุรกิจโดยรวมปรับลดลงต่อเนื่อง สะท้อนว่าธุรกิจส่วนใหญ่ยังคงเผชิญกับภาวะสภาพคล่องตึงตัว
แม้ว่าปัญหาต้นทุนการผลิตสูงมีทิศทางผ่อนคลายลง แต่ยังคงเป็นอุปสรรคอันดับแรกในการดำเนินธุรกิจต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 21 ขณะที่การปรับราคาสินค้าทำได้ยาก และความต้องการจากตลาดทั้งในและต่างประเทศต่ำ เป็นข้อจำกัดที่ผู้ประกอบการกังวลมากขึ้นในเดือนนี้สำหรับอัตราเงินเฟ้อคาดการณ์ในอีก 12 เดือนข้างหน้าปรับลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ร้อยละ 3.3 จากร้อยละ 3.4 ในเดือนก่อน”