Newsการเมืองสมัยลุงตู่ดีกว่านี้ ทำงานดับไฟใต้ได้มีระบบกว่า ‘รอมฎอน’ เผยนายกฯ ไม่ต้องเป็นหัวหน้าคณะเจรจาก็ได้ แต่ต้องมีโครงสร้างเป็นระบบแบบสมัย พล.อ.ประยุทธ์

สมัยลุงตู่ดีกว่านี้ ทำงานดับไฟใต้ได้มีระบบกว่า ‘รอมฎอน’ เผยนายกฯ ไม่ต้องเป็นหัวหน้าคณะเจรจาก็ได้ แต่ต้องมีโครงสร้างเป็นระบบแบบสมัย พล.อ.ประยุทธ์

นายรอมฎอน ปันจอร์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน มองว่าการจัดการปัญหาความรุนแรงในจังหวัดชายแดนใต้ของรัฐบาล ไม่มีความชัดเจน ระบุนายกฯ ไม่ต้องเป็นหัวหน้าคณะเจรจาเองก็ได้ แต่ต้องกำหนดทิศทาง ชี้สมัย พล.อ.ประยุทธ์ ทำได้ดีและชัดเจนกว่านี้มาก

 

โดยนายรอมฎอนให้สัมภาษณ์กับสื่อระบุว่า นายกฯ ไม่มีความจำเป็นต้องเป็นหัวหน้าคณะเจรจาเอง แต่นายกฯ ต้องมีส่วนในการกำกับทิศทาง เช่น ในช่วงรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกฯ มีความชัดเจนมาก มีการวางโครงสร้างว่า ระดับบนมีคณะกรรมการกับทิศทางการพูดคุยที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ในชั้นที่สองจะเป็นคณะพูดคุยสันติสุข และชั้นที่สามจะเป็นคณะประสานงานในพื้นที่

 

แต่เมื่อมาถึงยุครัฐบาลของ เศรษฐา ทวีสิน และ แพทองธาร โครงสร้างนี้กลับไม่มีอยู่ แต่มีการจัดตั้งภายในของ สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ซึ่งปัญหาคือ พวกเขาจำเป็นต้องมีอำนาจหน้าที่ที่แน่นอนซึ่งได้รับมอบหมายจากนายกฯ เสียก่อนจะไปดำเนินการต่อได้

 

ซึ่งสถานการณ์ฝั่งรัฐบาลไทยก็ไม่ต่างกับฝ่าย BRN ที่รัฐบาลเองก็ตั้งข้อสงสัยว่าคณะพูดคุยของ BRN ที่มาพูดคุยก่อนหน้าหยุดชะงักในเดือน ส.ค. 2567 นั้นเป็น ตัวจริงหรือไม่

 

ส่วนสถานการณ์ล่าสุดในการพูดคุยเมื่อ ส.ค. 2567 นั้น ทั้ง 2 ฝ่ายยังไม่มีการตกลงในรายละเอียด ว่ากติกาในการทำงานร่วมกันจะทำแค่ไหนอย่างไร มีแค่ร่างเอกสารแผนสันติภาพเท่านั้น ยังไม่ได้มีการลงลึกไปในรายละเอียด และยังคงค้างคามาจนถึงปัจจุบัน

 

ท้ายสุดเรื่องที่ 2 ฝ่ายต้องคุยกัน คือการร่วมกันยุติสภาวะที่เป็นปรปักษ์ หรือร่วมกันเรื่องหยุดความรุนแรงและการเผชิญหน้ากัน ซึ่งกระบวนการสันติภาพต้องทำร่วมกัน ต้องมีองค์ประกอบทำร่วมกัน

 

ดังนั้น ข้อเรียกร้องของรัฐบาลไทยให้หยุดความรุนแรง ดูสมเหตุสมผลที่ต้องหยุดยุทธศาสตร์การพูดคุยไปฆ่าไป แต่อีกด้านก็ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง เพราะต้องยอมรับว่า BRN ใช้กำลัง เพราะเป็นอำนาจการต่อรองที่เขาพอจะมี และรู้อยู่ว่ามีการละเมิดกฎหมายและเสี่ยงต่อการถูกทำลายความชอบธรรมในทางการเมือง ถ้าเขาเลือกใช้ทางนี้ เราจะต้องคิดคือต้องเผชิญหน้ากับคนที่ใช้กำลังแบบนี้

 

ตนจึงคิดว่าวิธีการนี้รัฐบาลยังสามารถกำหนดกลยุทธ์ได้หลากหลายกว่า เพราะมีความชอบธรรมทางการเมืองมากกว่า ดังนั้นการริเริ่มในฝ่ายรัฐบาลจะเป็นประโยชน์ต่อสถานการณ์โดยภาพรวม


รัฐบาลไทยต้องทำหน้าที่บางอย่างเพื่อกำหนดสถานการณ์ ซึ่งผมแม้จะอยู่ในฝ่ายค้านและท้วงติงในหลายเรื่อง หากทิศทางของรัฐบาลเดินไปสู่การแสวงหาทางออกอย่างสันติวิธี ให้น้ำหนักของการพูดคุยและวิธีสันติภาพ เราก็พร้อมสนับสนุน” นายรอมฎอนกล่าว

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้ที่มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้งานเว็บไซต์ได้อย่างเป็นปกติ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณ เพื่อให้เราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมและความสนใจของคุณ

บันทึกการตั้งค่า