Newsความมั่นคงปายเสี่ยง ตกเป็นเป้าก่อการร้าย ‘รศ.ดร.ปณิธาน’ ชี้ปัญหาชาวอิสราเอลในปาย แก้ได้โดยอาศัยเจ้าหน้าที่ ‘กอ.รมน.’

ปายเสี่ยง ตกเป็นเป้าก่อการร้าย ‘รศ.ดร.ปณิธาน’ ชี้ปัญหาชาวอิสราเอลในปาย แก้ได้โดยอาศัยเจ้าหน้าที่ ‘กอ.รมน.’

รศ.ดร.ปณิธาน วัฒนายากร นักวิเคราะห์และผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคง กล่าวถึงนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอลในประเทศไทย ว่าสามารถแบ่งได้เป็น 3 กลุ่มดังนี้

1 กลุ่มครอบครัว ซึ่งมักเดินทางท่องเที่ยวและจับจ่ายซื้อสินค้าทั่วไป ไม่ค่อยมีปัญหา

2 กลุ่มทหารปลดประจำการจากการสู้รบ โดยกลุ่มนี้จะมาท่องเที่ยวแบบอิสระในลักษณะแบ็กแพกเกอร์ เดินทางท่องเที่ยวในหลายพื้นที่ เป็นกลุ่มที่เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังอยู่เพราะอาจมีปัญหากับกลุ่มที่เป็นศัตรูกับอิสราเอล ซึ่งเคยเกิดเหตุลอบสังหารคนกลุ่มนี้ในภูเก็ต และเกาะสมุยมาแล้ว แต่ระยะหลังคนลุ่มนี้กระจายออกไปท่องเที่ยวในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะที่ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน

3 กลุ่มที่มาแต่งงานกับคนไทยและเริ่มตั้งรกรากอยู่ไทยแบบถาวร โดยกลุ่มนี้พบมากที่ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน โดยคนกลุ่มนี้ซื้อที่ดินและทำธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอลกลุ่มทหารปลดประจำการ หรืออยู่ในระหว่างการพักจากการสู้รบ

ซึ่งมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ จนในปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอลเดินทางเข้า-ออก อ.ปายถึงหลักหมื่นคน โดยนักท่องเที่ยวกลุ่มคนที่เคยเป็นทหารนั้น มีอายุในช่วง 20 50 ปี มีทั้งหญิงและชาย เนื่องจากพลเมืองอิสราเอลทุกคนจะถูกเกณฑ์ไปสู้รบตลอดเวลา

 

จึงมีลักษณะที่แตกต่างจากนักท่องเที่ยวทั่วไป บางคนก็ก้าวร้าว บ้างก็เมาสุรา ขับรถหวาดเสียว ก่อเหตุจนกลายเป็นคดีความ อีกทั้งยังมีการจัดงานเลี้ยงสังสรรค์ จนเกิดการกระทบกระทั่งกับชุมชนชาวไทยในพื้นที่ 

 

ส่วนชาวอิสราเอลที่มาแต่งงานกับคนไทยนั้น มีข้อมูลว่ามีอยู่ 20 ครอบครัว แต่ต้องรอดูตัวเลขที่ชัดเจนจากกระทรวงมหาดไทยอีกครั้งว่า มีชาวอิสราเอลที่แต่งงานกับคนไทยจำนวนเท่าใดกันแน่

แต่ในขณะเดียวกัน ใน อ. ปาย ก็มีชาวมุสลิมเชื้อสายจีนฮ่อซึ่งตั้งรกรากอยู่ที่นั่นมานานพอสมควรและขยายตัวเพิ่มมากขึ้นด้วย เจ้าหน้าที่จึงความเฝ้าระวังด้วย

ทั้งนี้ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ต้องวางนโยบายให้ชัดเจน โดยรัฐต้องกำกับหน่วยปฏิบัติในพื้นที่ ทั้งเรื่องการพำนัก การซื้อที่ดิน ต้องมีใบอนุญาตในการประกอบอาชีพและต้องเสียภาษี ซึ่งจะช่วยให้สถานการณ์ไม่บานปลาย

ส่วนกระทรวงมหาดไทยควรตรวจสอบข้อมูลคนอิสราเอลที่มาแต่งงานกับคนไทยหรือมาอยู่ระยะยาว ว่ามีจำนวนเท่าไหร่ สถานภาพของแต่ละคนเป็นอย่างไร ถ้ามีการประกอบอาชีพได้ขออนุญาตและเสียภาษีอย่างถูกต้องหรือไม่

หน่วยงานด้านความมั่นคงควรจะเป็นแกนหลักในการพูดคุยทำความเข้าใจกับนักท่องเที่ยวอิสราเอล โดยเฉพาะกลุ่มแบ็กแพกเกอร์ ที่เคยเป็นทหารมาก่อน เข้าใจเรื่องวินัยและระเบียบกติกาถ้าหากว่าคุยกับฝ่ายความมั่นคง และจะเกรงใจหน่วยงานความมั่นคง แต่จะไม่ค่อยเกรงใจเจ้าหน้าที่จากหน่วยอื่น

ฝ่ายปกครองจังหวัดแม่ฮ่องสอน จึงควรจะร่วมมือกับ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน จังหวัดแม่ฮ่องสอน (กอ.รมน. จว. แม่ฮ่องสอน) ตั้งคณะทำงานเพื่อเข้าไปพูดคุยทำความเข้าใจกับคนกลุ่มนี้

อีกทั้งยังสามารถนำรูปแบบการบริหารจัดการนักท่องเที่ยวกลุ่มที่เป็นทหารของพัทยา ซึ่งเคยรองรับทหารจำนวนมากที่ลงมาจากเรือบรรทุกเครื่องบินครั้งละหลายพันคนได้สำเร็จ และการจัดระเบียบที่พัทยานั้น น่าจะยากกว่าที่ปาย 

 

เพราะที่พัทยานั้นมีสถานบันเทิงจำนวนมาก มีการดื่มสุรา และคนที่มาก็เป็นทหารที่ลงมาจากเรือบรรทุกเครื่องบินจริง ๆ ในขณะที่ปายนั้น สถานที่ท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวตามธรรมชาติ


สำหรับความกังวลว่า ชาวอิสราเอลจะเข้ามาตั้งรกรากในไทยอย่างผิดกฎหมาย และแย่งอาชีพของคนไทย ซึ่งความรู้สึกนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในประเทศไทย แต่เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นในหลายประเทศทั่วโลก และสามารถแก้ปัญหาได้ด้วยการจัดระเบียบ

 

หากประเทศไทยไม่มีการจัดระเบียบและป้องกัน ก็จะกลายเป็นแม่เหล็กดึงดูดคนเหล่านี้เข้ามาเพิ่มขึ้น ดังนั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องทำงานร่วมกันอย่างจริงจัง เพื่อดูแลกวดขันคนต่างชาติที่เข้ามาพำนักระยะยาวและทำงาน ว่ามีใบอนุญาตถูกต้องหรือไม่

 

ส่วนปัญหาการเข้ามาตั้งรกรากของชาวอิสราเอลในไทยนั้น ไม่ใช่ปัญหาที่น่ากังวลเท่ากับปัญหาการก่อการร้าย โดยกลุ่มผู้ก่อการร้ายที่เป็นศัตรูกับอิสราเอล เพราะเรื่องนี้กระทบต่อความมั่นคงของไทยอย่างแน่นอน จึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ

 

ในอดีตเคยมีเหตุการณ์ที่ชาวอิหร่านพยายามก่อเหตุสังหารชาวอิสราเอลในไทย รวมถึงการโจมตีสถานทูตอิสราเอลมาก่อน เคยมีความพยายามในการโจมตี สังหาร กราดยิง รวมถึงการวางระเบิดเพื่อหมายเอาชีวิตชาวอิสราเอล แต่เจ้าหน้าที่ของไทยสกัดไว้ได้ จนไม่เกิดเหตุการณ์ที่กระทบต่อการท่องเที่ยว และความมั่นคงของไทย


แต่ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ของไทยต้องตื่นตัวและทำงานเชิงรุก โดยฝ่ายความมั่นคงทุกหน่วยต้องทำงานร่วมกัน เพราะการตั้งรับอย่างเดียวอาจเป็นช่องโหว่ให้เกิดการก่อเหตุได้

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้ที่มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้งานเว็บไซต์ได้อย่างเป็นปกติ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณ เพื่อให้เราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมและความสนใจของคุณ

บันทึกการตั้งค่า