ไม่มีใครอยากเกี่ยวข้อง กับการซื้ออาวุธในเมียนมา ‘รังสิมันต์’ ชี้ไทยต้องมีมาตรการป้องกันการจัดซื้ออาวุธ ในเมียนมา ผ่านระบบธนาคารของไทย
นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร เชิญตัวแทนจากกระทรวงการต่างประเทศ (กต.), สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.), ธนาคารแห่งประเทศไทย และธนาคารพาณิชย์ที่เกี่ยวข้อง เข้าชี้แจง
กรณีที่สำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (OHCHR) รายงานว่าในช่วงปี 2566 – 2567 ไทยกลายเป็นแหล่งทำธุรกรรมการเงินที่ใหญ่ที่สุดของรัฐบาลทหารพม่า ทั้งที่นานาชาติคว่ำบาตร ซึ่งนำมาสู่ข้อสังเกตว่าระบบธนาคารไทยกำลังถูกใช้ในการสนับสนุนการสังหารหมู่และสงครามในประเทศเพื่อนบ้าน
โดยได้มีการเชิญนายทอม แอนดรูว์ส ผู้รายงานพิเศษแห่งสหประชาชาติ ด้านสิทธิมนุษยชน ในฐานะผู้จัดทํารายงานดังกล่าว มาให้ข้อมูลด้วย
นายรังสิมันต์ กล่าวแถลงภายหลังการประชุมว่ากรณีดังกล่าวเป็นเรื่องที่ กมธ. ไม่สามารถนิ่งนอนใจได้ เนื่องจากความขัดแย้งในเมียนมาส่งผลกระทบต่อประเทศไทยอย่างมีนัยสำคัญ อีกทั้งก่อนหน้านี้ก็เคยมีรายงานในลักษณะนี้เกิดขึ้นมาก่อน แต่ในวันนั้น ประเทศไทยไม่ใช่ประเทศที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมมากที่สุด
ในวันนี้เราได้สอบถามเรื่องนี้จากทุกฝ่าย ซึ่งทุกฝ่ายกล่าวตรงกันว่าไม่อยากให้ระบบธนาคารของเราเข้าไปเกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมที่จะนำไปสู่การซื้ออาวุธเลย และแน่นอนว่า แม้วันนี้เรายังไม่ได้มาตรฐานที่ชัดเจนว่า จะมีการดำเนินการอย่างไร แต่วันนี้เรามีคำสัญญาจากทุกฝ่าย ว่าจะมีมาตรการทั้งระยะสั้น กลาง และยาว เกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาในเรื่องนี้ต่อไป
แต่ในการพูดคุยในวันนี้ ไม่มีข้อเท็จจริง หรือประเด็นที่อาจโต้แย้งได้ว่ารายงานฉบับนี้ไม่ถูกต้อง จึงอาจอนุมานได้ว่ารายงานฉบับนี้น่าจะมีความถูกต้อง ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างมาตรการในการแก้ไขปัญหานี้ต่อไป
นายรังสิมันต์กล่าวว่า กมธ. บางคน เสนอต่อที่ประชุมว่าไทยควรจะนำโมเดลของสิงคโปร์มาใช้ และขอให้สิงคโปร์ให้ความช่วยเหลือ จึงแนะนำให้ กต. ประสานงานกับทางสิงคโปร์ เพื่อแก้ปัญหาเรื่องนี้ในภาพรวมทั้งหมด อีกทั้งให้ทุกหน่วยงาน รายงานความคืบหน้าต่อ กมธ. ใน 30 วัน
ด้านนายทอมกล่าวว่าการประชุมร่วมกันในวันนี้ น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี มีลักษณะที่จับต้องได้ เป็นรูปธรรมทั้งในเรื่องของแผนงานและเรื่องของระยะเวลา การมีเจตจำนงทางการเมืองที่ชัดเจน ที่จะนำไปสู่การปฏิบัติชัดเจนเช่นเดียวกัน