กฎหมายยุค คสช. ปี 2561 ทำให้เส้นแบ่งไม่ชัดเจน การดูแลและบริหารจัดการพระราชทรัพย์ทั้งหมด…ให้เป็นไปตามพระราชอัธยาศัย พระองค์จะทรงมอบหมายให้สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ บุคคลใด หรือหน่วยงานใด เป็นผู้จัดการทรัพย์สินใด อย่างไรก็ได้ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน
สืบเนื่องจากที่ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชนอภิปรายในสภาเกี่ยวกับ การที่คณะรัฐมนตรีเสนอร่าง “พระราชบัญญัติจัดระเบียบทรัพย์สินพระมหากษัตริย์” โดยได้มีการระบุว่า ตนมีความใส่ใจเป็นพิเศษเนื่องจากเป็นร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสถาบันที่เป็นพระประมุขของชาติ
“ที่ต้องให้ความใส่ใจนั้น เพราะร่างกฎหมายฉบับนี้ไปเกี่ยวข้องกับทรัพย์สินของแผ่นดินที่สำคัญอย่างยิ่ง นั่นคือทรัพย์สินของ ‘สถาบันพระมหากษัตริย์‘ ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ซึ่งตั้งแต่เมื่อ 20 ปีที่แล้ว มีการประเมินกันว่าทรัพย์สินของแผ่นดินในส่วนนี้มีมูลค่ามากกว่า 1 ล้านล้านบาท”
โดยช่วงต้นของการอภิปราย ณัฐพงษ์ได้มีการพาดพิงเชิงวิพากษ์วิจารณ์ถึงการเปลี่ยนแปลงกฎหมายในปี พ.ศ.2561 ในสมัยรัฐบาล คสช. ว่าทำให้เส้นแบ่งระหว่าง “ทรัพย์สินพระมหากษัตริย์” และ “ทรัพย์สินส่วนพระองค์” ไม่ชัดเจน
รวมถึงทำให้การดูแลและบริหารจัดการพระราชทรัพย์ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นทรัพย์สินส่วนพระองค์หรือทรัพย์สินส่วนที่เป็นของสถาบันพระมหากษัตริย์ ก็ให้เป็นไปตามพระราชอัธยาศัย พระองค์จะทรงมอบหมายให้สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ บุคคลใด หรือหน่วยงานใด เป็นผู้จัดการทรัพย์สินใด อย่างไรก็ได้
ก่อนที่ หัวหน้าพรรคประชาชน จะสรุปว่า ร่าง พรบ.ฉบับใหม่ที่ถูกคณะรัฐมนตรีเสนอเข้ามาในวันนี้ (28 พ.ค.2568) เป็นเพียงการเปลี่ยนชื่อ “สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์” ตามกฎหมายปี 2561 เป็น “สำนักงานพระคลังข้างที่” เท่านั้น
ด้วยเหตุนี้ พรรคประชาชนจึงไม่มีประเด็นอะไรที่จะคัดค้านร่างกฎหมายดังกล่าวของรัฐบาล
ก่อนที่ ณัฐพงษ์จะกล่าวทิ้งท้ายไว้ว่า “สุดท้ายขอยืนยันว่าผู้แทนราษฎรพรรคประชาชนจะทำหน้าที่พิทักษ์ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือ Constitutional Monarchy ซึ่งก็คือระบอบประชาธิปไตยที่พระมหากษัตริย์อยู่ใต้รัฐธรรมนูญ เราจะระวังไม่ให้กฎหมายใดถูกติฉินครหาได้ว่ามีใครพยายามทำให้หลุดพ้นไปจากหลักอันเป็นหัวใจของ Constitutional Monarchy นั่นคือการที่พระมหากษัตริย์ทรง ‘ปกเกล้าไม่ปกครอง‘ อันเป็นการรักษาพระราชสถานะของพระประมุขให้ปราศจากการเมืองอย่างแท้จริง”
ขณะที่มื่อลงเฟสบุ๊กไป รศ.ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ จาก NIDA ได้เข้ามาคอมเมนต์ในโพสต์ดังกล่าวระบุว่า “ไม่รู้จะมาสาระแนกับทรัพย์สินของพระองค์ท่านทำไม กลับไปจ้องทรัพย์สินของบิดามารดาของตนเองเถิดจะเกิดประโยชน์มากกว่า”