Newsการเมืองรศ.ดร.ปณิธาน วิเคราะห์ ไทย–กัมพูชาเหลือเวลาไม่นาน ก่อนมหาอำนาจเข้ามาแทรกแซง ชี้ต้องเร่งสร้างแนวกันชน–ยึดมั่นสันติภาพ

รศ.ดร.ปณิธาน วิเคราะห์ ไทย–กัมพูชาเหลือเวลาไม่นาน ก่อนมหาอำนาจเข้ามาแทรกแซง ชี้ต้องเร่งสร้างแนวกันชน–ยึดมั่นสันติภาพ

รศ.ดร.ปณิธาน วัฒนายากร ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคง และอดีตที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ได้ออกมาวิเคราะห์ว่าไทย–กัมพูชา เหลือเวลาไม่มาก ก่อนที่มหาอำนาจจะเข้ามาแทรกแซง เพื่อให้เกิดการยุติการสู้รบ โดยมีเนื้อหาดังนี้
 
 
สหรัฐฯ จะแทรกแซงเราอีก – ไทยกัมพูชาเหลือเวลารบกันอีกเท่าไร?
 
1. ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ประกาศแล้วว่าจะแทรกแซงสงครามกัมพูชา–ไทยในรอบนี้อีก แต่น่าจะทอดเวลาหรือให้โอกาสไทยและกัมพูชาจัดการรบให้จบภายในเวลาที่จำกัดหรืออีกไม่นานนัก เพราะมีเหตุผลหลายประการสำคัญ ทั้งเรื่องหน้าตา คะแนนนิยม ทั้งเรื่องรางวัล เรื่องเศรษฐกิจ ดุลการค้า ดุลอำนาจในภูมิภาคและในโลก
 
2. ถ้าไทยและกัมพูชายังขัดขืนหรือไม่ยอมยุติการรบตามกำหนด สหรัฐฯ คงจะใช้มาตรการทางภาษีคล้าย ๆ เดิมเป็นสำคัญแต่คงจะหนักขึ้น (ดูความสำคัญในเรื่องนี้ได้ในบทนำของ U.S. National Security Strategy 2025 ฉบับใหม่ที่ลงนามโดยปธน.ทรัมป์และเผยแพร่เมื่อเดือนที่แล้วได้ครับ)
 
แต่สำหรับไทยนั้น สหรัฐฯ อาจจะมีมาตรการกดดันอื่น ๆ เพิ่มเติม เช่น งดหรือลดการส่งกำลังบำรุงทางการทหาร หรือจำกัดการสนับสนุนการช่วยรบที่ให้กับไทยลง (ทหารไทยพึ่งพาสหรัฐฯ และพันธมิตรตะวันตกเป็นหลักกว่า 80% ตามโครงสร้างและศักยภาพ) หรืออาจจะเปิดโปงข้อมูลใหม่ ๆ ของคนไทยบางคนที่ไปเกี่ยวพันกับขบวนการหรือเรื่องที่ผิดกฎหมาย เป็นต้นก็ได้
 
นอกจากนี้ สหรัฐฯ อาจจะหันไปสนับสนุนกัมพูชาเพิ่มขึ้นในบางรูปแบบ ทั้งนี้ เพื่อกดดันไทยและบางชาติเพิ่มขึ้นอีกระดับหนึ่งด้วย ซึ่งความจริง สหรัฐฯ ก็เล่นเกมส์แบบนี้อยู่แล้ว เพราะตัวเองก็ได้ประโยชน์แทบทุกทาง
 
ส่วนกัมพูชา หากยังไม่หยุดรบ สหรัฐฯ คงจะตัดความช่วยเหลือต่าง ๆ ที่มีอยู่ลง ลงมือกับแก๊งค์หรือขบวนการต่าง ๆ ให้หนักข้อขึ้น เหมือนกับที่ทำอยู่ในขณะนี้ในลาตินอเมริกาก็ได้ ที่สำคัญ สหรัฐฯ อาจจะเพิ่มการสนับสนุนไทยในการรบอย่างจริงจังเพื่อช่วยเผด็จศึกและสั่งสอนกัมพูชาและชาติที่สนับสนุนอยู่เบื้องหลัง (แต่ก็สุ่มเสี่ยงต่อการบานปลายกลายเป็นสงครามตัวแทนได้)
 
สุดท้ายแล้ว สหรัฐฯ อาจจะพยายามโค่นล้มนายฮุนเซนลงอย่างจริงจัง เพราะก็ชัดเจนแล้วว่าปัญหามาจากคน ๆ เดียวเป็นอันมาก แต่จะต้องหาทางสนับสนุนผู้นำคนใหม่ ๆ ที่เอื้อประโยชน์กับตนมากกว่านี้เข้ามาแทนให้ได้ ซึ่งไม่ง่ายนัก และชาติอื่น ๆ เช่น จีน รัสเซีย คงไม่ยอม
 
3. หากการคาดคะเนข้างต้นมีน้ำหนัก สิ่งที่ไทยควรจะต้องทำก็คือ
 
3.1) เร่งระดมสถาปนาพื้นที่ตามแนวชายแดนให้มั่นคงปลอดภัยอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะการลดภัยคุกคามด้านการทหาร จากอาวุธหนัก และจากกำลังรบของกัมพูชาที่มีอยู่มากตามแนวชายแดนลงให้ได้มากที่สุด
 
3.2) จัดตั้งพื้นที่ “แนวกันชนเพื่อสันติภาพและมนุษยธรรม” (Humanitarian/Demilitarized Zone) ขึ้นมาตลอดชายแดน 7 จังหวัด โดยให้เป็นเขตปลอดอาวุธหนัก ปราศจากกำลังรบในเชิงรุก และมีการจัดระเบียบการปักปันชายแดนให้ดีขึ้นกว่าเดิม แต่อยู่บนพื้นฐานของอำนาจอธิปไตยและเขตแดนที่ชอบธรรมของไทย
 
แต่ทั้งนี้ ไทยจะต้องอาศัยความร่วมมือและการสนับสนุนของพันธมิตรและนานาชาติในการจัดพื้นที่ดังกล่าวด้วย โดยเฉพาะจากสหรัฐฯ ที่สนใจกรณีนี้เป็นอันมาก และจีนที่ดูเหมือนกับว่าจะรักษาระยะห่างจากสองคู่กรณีมาตั้งแต่แรก และเพิ่งเสนอแนวทาง “พบกันคนละครึ่งทาง” และเป็น “ตัวกลางอย่างสร้างสรรค์” แต่ไม่ค่อยจะเป็นคุณประโยชน์กับไทย ทั้ง ๆ ที่ย้ำอยู่เสมอว่าไทยจีนนั้นใกล้ชิดกันเปรียบเสมือนเป็นญาติกัน
 
3.3) ที่สำคัญที่สุด ผู้นำทางการเมืองของไทย (ไม่ใช่ทางการทูตหรือทางการทหาร) จะต้องสื่อสารทางการเมืองและระหว่างประเทศอย่างชัดเจน ทั้งกับชาวไทยในประเทศ ทั้งไปยังกัมพูชาและนานาชาติว่า “ไทยยึดมั่นในแนวทางสันติภาพ และจะดำเนินการในแนวทางดังกล่าวอย่างมุ่งมั่นตั้งใจ ชัดเจนสุดกำลัง โดยจะไม่ถอยหลังหรือเปลี่ยนแปลงจุดยืนใด ๆ” พร้อมทั้งเสนอให้กัมพูชายุติการสู้รบทันที ถอนกำลังออกจากแนวชายแดน และหันมาร่วมมือสถาปนาพื้นที่ตามแนวชายแดนกับไทยให้ประชาชนทั้งสองฝั่งปลอดภัย รวมทั้งช่วยกันฟื้นฟูสันติภาพสันติสุข เพื่อยุติความสูญเสียที่จะเพิ่มขึ้นอีกโดยไม่จำเป็น
 
4. สรุป ก่อนที่มหาอำนาจและนานาชาติทั้งหลายจะยกระดับเข้าแทรกแซง ไทยและกัมพูชาจะเหลือเวลาอีกไม่มากแล้ว อาจจะนับเป็นวันหรือสัปดาห์เท่านั้น ที่จะรบกันได้ต่อไปในสงครามครั้งนี้ที่ถือว่าเป็นความขัดแย้งครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศในรอบ 75 ปีที่ผ่านมา
 
และหากมีการแทรกแซงจากมหาอำนาจและนานาชาติดังกล่าวมากขึ้นแล้วล้มเหลว ก็จะทำให้สถานการณ์ที่รุนแรงอยู่แล้วบานปลายกลายเป็นสงครามตัวแทนที่อยู่เหนือการควบคุมของทุกฝ่ายได้ไม่ยาก
 
แต่ถ้าสหรัฐฯ (และจีน) ประสบความสำเร็จในการแทรกแซงได้จริง สงครามยุติลงได้ ทั้งไทยและกัมพูชาก็อาจจะต้องแสดงความยินดีหรือขอบคุณทั้งสองประเทศที่มีส่วนสำคัญทำให้การสู้รบสงบลง และที่สำคัญ คือ การแทรกแซงดังกล่าว ยังเป็นการรักษาหน้าตาหาทางลงให้กับฝ่ายการเมืองของไทยและกัมพูชาได้อีกด้วย เพราะดูเหมือนกับว่าทั้งสองฝ่ายไม่ได้คิดไว้ให้ดีล่วงหน้าก่อนที่จะทำสงครามกันว่าจะมีทางออกที่ดีกว่าเสียเลือดเสียเนื้ออย่างไร (Exit Strategy) หรือจะเอาชนะกันแบบเสร็จเด็ดขาดขั้นสุดท้าย (End State) ได้หรือไม่
 
#TheStructure
#TheStructureNews
#ปณิธานวัฒนายากร #ชายแดนไทยกัมพูชา

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้ที่มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้งานเว็บไซต์ได้อย่างเป็นปกติ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณ เพื่อให้เราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมและความสนใจของคุณ

บันทึกการตั้งค่า