โอกาสจากทางรถไฟ เด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ ‘ธปท.’ ชี้ภาครัฐ-เอกชน-ประชาชนเตรียมคว้าโอกาสจาก รถไฟสายเหนือ เด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เผยแพร่บทความ “เปิดหวูดรถไฟสายเหนือ เด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ นัยต่อเศรษฐกิจภูมิภาค” ซึ่งเป็นบทความจากการรวบรวมความคิดเห็นของผู้ประกอบการและหน่วยงานภาครัฐในพื้นที่ จ.เชียงราย ในงานสัมมนาวิชาการสัญจร ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคเหนือ ร่วมกับมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย เมื่อวันที่ 30 พ.ค. 2567
โดยมีข้อสรุปว่าประชาชนในพื้นที่จะได้รับโอกาสจากรถไฟทางคู่สายนี้ ซึ่งสิ่งสำคัญคือ การเชื่อมต่อของระบบรางและการขนส่งอื่นที่มีความสมบูรณ์ โครงสร้างพื้นฐานที่เอื้ออำนวย รวมถึงกฎระเบียบต่าง ๆ ที่ยืดหยุ่นต่อการประกอบธุรกิจ ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือทุกภาคส่วน ตลอดจนการเตรียมความพร้อมเชิงพื้นที่ และแรงงาน และมีสาระสำคัญโดยสรุปดังนี้
รถไฟสายเหนือ เด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ มีวัตถุประสงค์เพื่อขนส่งทั้งสินค้าและผู้โดยสารรองรับการเชื่อมต่อกับศูนย์เปลี่ยนถ่ายสินค้าบริเวณสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4 การออกแบบแต่ละสถานีมีความเป็นเอกลักษณ์ ทำให้เหมาะกับการท่องเที่ยว ซึ่งจะช่วยเพิ่มปริมาณการค้าและผู้โดยสารในอนาคต
เป็นอีกหนึ่งรูปแบบการขนส่งแบบ multimodal transportation ที่จะช่วยเชื่อมต่อการขนส่งโดยรถไฟเข้าใกล้ประเทศเพื่อนบ้านมากยิ่งขึ้น ผ่านเส้นทางถนน R3A (เชียงของ (ไทย)-โม่ฮาน (สปป.ลาว)-คุนหมิง (จีน)) นอกจากนี้ ยังสามารถขนส่งไปยัง สปป.ลาว ผ่านรถไฟความเร็วสูงจีน-ลาว และไปยังจีนผ่าน The Pan-Asia Railway Network ซึ่งเชื่อมต่อกับประเทศในอาเซียนได้
โดยในปี 2580 จะมีผู้โดยสารเพิ่มขึ้น 2.7 ล้านคนต่อปี เพิ่มขึ้น 50% เมื่อเทียบกับปี 2560 และจะมีปริมาณสินค้าเพิ่มขึ้นเป็น 4.3 ล้านตันต่อปี เพิ่มขึ้น 168.75% เมื่อเทียบกับปี 2560 ในขณะที่การขนส่งสินค้าทางรถไฟช่วยลดค่าขนส่ง 1.17 บาท/ตัน/กม. เมื่อเทียบกับทางถนนโดยใช้รถบรรทุก
และเมื่อผสานเข้ากับการขนส่งทางถนนผ่านเส้นทาง R3A และท่าเรือเชียงแสน ซึ่งเชื่อมต่อไปยังจีนจะช่วยเพิ่มทางเลือกในการขนส่งให้ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะในช่วงฤดูกาลผลไม้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับภาคเหนือ ในการขนส่งผลไม้
และสินค้าในกลุ่มที่คนจีนนิยม เช่น เสื้อผ้า หัตถกรรม และเครื่องสำอาง เพื่อส่งออกไปตลาด Retail e-commerce ของจีน ซึ่งมีมูลค่าการขายใหญ่ที่สุดในโลก รวมถึงสินค้ากลุ่มไม่เน่าเสียง่ายและมีน้ำหนัก เช่น ปูนซีเมนต์ ที่มีศักยภาพในการส่งออกไปลาว
และจะช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวในภาคเหนือให้สูงขึ้น ช่วยกระตุ้นรายได้แรงงานและธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับภาคบริการและการค้าด้วย
อีกทั้งยังสร้างโอกาสในการส่งเสริมโลจิสติกส์สีเขียวในภูมิภาค โดยการขนส่งทางรถไฟปล่อยก๊าซ CO2 ต่ำสุดเมื่อเทียบกับการขนส่งรูปแบบอื่น โดยกรณีขนส่งเฉพาะผู้โดยสาร จะปล่อยก๊าซ CO2 24 กรัมต่อการเดินทาง 1 กม. สำหรับกรณีขนส่งสินค้า 1 ตัน แบบที่มีตู้คอนเทนเนอร์ห้องเย็นด้วย จะปล่อยก๊าซ CO2 60 กรัมต่อการเดินทาง 1 กม. ทำให้ผู้ประกอบการที่ขนส่งสินค้าทางรถไฟมีโอกาสในการขายคาร์บอนเครดิต
โดยในการขนส่งผู้โดยสาร การขนส่งทางรถไฟปล่อยคาร์บอนเพียง 24 กรัมต่อการเดินทาง 1 กม. ในขณะที่ทางรถยนต์และเครื่องบินปล่อยมากถึง 108 กรัมต่อ กม.
อย่างไรก็ดีการเชื่อมต่อของระบบรางที่ครบวงจรแบบไร้รอยต่อ ถือเป็นสิ่งสำคัญ โดยจะต้องมีการเชื่อมต่อโครงข่ายการคมนาคมอย่างไร้รอยต่อ พร้อมด้วยการประยุกต์เทคโนโลยีที่ทันสมัยในการบริหารจัดการด้านโลจิสติกส์ เพื่อควบคุมระยะเวลาการขนส่งให้เป็นไปตามกำหนด และรวมไปถึงการสร้างระบบการอำนวยความสะดวกด้านโลจิสติกส์ที่ครบครัน
รัฐจะต้องมีการบูรณาการกฎหมาย มาตรการสนับสนุน และสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ที่เอื้อต่อการทำธุรกิจ เพื่อสร้างแรงจูงใจผู้ประกอบการหรือประชาชนให้มาใช้บริการขนส่งทางรางมากขึ้น ไปพร้อม ๆ กับการลดคาร์บอนในระบบการขนส่ง
ในพื้นที่จะต้องมีการเตรียมความพร้อมในการรองรับการมาถึงของรถไฟ ไม่ว่าจะเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรองอย่างมีแบบแผน ชูอัตลักษณ์เมืองรองเพื่อดึงดูดการท่องเที่ยว อีกทั้งจะต้องมีการเตรียมความพร้อมด้านแรงงานเพื่อรองรับการเป็นเมืองท่องเที่ยว ศูนย์การแพทย์และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ
ผู้ประกอบการจะต้องเตรียมความพร้อมเพื่อคว้าโอกาสของการมีรถไฟเข้ามาถึงพื้นที่ เช่น เพิ่มประเภทสินค้าและสร้างมูลค่าเพิ่ม จากเดิมที่เป็นผักผลไม้สด ก็อาจนำมาแปรรูป ไม่ให้เน่าเสียง่าย และมีมูลค่าสูงขึ้น การสร้างจุดขายสินค้าในท้องถิ่น อาทิ เฟอร์นิเจอร์ไม้สัก และการให้บริการที่ตอบโจทย์ผู้ใช้รถไฟไม่ว่าจะสำหรับผู้โดยสารหรือสินค้า