พีระพันธุ์โยน ITD ดำเนินการต่อไปเอง พร้อมเสนอให้ กฟผ. แก้สัญญาจ้างขนถ่านหินแม่เมาะ
นางสาวอรพินทร์ เพชรทัต เลขานุการ รมว. พลังงานทำหนังสือถึงผู้ว่าการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เมื่อวันที่ 7 มี.ค. 2568 เรื่องการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการจ้างงานเหมาขุด – ขนถ่านหินที่เหมืองแม่เมาะของ กฟผ. โดยมีเนื้อหาโดยสรุปว่า
นายพีระพันธุ์ สาลีรัตวิภาค ในฐานะรมว. พลังงาน มีข้อสังเกตที่เกี่ยวข้องกับกรณีดังกล่าวดังต่อไปนี้
1 การจัดจ้างเหมาขุด – ขนถ่านหินที่เหมืองแม่เมาะของ กฟผ.ตามสัญญาที่ 8/1 (สัญญาที่ บมจ.สหกลอิควิปเมนท์ หรือ SQ เป็นผู้ชนะการประมูล แต่โครงการดังกล่าวถูกชะลอเนื่องจากการขอยื่นอุทธรณ์ของ บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ หรือ ITD) ที่ กฟผ. อ้างว่าต้องเร่งจ้างเหมาขุด-ขนถ่านหินตามมติ คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เมื่อ 22 มิ.ย. 2567 นั้น
ได้ตรวจสอบแล้วพบว่ามติดังกล่าว เป็นเรื่องของการพิจารณาการเลื่อนแผนการปลดเครื่องโรงไฟฟ้าพลังความร้อนแม่เมาะ เครื่องที่ 8-11เนื่องจากคาดการณ์ราคาก๊าชธรรมชาติเหลว (LNG) มีแนวโน้มอยู่ในระดับสูงจนถึงปี 2568 หรือปี 2569 เพราะเหตุสถานการณ์สงครามระหว่างรัสเซียและยูเครนยังไม่ข้อยุติ รวมทั้งหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 คลี่คลาย
ซึ่งกฟผ. ใช้ข้อกังวลดังกล่าวมาเป็นข้ออ้างในการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างชุด-ขนถ่านหินที่เหมืองแม่เมาะโดยวิธีพิเศษ เป็นสัญญาที่ 8/1 แต่มีข้อขัดข้องหลายประการจึงทำให้ล่าช้า
แต่ข้อกังวลดังกล่าวนั้น ไม่ได้เกิดขึ้นจริงทำให้เหตุผลและความจำเป็นที่ต้องดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างขุด-ขนถ่านหินที่เหมืองแม่เมาะโดยวิธีพิเศษจึงหมดสิ้นไปแล้ว ซึ่งควรเสนอ กพช.ให้ทราบสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปเพื่อที่ กพช.จะพิจารณามีมติในเรื่องนี้ใหม่ แต่กลับไม่มีการดำเนินการเช่นนั้น อีกทั้งมีข้อมูลน่าเชื่อได้ว่า กฟผ.ยังคงมีสต๊อกสำรองถ่านหินปริมาณมากพอสมควร
นอกจากนี้ในการประชุม กพช. เมื่อวันที่ 7 พ.ย.2565 ซึ่งอนุมัติให้โรงไฟฟ้าพลังความร้อนแม่เมาะ เครื่องที่ 4 กลับมาผลิตไฟฟ้าได้จนถึงปี 2568 และระยะเวลาที่คณะกรรมการ กฟผ.จะอนุมัติให้ว่าจ้างชุด-ขนถ่านหินที่เหมืองแม่เมาะนั้น เหลืออยู่เพียง 1 ปี
อีกทั้งหากพิจารณาตามแผน PDP 2018 Revision 1 พบว่ากำลังผลิตไฟฟ้าตามสัญญามีอัตราสูงกว่าความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดของระบบอยู่แล้ว จึงไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องดำเนินการว่าจ้างตามสัญญาดังกล่าวโดยวิธีพิเศษอีกต่อไป
2 เสนอให้มีการว่าจ้างชุดขนถ่านหินแม่เมาะ โดยการเปิดประมูลตามปกติ โดยยกอ้างเหตุผลตามข้อที่ 1 และระบุว่า กฟผ. มีหน่วยงานที่รับผิดชอบในส่วนเหมืองแม่เมาะเป็นการเฉพาะอยู่แล้ว จึงควรที่จะมีการวางแผนการจัดซื้อ-จัดจ้างไว้ล่วงหน้า แบบกรณีปกติได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้วิธีพิเศษ
3 หากมีข้อโต้แย้งเกิดขึ้นจากผู้ที่เกี่ยวข้องเกิดขึ้น คณะกรรมการฯ และ รมว. พลังงานเห็นว่า “เป็นข้อโต้แย้งในด้านการดำเนินการในการจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งอยู่ในถ้อยความรู้ของคู่กรณีที่ไม่อาจหาข้อยุติได้สืบเนื่องจากกฎระเบียบของ กฟผ.ในกรณีการจัดซื้อจัดจ้างมีความหละหลวมหลายประการ จึงเป็นเรื่องที่คู่กรณีพึงใช้สิทธิตามกฎหมายดำเนินการต่อไปเอง”