ทรัมป์หนีไปตีกอล์ฟ ไม่ร่วมเจรจาภาษีกับญี่ปุ่น ‘รศ.ดร.ปณิธาน’ เผยสาเหตุที่สหรัฐเลื่อนการเจรจากับไทย และข้อเสนอที่สหรัฐต้องการจากไทย
รศ.ดร.ปณิธาน วัฒนายากร นักวิเคราะห์และผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคง กล่าวถึงการที่ทีมไทยแลนด์ถูกเลื่อนการเจรจาภาษีตอบโต้ (Reciprocal Tariff) กับสหรัฐออกไปอย่างไม่มีกำหนดว่าเป็นเพราะว่าทางสหรัฐเองก็ได้เห็นข้อเสนอของไทย จากการที่ไทยออกประกาศให้ทราบกันโดยทั่วแล้ว
ทั้งนี้คาดว่าสหรัฐต้องการให้ไทยซื้อสินค้าสหรัฐมากขึ้น เช่นสินค้าเกษตร เนื้อสัตว์และพลังงาน ซึ่งถ้าพลังงานของสหรัฐมีราคาถูกก็ควรจะซื้อ เพื่อเป็นการลดราคาค่าไฟให้ประเทศไทย แต่ทางสหรัฐเองก็มีข้อมูลอยู่แล้วว่าไทยไม่น่าจะซื้ออะไรจากสหรัฐได้มากนัก
ส่วนการไปตั้งโรงงานในสหรัฐนั้น ก็ทำให้เกิดคำถามว่าจะไปจ้างใครมาทำงาน เนื่องจากค่าแรงในสหรัฐนั้นมีราคาสูงมาก ทำให้ไทยไม่มีข้อเสนอในส่วนนี้ แต่ถ้าจะไปลงทุนด้านพลังงานที่อลาสกาก็อาจจะเป็นไปได้ เพราะบ้านเรามีมหาเศรษฐีด้านพลังงานเยอะ
อย่างไรก็ดี สหรัฐไม่พอใจกับข้อเสนอในส่วนนี้ของไทย ถ้ารับเอาไว้ก็จะทำให้ประเทศอื่น ๆ ทำบ้าง ซึ่งจะทำให้สหรัฐเสียอำนาจการต่อรอง
นอกจากนี้ สหรัฐต้องการเห็นข้อเสนออื่น ๆ ที่ไม่ใช่ตัวเงิน เช่นการยกระดับความมั่นคงด้านการทหาร-ความมั่นคง ซึ่งสิงคโปร์เสนอไปแล้ว ในขณะที่เวียดนามยืนยันว่าจะเพิ่มระดับความร่วมมือด้านการทหาร แต่เวียดนามจะไม่ไปเผชิญหน้ากับจีน แต่ก็จะไม่ไปเป็นพันธมิตรกับจีนด้วยเช่นกัน
ในขณะที่ของไทยเรา อาจจะเป็นการทำสัญญาซื้ออาวุธจากสหรัฐ และการเพิ่มความร่วมมือทางทหาร-ความมั่นคงในส่วนที่ไม่กระทบกับจีน แต่ทำให้สหรัฐพอใจ เช่นการอนุญาตให้สหรัฐสร้างกงสุลเพิ่มอีกสัก 2 – 3 แห่ง
แต่ความต้องการสุดท้ายของสหรัฐ ที่ไทยไม่สามารถทำได้ และห้ามทำก็คือการตัดความสัมพันธ์กับจีน-ปิดล้อมจีน-เป็นศัตรูกับจีน ซี่งในระยะยาวตนเองคาดว่าในท้ายที่สุดสหรัฐจะแยกวงกับจีน โดยจีนจะมาทาง BRICS และอาเซียน ในขณะที่สหรัฐจะมาทางยุโรป โดยดึงอาเซียนไปบางส่วน
และไทยเราต้องไม่ลืมว่าในตอนที่เราเดือดร้อน จีนเข้ามาช่วยเหลือเราหลายเรื่อง อย่างเช่นเมื่อครั้งที่เวียดนามยกทัพมาบุกไทย จีนก็ยกทัพเข้ามาช่วย (สงครามจีน-เวียดนาม พ.ศ.2522) หรือตอนวิกฤตต้มยำกุ้ง พ.ศ. 2540 จีนก็เข้ามาช่วยเราหลายเรื่อง
ซึ่งตอนนี้สหรัฐพุ่งเป้าไปที่จีนหนักมาก อีกทั้งจีนเองก็มีปัญหาด้านการค้าในเวลานี้ ซึ่งถ้าเราบอกจีนว่าใจเย็น ๆ เราจะไม่ทำตามที่สหรัฐบังคับเรา ก็จะได้ใจจีนอย่างมาก เพราะในยามที่เราเดือดร้อน เขาก็ช่วยเรา และในเวลานี้เขาเองก็ไม่ใช่ไม่เดือดร้อน แต่ถ้าเรายังยืนยันว่าจะไม่ทิ้งเขา ก็จะได้ใจเขามาก
ทั้งนี้เราควรจะมาช่วยกันคิดว่า ควรจะมีการตั้งคณะทำงานเพื่อการเจรจาทั้งกับสหรัฐ และจีนควบคู่กันไปเลยหรือไม่ โดยที่เราจะไม่ไปทำร้ายใคร แต่จะนำเอาหลาย ๆ อย่างที่เราได้เปรียบมาช่วยให้เราได้ประโยชน์
นอกจากนี้จีนเองก็ประกาศออกมาชัดว่าจะรวบรวม “วงไพบูลย์ของเอเชีย” ด้วยการดึงเอาเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และอาเซียนมาเข้าร่วมในการเจรจาต่อรองกับสหรัฐ ซึ่งญี่ปุ่นเองนั้น ก็ล้มเหลวในการเจรจากับโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ
และที่ทำให้ญี่ปุ่นหัวเสียมาก ก็คือการที่นอกจากจะไม่ได้อะไรจากการเจรจาแล้ว ในระหว่างการเจรจาระหว่างสหรัฐกับญี่ปุ่น ทรัมป์ยังออกไปตีกอล์ฟด้วย ซึ่งนี่อาจจะทำให้ญี่ปุ่นหันหน้ามาเจรจากับจีน และอาเซียนเพื่อสร้างอำนาจต่อรองกับสหรัฐได้เช่นกัน
ซึ่งนี่ทำให้ไทยเราเองต้องระวังเช่นกัน เพราะว่าไทยมีการกระจายการค้าขายไปพอสมควร ค้ากับสหรัฐ 20% กับยุโรปเกือบ 10% ถึงแม้ว่าจะดูน้อย แต่ก็สร้างผลกระทบกับเราเช่นกัน
ส่วนการที่จีนเลือกเดินทางมาคุยกับกัมพูชา เวียดนาม มาเลเซียก่อนนั้น เพราะจีนเห็นว่าประเทศเหล่านี้เป็นประเทศที่คุยด้วยได้ง่ายกว่าเพราะมีการค้าขายกับสหรัฐน้อย
และนี่เป็นโอกาสอันดีที่ไทยจะเจรจากับจีนในเรื่องจีนเทา เพราะว่าจีนเองก็มีปัญหากับเรื่องจีนเทาด้วยเช่นกัน อีกทั้งไทยเราเองก็ต้องปรับวิธีการกระจายความเสี่ยงใหม่ เนื่องจากว่าในอนาคต ถึงแม้ว่าทรัมป์จะไปแล้ว ก็อาจจะมีประธานาธิบดีสหรัฐคืออื่นทำเช่นนี้ได้เหมือนกัน
นอกจากนี้ เราต้องปรับเปลี่ยนเข้าสู่การผลิตรูปแบบใหม่ ๆ และส่งคนรุ่นใหม่ของเราออกไปค้าขายในที่ไกล ๆ ให้มากขึ้น มีเพื่อนใหม่ ๆ ให้มากขึ้น