เสียดายที่ต้องถอน ร่างกฎหมายห้ามตีเด็ก ‘ณัฐวุฒิ’ เตรียมนัดประชุม กมธ. ขอทบทวนวิธีการสื่อสาร
นายณัฐวุฒิ บัวประทุม รองประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่าง พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ซึ่งเสนอให้แก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1567 (2) ในส่วนที่กล่าวถึงการลงโทษบุตรของผู้ปกครอง
พร้อมด้วยคณะ กมธ. ในส่วนของพรรคประชาชน ออกแถลงการณ์ภายหลังจากที่ กมธ. ขอถอนร่างกฎหมายดังกล่าวออกไปก่อนในระหว่างการประชุมสภาผู้แทนราษฎร์
โดยนายณัฐวุฒิกล่าวว่า แต่เดิมเข้าใจว่าร่างกฎหมายฉบับนี้จะผ่านไปได้อย่างราบรื่น ต่อเนื่องจากกฎหมายสมรสเท่าเทียม แต่เป็นที่น่าเสียดายที่ กมธ. จำเป็นต้องถอนร่างออกไป ซึ่งไม่ได้ใช้คำว่ากลับไปพิจารณาแก้ไข แต่เป็นการกลับไปพิจารณาทบทวน
อย่างไรก็ดี เสียงคัดค้านในสภาฯ จนทำให้ กมธ. ต้องขอถอนมติออกไปนั้น อาจสะท้อนว่าพรรคประชาชนและ กมธ.ยังไม่สามารถสื่อสารสร้างความเข้าใจในร่างดังกล่าวต่อพ่อ แม่ ผู้ปกครองได้มากพอ เสมือนว่ายังมีความไม่เข้าใจอีกจำนวนมาก เป็นเรื่องที่ กมธ.ต้องทำการบ้านให้หนักขึ้น
เพื่อสื่อสารความเข้าใจที่ถูกต้องว่ากฎหมายดังกล่าวนี้ แม้เป็นกฎหมายฝ่ายค้านเพียงพรรคเดียว ฉบับเดียว ในสองสมัยประชุมสภาที่ผ่านมาโดยที่ไม่มีร่างของพรรคการเมืองอื่นประกบในการพิจารณา แต่ไม่ควรนำเรื่องนี้เป็นประเด็นทางการเมืองที่จะไม่เห็นด้วยกับกฎหมายดังกล่าว ควรพิจารณาจากเนื้อหาสาระ ที่มุ่งเน้นปกป้องการคุ้มครองสิทธิเด็กมากกว่า
ทั้งนี้ กมธ.จะนัดประชุมอย่างเร่งด่วนที่สุด เพื่อทบทวนว่ามีเหตุจำเป็นหรือมีสิ่งใดที่ต้องปรับแก้หรือไม่ จะมีการปรับแก้ถ้อยคำอื่นใดหรือไม่เพื่อสื่อสารเรื่องเหล่านี้ต่อประชาชนและผู้ปกครองของเด็กทุกคนให้ชัดเจนยิ่งขึ้น โดย กมธ.จะทบทวนว่าการแก้ไขร่างดังกล่าวขัดต่อหลักการตามที่มีการกล่าวอ้างในการอภิปรายหรือไม่
รวมถึงทบทวนว่ามีถ้อยคำใด ที่อาจทำให้สมาชิกไม่เข้าใจหรือไม่ ตลอดจนเรื่องกระบวนวิธีการสื่อสารต่อสาธารณะ ที่อาจมีความผิดพลาดใดเกิดขึ้นหรือไม่ ซึ่งยอมรับว่าอาจสื่อสารเรื่องนี้ได้ไม่มากพอ โดยภายหลัง การพิจารณาทบทวนร่างแล้ว จะรีบส่งกลับเข้าสู่การพิจารณาของสภา
เพื่อให้ทันในเวลาที่เหลืออยู่ของการประชุมสภาในสมัยนี้ จะใช้เวลาที่มีอยู่สื่อสารความเข้าใจถึงเจตนารมณ์ในการแก้ไขกฎหมายดังกล่าวว่าไม่ใช่เพื่อเป้าหมายทางการเมืองของพรรคประชาชน ไม่ใช่เพื่อเป้าหมายทางการเมืองของพรรคฝ่ายค้าน แต่เป็นเพื่อเป้าหมายให้เด็กทุกคนได้รับการคุ้มครองอย่างแท้จริง