‘พงศ์พรหม’ เว้นวรรคการเมือง ชี้ไม่คิดเป็นนักการเมืองในสิ่งแวดล้อมแบบนี้ ขอบคุณที่ให้บทเรียนเข้มข้นตลอด 4 ปี
นายพงศ์พรหม ยามะรัต อดีตรองหัวหน้าพรรคกล้า และรองโฆษกพรรคสร้างอนาคตไทย โบกมือลาวงการการเมือง หลังพบว่า เขาไม่อยากเป็นนักการเมืองในสภาพแวดล้อมทางการเมืองแบบในปัจจุบัน
พร้อมทั้งขอบคุณวงการการเมืองและผู้ใหญ่ทุกคนที่ให้บทเรียนอันมีค่าตลอด 4 ปี จากนี้คงจะเว้นวรรคเรื่องการเมือง กลับไปเป็นคุณพ่อเลี้ยงลูกก่อน สัก 2-3 ปีขึ้นไป แล้วเดี๋ยวค่อยว่าหลังจากนี้
โดยนายพงศ์พรหมระบุข้อความดังนี้
“ปีนี้ผมจะอายุ 50 แล้ว ฟังดูแก่ฉิบหาย (55555) เมื่อประเมินดูแล้วว่างานหลายงานที่กำลังทำอยู่นี้ มันแสนจะยิ่งใหญ่ไปซะทั้งหมด ทั้ง Passion เรื่อง health tech ที่เราฝันจะไปไกลระดับ regional ก่อนตาย และงานการเมืองที่แสนจะสนใจ กับผู้ใหญ่ที่แสนจะเก่งก็ยังท้าทายเหลือเกิน
แต่พอส่องกระจก อ้าว กูไม่ใช่ซุปเปอร์แมนนี่หว่า (55555) สุดท้าย ยังไงก็ต้องเลือก ไม่ใช่รับมันซะทุกโอกาส
ปลายปีที่แล้วก็เลยวางแผนจะลาพี่น้องการเมืองด้วยของขวัญชิ้นสำคัญแบบเงียบๆ (เพราะไม่รู้ว่าจะสำเร็จมั้ย 55555)
และวันนี้ของขวัญสุดท้ายก็ได้ทำให้กับพี่น้องจนสำเร็จแล้ว ก็เลยต้องขอถือโอกาสเว้นวรรคงานการเมืองซักปี หรือ 2 ปี (หรือ 3 ปี หรือกี่ปีก็ไม่รู้ 55555) ก่อนนะครับ ขอกลับไปเป็นพ่อบ้านบ้างานเหมือนเมื่อ 6-7 ปีที่แล้วอีกครั้ง
ลืมๆ ปัญหาบ้านเมืองเราบ้าง
เดินขึ้น BTS ให้สบาย ไม่ต้องนั่งรถตู้เปิดหวอ ถ้าเบื่อก็ด่านักการเมืองในนามของคนไทยคนนึงซึ่งก็อาจจะสะใจกว่าไปด่าเขาด้วยการที่มีภาพพรรคการเมืองคลุมตัวเราอยู่ (55555)
ผมเข้ามาช่วยการเมืองโดยไม่ตั้งใจตั้งแต่วันก่อตั้งพรรคพลังประชารัฐ แม้ไม่ได้สมัครสมาชิกพรรค แต่ก็ไปช่วยเพราะอยากให้ไทยมันดีกว่านี้ ซึ่งตอนนั้นก็ต้องบอกปัดโอกาสสำคัญในข้อเสนอการรับตำแหน่งหัวขบวนในองค์กรเอกชนใหญ่แห่งหนึ่ง
ถัดมา มารับตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคกล้า ก็เพราะชื่นชมพี่กรณ์ ซึ่งวันนี้ก็พบว่าคิดไม่ผิด พี่กรณ์มีทั้งความรู้ ความตั้งใจที่ยิ่งใหญ่จริงๆ หลังจากพรรคกล้า ผมก็เดินกลับมาบ้านหลังใหม่กับคนกลุ่มเดิมที่ผมเชื่อมั่นว่าเขาจะเปลี่ยนประเทศให้ดีขึ้นได้มากที่สุดที่การเมืองไทยในปัจจุบันจะมีอยู่ ด้วยความเชื่อใน อ.สมคิด อ.อุตตม และพี่สน
แล้วก็ได้ข้อสรุปว่า โคตรดีใจที่ได้อยู่ใกล้ชิดคนเหล่านี้ จะพรรคพลังประชารัฐ (ในความคิดแต่แรกเริ่ม) พรรคกล้า และพรรคสร้างอนาคตไทย คนเหล่านี้เก่ง รักชาติ และคือความหวังประเทศจริงๆ
4 ปีที่ผ่านมา ผมได้เรียนรู้ถึงการเมืองไทย เรียนรู้คนเก่งๆ และนอนกลางดินกินกลางทรายกับชาวบ้านมากมายในหลักสูตรที่แสนจะเข้มข้น แต่…ต้องขออภัยพี่น้องที่รอบนี้คงมาได้ถึงแค่นี้
ผมอยากให้เมืองไทยดี แต่ผมไม่เคยอยากเป็นปาร์ตี้ลิสต์ หรือ สส. หรือรัฐมนตรี ขอบคุณที่หลายท่านอยากผลักดันผม แต่วันนี้ ผมไม่ได้มี ambition จะเป็นนักการเมืองในสิ่งแวดล้อมแบบนี้ ผมจึงขอมอบของขวัญชิ้นสุดท้ายนี้ (ที่สำเร็จเกินที่ผมคาดไว้) กับพี่น้องที่เดินกับผมมาหลายปี
หลังจากนี้ จะเป็นยังไง ก็ขอให้ทุกคนทำเต็มที่ ที่เหลือ ก็ให้มันแล้วแต่บุญแต่กรรม รักนะครับ แล้วจะกลับมาเมื่อชาติต้องการ”
ที่มา : Facebook – https://www.facebook.com/photo/?fbid=6158098624200224&set=a.189856781024468
#TheStructureNews
#พงศ์พรหมยามะรัต #สร้างอนาคตไทย #พรรคกล้า
จักรภพท้าดีเบต ธนาธร – ปิยบุตร ชี้ประชาชนควรได้รับสาระจากการเมืองมากกว่าด่ากันไปวัน ๆ
“ตอน (คุณเศรษฐา) อยู่หลังฉาก พารัฐบาลยิ่งลักษณ์ แพ้อย่างราบคาบ กระทั่งท้ายที่สุด ต้องไปจับมือร่วมกับการรัฐประหาร แต่เป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากจะฟังในซีกนั้น แล้วก็ไม่กล้าที่จะตอบคำถามด้วย” – นายจตุพร พรหมพันธุ์ อดีตแกนนำ นปช 9 พ.ค. 66
“ในบรรดาอดีตอาณานิคมของฝรั่งเศสที่เคยมีอยู่ในเอเชียและอัฟริกา ฝรั่งเศสน่าจะโปรดปรานกัมพูชามากที่สุด” ดร. ชาญวิทย์ เกษตรศิริ นักวิชาการด้านประวัติศาสตร์ และอดีตอธิการดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) | The Structure
ศิราวุธ ภุมมะกสิกร
อดีตวิศวกรโครงการ ระดับผู้จัดการ จบปริญญาตรีวิศวกรรมเครื่องกล จาก พระจอมเกล้าธนบุรี และ โท ด้าน Advanced Manufacturing Engineering จาก University of South Australia มีความสนใจในเรื่องประวัติศาสตร์ การเมือง และสวัสดิการสังคม