‘ปวิน’ ฟาดซ้ำปม ‘สมยศ’ ล่วงละเมิดเด็ก จวกข้ออ้างคบสองปีไม่ใช่ความยินยอม ซัดโครงสร้างฝ่ายซ้ายใช้อำนาจนิยมกดทับคนรุ่นใหม่
แรงสั่นสะเทือนจากกรณี นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข นักกิจกรรมการเมืองและอดีตผู้ต้องขังคดี ม.112 ออกมายอมรับว่าเป็นแกนนำรุ่นใหญ่ที่คุกคามและล่วงละเมิดทางเพศนักกิจกรรมหญิงรุ่นลูกวัย 25 ปี ยังคงลุกลามอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการที่นายสมยศพยายามชี้แจงเชิงแก้ตัวว่า เป็นเรื่องของความเข้าใจผิดและมีการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันถึงสองปี
ล่าสุด ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยเกียวโต และผู้ลี้ภัยทางการเมืองคดี ม.112 ได้ออกมาโพสต์ข้อความวิพากษ์วิจารณ์เรื่องนี้อย่างดุเดือด โดยชี้ให้เห็นถึงความล้มเหลวและพฤติกรรมย้อนแย้งเชิงโครงสร้างที่ฝังรากลึกอยู่ในขบวนการเคลื่อนไหวของฝ่ายซ้าย
🔴 ตอกหน้า “สมยศ” คบสองปีไม่ใช่ความยินยอม แต่คือ Grooming
นายปวิน ได้สวนกลับคำแก้ตัวของนายสมยศ ที่อ้างว่ามีการคบหาและใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับเหยื่อถึง 2 ปี โดยชี้ให้เห็นว่าในทางจิตวิทยาและหลักสิทธิมนุษยชน สิ่งนี้ไม่สามารถนำมาอ้างเป็น “ความยินยอม” (Consent) ได้เลยแม้แต่น้อย
“การอ้างว่ามีความสัมพันธ์ถึงสองปี ไม่ได้หมายความว่าอีกฝ่ายจะยินยอม บริบทของการถูกข่มขู่ ภาวะจำยอม เงื่อนไขการ Grooming (การสร้างความไว้วางใจเพื่อล่วงละเมิด) ล้วนเป็นปัจจัยของการถูกบังคับได้” นายปวิน ระบุ
🔴 ซัดอำนาจนิยมม็อบฝ่ายซ้าย พวกบอกให้เงียบคือ “สมรู้ร่วมคิด”
นอกจากประเด็นตัวบุคคลแล้ว นายปวินยังชำแหละไปถึงวัฒนธรรมองค์กรของม็อบฝ่ายซ้าย ที่มักอ้างอุดมการณ์ประชาธิปไตย แต่เบื้องหลังกลับเต็มไปด้วยพฤติกรรม “อำนาจนิยม” ในรูปแบบเดิมๆ ที่ผู้ใหญ่หรือแกนนำรุ่นพี่ ใช้วัยวุฒิ สถานะ และความน่าเชื่อถือ ไปข่มขู่และกดทับนักกิจกรรมหญิงรุ่นใหม่ที่เข้ามาด้วยอุดมการณ์
พร้อมทั้งฟาดฟันกลุ่มคนที่รับรู้เรื่องราวแต่พยายาม “ปิดปากเหยื่อ” ไม่ให้ออกมาแฉความจริง โดยอ้างว่าต้องปกป้องภาพลักษณ์การต่อสู้
“ความเงียบและการขอให้อดทนเพื่อส่วนรวม ไม่ใช่ทางออก แต่คือการสมรู้ร่วมคิดและเปิดโอกาสให้ผู้กระทำผิดยังคงมีที่ยืนและใช้อำนาจนั้นต่อไป… หากเราเรียกร้องประชาธิปไตย ความเท่าเทียม ให้สังคมภายนอกได้ เราก็ต้องกล้าปฏิเสธวัฒนธรรมลอยนวลพ้นผิดทุกรูปแบบภายในขบวนการของเราเองด้วย”
“ประชาธิปไตยที่แท้จริงจะเกิดขึ้นไม่ได้เลย หากเรายังปล่อยให้คนที่ต่อสู้เพื่อเสรีภาพ กลับกลายเป็นผู้พรากความปลอดภัยไปจากผู้อื่นเสียเอง” นายปวิน ทิ้งท้ายอย่างเจ็บแสบ
ท่าทีของนายปวินในครั้งนี้ ถือเป็นการตอกย้ำให้สังคมเห็นว่า วิกฤตการคุกคามทางเพศในแวดวงนักกิจกรรมการเมือง ไม่ใช่แค่เรื่องส่วนตัว แต่เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างความสัมพันธ์เชิงอำนาจที่ฟอนเฟะ ซึ่งถึงเวลาแล้วที่ขบวนการฝ่ายซ้ายจะต้องเลิกซุกปัญหาไว้ใต้พรม และเลิกใช้คำว่าประชาธิปไตยมาเป็นเกราะกำบังคนผิดเสียที
#TheStructure
#TheStructureNews
#ปวินชัชวาลพงศ์พันธ์ #สมยศพฤกษาเกษมสุข #ประชาธิปไตย