ตอบโต้นโยบาย ทางด่วนฟรีก้าวไกล ‘พายุ’ ชี้เป็นการสร้างทฤษฎีสมคบคิด สร้างภาพ นายทุนที่ไม่ใช่พวกตัวเองให้เป็นตัวร้าย
นายพายุ เนื่องจำนงค์ สมาชิกพรรคเพื่อไทย โพสต์สื่อโซเชียลมีเดีย โดยมีข้อความว่า
ขออนุญาตอธิบาย: จากที่ทางพรรคก้าวไกลได้โพสต์ลงในเพจว่า “ลดค่าทางด่วนใช่ว่าดี เพราะที่จริงคนไทยขึ้นฟรีได้!!” ซึ่งเป็นการให้เข้าไปดูรายละเอียดคลิปจากงาน Policy Fest ที่พรรคก้าวไกลจัดเมื่อวันที่ 19 พ.ค. ที่ผ่านมา อาจจะเป็นเพราะงาน Big Bang ไม่ได้กระแสเท่าที่ต้องการจากจำนวนคนที่ไปร่วมงาน และ กระแสในสื่อรวมไปถึงทาง social ที่ค่อนข้างเงียบพอสมควร จึงน่าจะเป็นเหตุที่ทำให้ต้องโพสต์แบบเรียกแขกให้เกิดความสนใจแบบนี้ออกมา
และเมื่อลองเข้าไปฟังเนื้อหาที่คุณสุรเชษฐ์ (นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล) ได้ขึ้นบรรยาย โดยมีเนื้อหาพยายามบิดเบือนว่า การที่รัฐบาลลดค่าทางด่วน ไม่ได้ต้องการสร้างประโยชน์ให้ประชาชนแต่เป็นการเอื้อให้เอกชนได้ต่อสัมปทานเพิ่มจากเดิม และไม่ต่างอะไรกับการนำเสนอทฤษฎีสมคบคิดดีๆนี่เอง
เพราะโดยในความเป็นจริงแล้ว ขณะนี้การทางพิเศษฯกำลังอยู่ในช่วงเจรจาสัญญาสัมปทาน กับ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เพื่อดำเนิน โครงการ Double Deck หรือ ทางด่วน 2 ชั้น จะซ้อนทับอยู่บนทางพิเศษศรีรัช หรือทาด่วนขั้น 2 มีจุดเริ่มต้นบริเวณทางแยกต่างระดับงามวงศ์วานไปจุดสิ้นสุดโครงการบริเวณถนนพระราม 9 รวมระยะทาง 17 กิโลเมตร ใช้ประมาณในการก่อสร้าง 34,000 ล้านบาท
โดยเอกชนจะเป็นผู้ลงทุนทั้งหมดและเมื่อ คุณสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ในฐานะ รมว.คมนาคม ได้รับทราบจึงสั่งการให้มีการเจรจากับทางเอกชน เพื่อขอลดค่าทางด่วนไปด้วยในระหว่างที่จะต้องมีการเจรจาสัญญาสัมปทานอยู่แล้ว
เพื่อจะได้ประโยชน์เพิ่มเติมกับทั้ง ภาครัฐและประชาชน จากเดิมที่การเดินทางจากงามวงศ์วานถึงพระราม 9 จะเสียค่าผ่านทางเฉลี่ยที่ 25-90 บาทต่อคันตลอดสาย.. อัตราที่เจรจาใหม่นั้นจะเหลือสูงสุดไม่เกิน 50 บาทต่อคันตลอดสาย และต่ำสุดที่ 25 บาทต่อคัน เป็นการลดรายจ่ายให้ประชาชนได้ทันที
ส่วนการที่คุณสุรเชษฐ์ จะใช้วาทกรรมพูดความจริงบางส่วนว่า “ถ้าหมดสัมปทานคนไทยจะได้ขึ้นทางด่วนฟรี” เป็นข้อมูลชี้นำที่ผิดอย่างสิ้นเชิง เพราะถึงจะหมดสัมปทานกับเอกชนไปแล้ว ผู้ใช้บริการก็ยังต้องจ่ายค่าทางด่วนอยู่ดี เพราะเป็นการบริการพิเศษไม่ใช่ระบบถนนพื้นฐาน.. แต่อาจจะได้ส่วนลดมากขึ้น ซึ่งก็จะเป็นราคาที่ไม่ต่างจากที่ทาง คุณสุริยะ ได้มีนโยบายลดค่าทางด่วนในครั้งนี้
จึงสามารถร่นระยะเวลาในการลดค่าทางด่วนได้เลย ไม่ต้องรอให้สัมปทานกับเอกชนหมดก่อนซึ่งกว่าจะถึงวันนั้นก็เป็นเวลาอีกนับสิบปี โดยทุกฝ่ายได้ประโยชน์ ทั้งประชาชน, ภาครัฐ, และ เอกชน ซึ่งก็คือวิสัยทัศน์ของท่านรัฐมนตรี ที่มีทั้งความเป็นมืออาชีพและประสบการณ์ในการบริหารงานด้านคมนาคมจริงและไม่ใช่การ “นั่งเทียน” คิดประเด็นจากทฤษฎีที่ใช้ไม่ได้จริงมาทำให้ประชาชนเข้าใจผิดรัฐบาลไปวันๆ
และจะเห็นได้ว่าการลงมือทำทันทีเพื่อประโยชน์ของประชาชน ไม่เคยเป็นสิ่งที่คุณสุรเชษฐ์ และ พรรคก้าวไกลนำมาเป็นปัจจัยหลักในการโต้แย้งเรื่องนี้เลย แถมยังใช้ทฤษฎีสมคบคิดพยายามโยงสร้างความขัดแย้งกับเอกชนผู้ลงทุนโดยใส่ภาพให้เป็นนายทุนที่ไม่ใช่พวกตนเป็น “ตัวร้าย” จ้องเอาเปรียบตลอดเวลา