Newsต่างประเทศกำจัดคนโกง ออกจากแผ่นดินของเรา ปธน.ปราโบโว วางแผนสร้างเรือนจำบนเกาะห่างไกล สำหรับผู้ต้องโทษคดีทุจริตในอินโดนีเซีย

กำจัดคนโกง ออกจากแผ่นดินของเรา ปธน.ปราโบโว วางแผนสร้างเรือนจำบนเกาะห่างไกล สำหรับผู้ต้องโทษคดีทุจริตในอินโดนีเซีย

ประธานาธิบดี ปราโบโว ซูเบียนโต ของอินโดนีเซีย ย้ำจุดยืนต่อต้านการทุจริตระหว่างการเยือนกระทรวงศึกษาธิการประถมศึกษาและมัธยมศึกษา ในกรุงจาการ์ตา เมื่อวันพฤหัสบดี (13 มี.ค.) โดยระบุว่า ผู้ที่ถูกตัดสินว่ามีความผิดจะถูกกำจัดออกจากแผ่นดิน พร้อมเสนอแผนสร้างเรือนจำในพื้นที่ห่างไกลเพื่อป้องกันการหลบหนี

 

“เราจะกำจัดพวกเขาออกจากแผ่นดินของเรา หากจำเป็น ผมจะจัดสรรงบประมาณพิเศษเพื่อสร้างเรือนจำในพื้นที่ห่างไกลที่พวกเขาไม่สามารถหลบหนีได้… เราจะหาเกาะที่เหมาะสม เพื่อให้ผู้ที่พยายามหลบหนีต้องเผชิญหน้ากับฉลาม” ปราโบโว กล่าว

 

ผู้นำอินโดนีเซียเปิดเผยว่า การทุจริตเป็นอุปสรรคสำคัญต่อความพยายามในการพัฒนาประเทศ พร้อมกับระบุว่า ครู แพทย์ บุคลากรทางการแพทย์ และเกษตรกร เป็นผู้ได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุดจากการยักยอกเงินของรัฐอย่างไม่ชอบธรรมโดยบุคคลที่ทุจริต พร้อมกับแสดงความมุ่งมั่นอันแรงกล้าต่อภารกิจปกป้องชาติ

 

“เรามุ่งมั่นที่จะพยายามอย่างเต็มที่ ด้วยทรัพยากรที่เรามีทั้งหมด เพื่อให้ได้มาซึ่งรัฐบาลที่สะอาด ปราศจากการทุจริต เราจะลดการรั่วไหลและการทุจริตในระบบ” “พวกเขาต้องเข้าใจว่าผมพร้อมที่จะตายเพื่อชาติและประเทศนี้ ผมไม่กลัวมาเฟียใดๆ ทั้งสิ้น”

 

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต ออกมาตำหนิผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าทุจริตต่อสาธารณะ เมื่อเดือน ธ.ค. ที่ผ่านมา เขาได้เรียกร้องให้ผู้พิพากษาใช้มาตรการที่เข้มงวดขึ้นต่อผู้กระทำผิดในคดีทุจริต โดยระบุว่าผู้กระทำผิดสมควรถูกจำคุกเป็นเวลาหลายสิบปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากอาชญากรรมที่พวกเขาก่อขึ้นส่งผลให้รัฐสูญเสียเงินหลายแสนล้านรูเปียห์

 

ในช่วงที่ผ่านมาอินโดนีเซียเผชิญกับคดีทุจริตที่สร้างความเสียหายครั้งใหญ่หลายคดี โดยเมื่อปีที่แล้ว ฮาร์วีย์ โมอิส นักธุรกิจชื่อดัง ถูกศาลตัดสินจำคุก 6.5 ปี และปรับเป็นเงิน 13 ล้านดอลลาร์ (437 ล้านบาท) จากบทบาทในคดีทุจริตเหมืองแร่ดีบุก

 

และล่าสุด เมื่อเดือนที่ผ่านมา คดีทุจริตครั้งใหม่สะเทือนวงการน้ำมันและก๊าซ เมื่อผู้บริหารระดับสูงจากบริษัทในเครือ Pertamina ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจด้านพลังงานของอินโดนีเซีย ถูกจับกุมในข้อหาที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตน้ำมันดิบมูลค่าสูงถึง 1,200 ล้านดอลลาร์ (4.03 หมื่นล้านบาท) ซึ่งเป็นอีกหนึ่งคดีที่สร้างความเสียหายอย่างมหาศาลต่อรัฐ

 

(1 ดอลลาร์ = 33.61 บาท)

 

ที่มา: CNA

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้ที่มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้งานเว็บไซต์ได้อย่างเป็นปกติ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณ เพื่อให้เราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมและความสนใจของคุณ

บันทึกการตั้งค่า