ปวิน สับเละ! ‘พรรคประชาชน’ แค่วาทกรรมก้าวหน้า จวก ‘ธนาธรล้างจาน’ คือการสร้างอภิสิทธิ์ชนติดดิน
24 ก.พ.2569 ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ นักวิชาการมหาวิทยาลัยเกียวโต ผู้ลี้ภัย ม.112 และผู้สนับสนุนพรรคประชาชน ได้ออกมาวิพากษ์ ‘วาทกรรมก้าวหน้า’ ของพรรคประชาชนอย่างรุนแรง โดยระบุว่า เป็นเพียง ‘การสร้างภาพ’ และ ‘ผลิตซ้ำความเหลื่อมล้ำในรูปแบบใหม่’ มากเสียกว่าต้องการทำลายโครงสร้างการกดขี่เดิม
พร้อมตำหนิว่าการชูภาพ ‘ธนาธรตักข้าวกินข้าวเอง’ หรือ ‘ธนาธรยืนล้างจานเอง’ ถูกเอามาทำให้กลายเป็นเรื่องดีงามน่าชื่นชม ซึ่งเป็นการสร้างสภาวะ “อภิสิทธิ์ชนที่ดูติดดิน” ไม่ต่างจากฝ่ายการเมืองหรือผู้มีอำนาจในระบจารีตเก่า
—
“หากจะมองบทบาทของอมรัตน์ผ่านเลนส์ที่วิพากษ์ความ “พัง” ของแนวคิดความเท่าเทียมทางเพศ (อมรัตน์อ้างว่า ไม่อินเรื่องเท่าเทียมของผู้หญิง เพราะไม่ว่าเพศไหน เราต้องเท่ากัน)
เราจะพบความย้อนแย้งที่น่าสนใจระหว่างวาทกรรม “ความก้าวหน้า” กับการผลิตซ้ำวัฒนธรรมอำนาจนิยมในรูปแบบชายเป็นใหญ่ ที่ถูกนำมาเป็นเครื่องมือหลักในการเคลื่อนไหวทางการเมือง
พฤติกรรมก่อนหน้านี้ของอมรัตน์คือการส่งเสริมระบบบูชาตัวบุคคลโดยเฉพาะการ “วอชิป” (Worship) หรือยกยอผู้นำชายในลักษณะที่เน้นย้ำภาพลักษณ์ความดีงามส่วนตัวที่ดูเกินจริง หรือการที่ผู้ชายทำหน้าที่ที่ “ควรจะเป็นของผู้หญิง” ได้ดีเกินจริง จนต้องเอามาบูชา
เช่นการที่ “ธนาธรตักข้าวกินเอง” หรือ “ยืนล้างจานเอง” ก็เอามานำเสนอเป็นเรื่องอัศจรรย์หรือคุณงามความดีที่ควรค่าแก่การสรรเสริญ
ในทางวิชาการมองว่า นี่เป็นความพังของแนวคิดความเท่าเทียม เพราะมันคือการสร้างสภาวะ “อภิสิทธิ์ชนที่ดูติดดิน” และเป็นการผลิตซ้ำโครงสร้างอำนาจที่มองหา “บุรุษขี่ม้าขาว” มานำทาง
การให้ค่ากับเรื่องเล็กน้อยของผู้นำชายราวกับเป็นบุญคุณต่อสาธารณะเช่นนี้ สะท้อนว่าลึกๆ แล้วแนวคิดความเท่าเทียมทางเพศที่อมรัตน์กล่าวอ้าง ไม่ได้มุ่งหวังจะสลายลำดับชั้นทางอำนาจ แต่เป็นการเปลี่ยนจากการสยบยอมต่อจารีตแบบเก่า มาเป็นการสยบยอมต่อ “ไอคอน” ชายในระบอบใหม่แทน
สุดท้ายแล้วอุดมการณ์ที่ดูเหมือนก้าวหน้าจึงกลายเป็นเพียงการสร้างภาพลักษณ์ฉาบฉวยที่ละเลยหัวใจสำคัญของความเท่าเทียม คือการที่ไม่มีใครควรได้รับการยกย่องเป็นพิเศษเพียงเพราะเขาทำหน้าที่พื้นฐานที่มนุษย์ทุกคนพึงกระทำอยู่แล้ว
นอกจากนี้ ความน่าเชื่อถือของแนวคิดความเท่าเทียมในมุมมองของอมรัตน์ยังพบว่าบ้งมาก เมื่อต้องเจอกับบททดสอบเรื่องจริยธรรมภายในพรรคหรือกลุ่มการเมืองของตนเอง โดยเฉพาะเมื่อเกิดกรณีการคุกคามทางเพศจากคนในฝั่งเดียวกัน
ท่าทีที่ล่าช้าหรือความพยายามเบี่ยงประเด็นให้เป็นเรื่องส่วนตัว แทนที่จะยืนหยัดบนหลักการสากล ได้ตอกย้ำว่า ความเท่าเทียมสำหรับอมรัตน์นั้นอาจเป็นเพียงคำพูดเปลือยเปล่าทางการเมืองหรือเครื่องมือในการสร้างภาพลักษณ์ มากกว่าจะเป็นอุดมการณ์ที่ฝังรากลึก
สภาวะนี้ทำให้การรณรงค์เรื่องสิทธิสตรีของพรรคประชาชนกลายเป็นเรื่องฉาบฉวยที่ละเลยมิติละเอียดอ่อนมากมายของผู้หญิงตัวเล็กๆ ในสังคม แต่กลับให้ความสำคัญกับอำนาจการนำของชนชั้นนำทางการเมืองที่เป็นสตรีเพียงไม่กี่คน
สุดท้ายแล้วพฤติกรรมเหล่านี้จึงไม่ได้ช่วยสลายโครงสร้างการกดขี่ แต่กลับเป็นการผลิตซ้ำความเหลื่อมล้ำในรูปแบบใหม่ที่ใช้คำว่า “ความเท่าเทียม” มาบังหน้าเท่านั้นค่ะ
…ยากไปไหมคะ ด้อมส้มอ่านเข้าใจไหมคะ?”
#TheStructure
#TheStructureNews
#พรรคประชาชน #ปวินชัชวาลพงศ์พันธ์