Newsการเมืองแค่วิจารณ์นักวิชาการบางคน โดนคนฟ้องหน่วยงานให้ลงโทษ กองเชียร์เพื่อไทยเข้าไปตอบโต้โพสต์ของพิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ หลังจากนั้นมีคนทำหนังสือให้ลงโทษผู้คอมเมนต์

แค่วิจารณ์นักวิชาการบางคน โดนคนฟ้องหน่วยงานให้ลงโทษ กองเชียร์เพื่อไทยเข้าไปตอบโต้โพสต์ของพิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ หลังจากนั้นมีคนทำหนังสือให้ลงโทษผู้คอมเมนต์

ภายหลังจากที่ ผศ.ดร.พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊ก เมื่อวันที่ 5 ต.ค. 2567 วิจารณ์การทำงานช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่เชียงใหม่ว่า โกรธมากเรื่องการรับมือน้ำท่วมที่เชียงใหม่

 

ซึ่งทำให้ผู้ใช้บัญชีเฟสบุ๊ก Aiko Hamasaki ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนพรรคเพื่อไทย เข้าไปแสดงความเห็นตอบโต้ว่า อาจารย์พิชญ์ก็กินเยอะนะคะ กินน้อยลงได้ไหมล่ะ ช่วยเรื่องโลกรวน และ ที่จะบอกคือ แทนที่จะนั่งเล่นเน็ต บิ้วอารมณ์โกรธไปวัน ๆ แล้วตัวเองทำอะไรล่ะ? ถ้าทำไม่ได้จะมโกรธอะไร โกรธใคร

 

ต่อมา ผู้ใช้บัญชีดังกล่าวโพสต์เฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 19 ต.ค. 2567 โดยโพสต์ภาพหนังสือ ขอให้ชี้แจงข้อเท็จจริง ซึ่งระบุว่ามีผู้ร้องเรียนมายังหน่วยงาน ๆ หนึ่ง (ไม่เปิดเผยชื่อหน่วยงาน) โดยระบุว่าผู้ร้องเรียน เกิดความไม่สบายใจและเห็นว่าไม่เหมาะสม และมีความประสงค์จะให้ด้วยงานดังกล่าว ดำเนินการลงโทษ

และโพสต์ภาพแคปชั่นของผศ.ดร.พิชญ์ และความเห็นของตนเอง พร้อมระบุข้อความว่า

 

“เราจะอยู่กันแบบนี้ใช่ไหมคะ? เมื่อวันศุกร์เมื่อวานนี้ ตอนช่วงใกล้เลิกงาน เราได้รับจดหมายแจ้งข้อความมาถึงเรา  ใจความของจดหมายคือเรื่องตามภาพที่แนบประกอบทางซ้าย (หนังสือ ขอให้ชี้แจงข้อเท็จจริง) คือ มีคนร้องเรียนมายังสถานที่ทำงาน

 

ว่าเห็นข้อความของเราที่ไป comment ใต้โพสต์ อ.พิชญ์ ‘แล้วก่อให้เกิดความไม่สบายใจและเห็นว่าไม่เหมาะสม‘ ข้อความที่เรา comment ตามภาพที่แนบประกอบทางขวา

 

จากการอ่านจดหมาย สิ่งที่เราอ่านได้ และวิเคราะห์ว่านี่คือเป้าประสงค์ และความปรารถนาภาพฝันที่เขาต้องการให้เกิดขึ้น คือ

1.) ความต้องการสร้างความกลัว จนทำให้เราเกิดการเซ็นเซอร์ความคิดเห็นของตนเอง

2.) ความต้องการให้เราสำนึกผิด ตามบรรทัดฐานการขีดเส้นความถูก-ผิดของผู้ร้อง

และ 3.) ปรารถนาจะให้เกิดการลงโทษ สั่งสอน ให้เกิดความหลาบจำ ความต้องการเห็นองค์กรมีอำนาจเหนือเรา ครอบเหนือตัวเรา จนสามารถลงโทษเราได้ตามอำเภอใจ

และไม่ว่าจะด้วยเหตุหรือแรงจูงใจอันใดก็ตาม นักร้องหรือผู้ฟ้องร้อง ไม่ได้มีเจตนาอันดี และต้องการทำลายชีวิตของผู้อื่น ด้วยการใช้วิธีการเล่นงานทางข้างหลัง

 

ส่วนที่เราต้องการชี้แจงไปยังผู้ร้อง และให้สาธารณะได้มีส่วนร่วมในการรับรู้ คือ

 

1.) เราเล่น Facebook ในนามส่วนตัว ในนามบุคคล ไม่ได้เล่น Facebook ในนามองค์กร สิ่งนี้ คือสิ่งที่ผู้ร้องต้องแยกบทบาทและพื้นที่ให้ออก

1.1 – เราไม่ได้ใส่ประวัติส่วนตัว สถานที่เรียนและสถานที่ทำงาน ข้อมูลตรงส่วนนี้ เป็นข้อมูลส่วนบุคคล‘มาก’ และจำหน่ายข้อมูลส่วนตัวส่วนนี้ออกสู่วงสังคมเฉพาะที่เราจำกัดเอาไว้ การบอกต่อข้อมูลส่วนบุคคลของเรา แม้กระทั่งอายุ คือเรื่องที่เราไม่ได้ยินยอมให้ได้รับการเปิดเผยออกสู่ผู้อื่นอยู่แล้ว

1.2 – เราใช้พื้นที่ Facebook นี้ ในการ‘เล่น‘ นะคะ ไม่ใช่ในการปฏิบัติงาน และขอให้ทบทวนบทบาทหน้าที่ของ Facebook และทำการแยกแยะให้ออกค่ะ

(เราเข้าใจว่า งานประเภทการตลาด เข้ามายึดครองพื้นที่การเล่นและฟังก์ชันเดิมของ Facebook แต่ก็ขอให้คิดทบทวนและตรองกันดู ว่าเราจะย้ายกันเข้ามาใช้ชีวิตในโลกเสมือนจริงให้เป็นโลกจริงกันจริงๆ ไหม)

2.) เรา comment ใต้โพสต์ Facebook ในโพสต์ที่เปิดเป็นสาธารณะ น้ำหนักรีแอคชันการโต้ตอบที่เรารับได้ และยังให้ความเคารพ ไม่ถือเป็นการละเมิดหรือล้ำเส้น คือการ comment โต้ตอบแลกเปลี่ยน ใต้โพสต์นั้นๆ จะเปิดเผยตัวตนหรือไม่เปิดเผยตัวตน ก็ตามแต่เครดิตที่ท่านพึ่งให้และพึ่งเล่น สิทธิเสรีภาพค่ะ

3.) โพสต์และ comment ที่ปรากฏนั้น เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในวันที่ 5 ตุลาคม 2567 ซึ่งคือ ‘วันเสาร์‘ เป็นโพสต์และ comment ที่เกิดขึ้นและจบภายในวันนั้น

วันเสาร์ คือวันหยุดงานของเรา ก็หวังใจจริงๆ ว่า ผู้ที่ขับเคลื่อนในเรื่องของสิทธิแรงงาน การคุ้มครองแรงงาน สิทธิมนุษยชน จะตระหนักต่อเรื่องนี้อย่างหนักๆ และนำสู่การปฏิบัติจริงต่อผู้คนในสังคมทั้งที่ชอบหน้าและไม่ชอบหน้าอย่างเท่าเทียม จนเกิดเป็นคุณค่าที่ผู้คนทั้งสังคมร่วมให้ และยึดถือเป็นบรรทัดฐานที่ใช้ร่วมกัน

 

อย่าใช้มันเป็นแค่เครื่องประดับใน social media หรือการขับเคลื่อนทาง agenda เพื่อหวังผลประโยชน์ส่วนตนหรือของพวกพ้องตนเองเท่านั้นค่ะ

ส่วนดังต่อไปนี้ คือส่วนที่ต้องการตั้งคำถามไปยังผู้ร้อง คือ

 

1.) ผู้ที่ผ่านมาเห็นข้อความ และเกิดความไม่สบาย และหวังว่าจะให้องค์กรมีอำนาจเหนือความคิดเห็นและการกระทำของเรา และใช้อำนาจที่ใหญ่กว่าและที่ครอบเราอยู่นั้นลงโทษเรา — คุณคิดว่า ความคิด ความหวัง และความปรารถนาในการเห็นบทลงโทษให้เกิดขึ้นเช่นนี้ เป็นความคิดของไอเดียเรื่องสิทธิเสรีภาพหรือคนเท่ากัน ไหมคะ

2.) หากบทลงโทษตามที่คุณปรารถนาจะเห็นเกิดขึ้นกับเราจริง หรือสถานที่ทำงานปฏิบัติกับเรา ลงโทษต่อเราตามคุณปรารถนาจริง คุณคิดว่า สังคมแบบนี้ จะเป็นสังคมแบบไหน และจะเป็นสังคมที่เราอยู่ร่วมกันแบบไหนคะ

และ 3.) คุณคิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นและสิ่งที่คุณกระทำกับเรา คือความยุติธรรมไหมคะ

แต่ไม่ว่าคำตอบของคุณต่อคำถามข้างต้นจะเป็นอย่างไร เราก็ต้องกราบขอโทษขออภัยท่านเป็นอย่างยิ่งด้วยนะคะ ที่ข้อความดังกล่าว ทำให้เกิดความระคายเคืองต่อจิตใจ ทำให้เกิดความไม่สบาย แต่การดำเนินชีวิตของเรา การเคลื่อนของเราตามสิทธิเสรี

คงไม่สามารถทำให้ท่านสบายใจได้จริงๆ ค่ะ และคงไม่เอาความสบายใจของท่าน เป็นตัวตั้งหรือเป็นหลักในการดำเนินชีวิต และคงปฏิบัติตัวให้อยู่ในความเหมาะสมตามความเห็นสมควรของผู้ร้องเรียนไม่ได้จริงๆ กราบขออภัยด้วยนะคะ

และเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ผู้ร้องเรียน จะสามารถดำเนินชีวิต อย่างแยกโลกเสมือนจริง กับ โลกจริง ได้ออกด้วยนะคะ อย่าอินกับชีวิตในจอมากค่ะ มันจะเกิดความไม่สบายใจ ชีวิตจะอยู่กับความไม่สบายใจ

(นอกจากนี้ มีงานสารคดี งานศึกษา และข้อมูลมากมาย ที่ถกเถียงกันในเรื่องนี้ ว่าการมองเห็นชีวิตการส่องชีวิตเป็นอย่างในจอโทรศัพท์ ผ่านจอโทรศัพท์ เปลี่ยนแปลงทิศทางและทักษะการมองโลกจริงของเราอย่างไร หวังว่าท่านจะได้ตกผลึกบ้างนะคะ)

ท้ายนี้ ขอให้ท่านผู้ซึ่งเจริญแล้วอดทนต่อการอ่านและการรับฟังความคิดเห็นของเราหน่อยนะคะ หวังว่าเราจะได้เรียนรู้การอยู่ร่วมกันในสังคมประชาธิปไตยค่ะ

ฝากทุกท่านผู้รักประชาธิปไตย ช่วยกันเรียกร้องเรื่องสิทธิแรงงาน การคุ้มครองแรงงาน สิทธิเสรีภาพทางการแสดงออกซึ่งความคิดเห็น อย่าลืมหลักการที่ร่วมกันรณรงค์เรื่อง SLAPP และ #saveaiko กันด้วยนะคะ รักทุกท่านค่ะ



ป.ล. เป็นโชคดีของเราและต่อผู้ทำงานทุกคนของที่นี่มาก ที่สถานที่ทำงานมีหลักการทำงาน และระเบียบต่อผู้ปฏิบัติงานอย่างเป็นธรรม มีขั้นมีตอน เป็นองค์กรที่มีวุฒภาวะ ซึ่งเป็นบรรทัดฐานที่ดีต่อสถานที่ทำงานอื่นๆ



เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้ที่มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้งานเว็บไซต์ได้อย่างเป็นปกติ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณ เพื่อให้เราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมและความสนใจของคุณ

บันทึกการตั้งค่า