“ไม่ว่า ศ.พิรงรองจะฝังใจคิดทำเพื่อมวลมหาผู้บริโภค จนเป็นความสุจริตฝังแน่นอยู่ในใจอย่างไรก็ตาม แต่ตำแหน่ง กสทช. ที่คุณเข้ามานั่งนั้น มันมีกรอบกฎหมายรอครอบหัวคุณอยู่เสมอ”
แก้วสรร อติโพธิ อดีตรองอธิการบดี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และอดีตคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) เผยแพร่บทความวิจารณ์เกี่ยวกับคดีที่ ศ.ดร.พิรงรอง รามสูต กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ถูกศาลพิพากษาจำคุก 2 ปี
จากคดีที่ถูกบริษัท ทรู ดิจิทัล กรุ๊ป จำกัด ผู้ให้บริการแอปพลิเคชัน True ID ฟ้องร้องในข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 โดยมีเนื้อหาโดยสรุปว่า
1 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157: “ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่หนึ่งปี ถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาท ถึงสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”
2 กฎหมายมีช่องว่าง???:
– TRUE ID ให้บริการ OTT (Over The Top) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่รวมรายการทีวีดิจิทัลและเคเบิลทีวีไว้ในที่เดียว ทำให้ผู้ชมสามารถเข้าถึงได้ตลอดเวลา
– กิจการ OTT นี้ใช้อินเทอร์เน็ตเป็นช่องทางส่งข้อมูล ไม่ได้ใช้คลื่นความถี่ ทำให้กฎหมาย กสทช. ปัจจุบันยังไม่มีระบบใบอนุญาตมาควบคุม
– มีผู้ร้องเรียนว่า OTT ของทรูมีโฆษณาคั่นระหว่างเปลี่ยนรายการ ซึ่งผู้ร้องอ้างว่าไม่เป็นธรรมกับผู้บริโภค
– ในชั้นพิจารณาคำร้องทุกข์ TRUE ID นี้ยุติลงตรงที่ยังไม่มีกฎหมายควบคุม แต่ ศ.พิรงรอง กลับนำปัญหานี้เข้าสู่อนุกรรมการฯ ที่ตนเป็นประธาน
3 ยุทธการตลบหลัง!:
– ศ.อาจารย์พิรงรอง ผลักดันให้มีความเห็นว่า แม้จะยังไม่มีกฎหมายคุม OTT แต่ กสทช. มีอำนาจตามกฎหมายทีวี เตือนไปยังทีวีทั้งหมด (ดิจิทัลและเคเบิล) ว่าจะถ่ายทอดได้เฉพาะช่องทางที่อนุญาตเท่านั้น และหากมีรายการประเภทบังคับให้ถ่ายทอด (Must Carry) จะมีโฆษณาปรากฏด้วยไม่ได้ ซึ่งหมายความว่าจะจัดการให้ทีวียอมปฏิเสธไม่ให้ OTT เอารายการของตนไปใส่กล่องสัญญาณ
4 ล้มยักษ์!:
– มีการออกหนังสือเตือนฉบับที่สอง เตือนซ้ำ โดยเติมข้อความว่า การถ่ายทอดทีวีผ่านช่องทางอื่น เช่น OTT ต้องได้รับอนุญาตด้วย และระบุถึง TRUE ID โดยเจาะจงว่ายังไม่ได้รับอนุญาต
– ศ.อาจารย์พิรงรอง สั่งให้แก้ไขรายงานการประชุม เพิ่มเติมว่าที่ประชุมมีมติให้ระบุกรณี TRUE ID ลงในคำเตือนด้วย
– ศาลระบุว่ารายงานส่วนที่เติมนี้เป็นความเท็จ ที่ประชุมไม่ได้มีมติเช่นนั้น
– ในเทปบันทึกการประชุม ศ.อาจารย์พิรงรอง พูดว่างานนี้ต้องเตรียมตัว “ล้มยักษ์” ซึ่งศาลตีความว่าหมายถึง TRUE ID และ ศ.พิรงรองก็ยอมรับว่าจริง
– TRUE ID เห็นว่าการที่ถูกระบุชื่อในคำเตือน ทำให้ทีวีช่องต่างๆ ไม่ไว้วางใจที่จะตกลงด้วย จึงฟ้องมาตรา 157
5 “ความผิด” ตามคำพิพากษา:
– การตีความกฎหมายทีวีไปจัดการกับ OTT เป็นประเด็นที่ต้องถกเถียงกันอีกมาก
– การแต่งรายงานการประชุมเป็นเท็จ แสดงถึงความไม่สุจริต
– ผอ. เป็นผู้ออกหนังสือเตือนในนาม กสทช. โดยไม่ผ่านมติ กสทช. และอนุกรรมการ
– การออกหนังสือเตือนโดยไม่ผ่านมติ และการมีเจตนาพิเศษเพื่อให้ TRUE ID เสียหาย ทำให้คดีนี้ไม่เป็นเพียงความผิดพลาด แต่เป็นการกระทำโดยมิชอบ
ทั้งนี้ แก้วสรรได้แสดงความเห็นส่งท้ายว่า
“คดีนี้เป็นตัวอย่างชัดเจนว่า ไม่ว่าคุณ (ศ.ดร. พิรงรอง) จะฝังใจคิดทำเพื่อมวลมหาผู้บริโภค จนเป็นความสุจริตฝังแน่นอยู่ในใจอย่างไรก็ตาม แต่ตำแหน่ง กสทช.ที่คุณเข้ามานั่งนั้น มันมีกรอบกฎหมายรอครอบหัวคุณอยู่เสมอว่า ตัวคุณนั้นไม่มีอำนาจในตัวเอง เรืองแสงด้วยตัวเองไม่ได้ อย่าทำอะไรที่เกินกฎหมาย และต้องเที่ยงตรงเสมอภาคทุกครั้ง”