จะให้เท่าไร เลือกตั้งท้องถิ่นน่าเป็นห่วง นิพิฏฐ์เปรยผู้สมัครบ่นระนาว หลังชาวบ้านถามแต่เรื่องเงิน ไม่ได้คุยเรื่องอื่นที่เป็นประโยชน์ในการพัฒนาเมืองเลย
นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีตส.ส.พัทลุง เปรยเลือกตั้งนายกเทศมนตรี และ สมาชิกสภาเทศบาล ที่จะถึงนี้ ผู้สมัครถอดใจ เพราะมีแต่ชาวบ้านถามว่า “จะให้เท่าไร” ไม่ได้คุยเรื่องอื่นที่เป็นประโยชน์ในการพัฒนาเมืองเลย
โดยนิพิฏฐ์ระบุในเฟซบุ๊กส่นตัวใจความดังนี้
“ช่วงนี้ มีผู้สมัครนายกเทศมนตรี และ สมาชิกสภาเทศบาล เดินผ่านมาหน้าบ้านผมทุกวัน วันไหนผมเห็น ผมก็เชิญแวะให้เข้ามานั่งพัก หลบร้อน ดื่มน้ำ กินกาแฟ ให้หายเหนื่อย และบอกเขาว่า มีอะไรจะพูดก็พูดได้นะ ผมยินดีรับฟังในฐานะที่ผมผ่านการเลือกตั้ง ทั้งสจ.และส.ส.มา 10 สมัย ยาวนานที่สุดในจังหวัด
ผู้สมัครทุกคนเอ่ยปากอย่างหมดกำลังใจ ว่า ประชาชนจะถามเหมือนๆ กันว่า “เท่าไหร่” ซึ่งหมายความว่า จะให้เงินเขาเท่าไหร่ ไม่ได้ถาม ไม่ได้คุยเรื่องอื่นที่เป็นประโยชน์ในการพัฒนาเมืองเลย
ผมให้กำลังใจ บอกว่า พวกคุณโชคร้าย ที่มาทำงานการเมือง เสนอตัวรับใช้ประชาชนในบรรยากาศอย่างนี้ ผมบอกว่า อย่าท้อถอย คุณสมัครแล้วถอยไม่ได้
ผมเลยมาชวนพี่น้องประชาชนมาคิดดูว่า ลองเลือกคนจนกันหน่อยดีไหม ผมไม่ได้หมายความว่า เราจะไม่เลือกคนรวย แต่ในแต่ละเขตของเทศบาล มีสท.เขตละ 6 คน ลองกัดฟันเลือกคนจนเขตละ 2 คน(เป็นอย่างน้อย) ถ้า 3 เขต ก็เลือกคนจนเข้าไปสัก 6 คน (จากจำนวนสมาชิก 18 คน)
ที่ผมชวนเลือกอย่างนี้ เพราะถ้าจะชวนให้เลือกคนจนทั้งหมด คนรวยก็ไม่รู้จะเอาเงินไปจ่ายที่ไหน หรือ หากจะเลือกคนรวยทั้งหมด มันก็ไม่สะท้อนพื้นที่เพราะพื้นที่ที่มีคนจนเยอะ แต่คนจนกลับไปเลือกคนรวยไม่เลือกคนจนด้วยกัน มันก็แปลก
ที่ผมชวนเลือกคนจน ไม่ใช่ไม่มีเหตุผล มันมาจากหลักคิดทางปรัชญาการเมือง 2 หลักด้วยกัน
1.สังคมที่ดี ไม่ควรมีคนรวยที่ซื้อคนจนได้ทุกคน และ ไม่ควรมีคนจนที่ต้องยอมขายสิทธิของตนให้คนรวย (เป็นปรัชญาของรุสโซ่ หรือไงผมขี้เกียจค้นแล้ว ถ้าอ้างชื่อผิดต้องอภัย)
2.หลักปรัชญาการเมืองที่ว่า บางครั้งระหว่างคนจนกับคนรวย ซึ่งดีเท่ากันมีความสามารถเท่ากัน บางครั้งเราจำเป็นต้องเลือกคนจน เพื่อสะท้อนว่า สังคมให้ความสำคัญของความเป็นมนุษย์มากกว่าความร่ำรวย
ผมจึงมาชวนให้ลองคิดดู ท่ามกลางกระแสทุนนิยมที่เชี่ยวกราก เราพยายามคัดง้างเรื่องเงินกันบ้างได้ไหม เพื่อให้กำลังใจคนจน ลองเลือกคนจนเข้าไปเขตละ 2 คน (แต่ต้องเป็นคนจนที่เป็นคนดีพอสมควรนะ) ผมว่า ถ้าทำอย่างนี้ได้ ต่อไปสังคมอาจะเปลี่ยนไปในทางที่ดีก็ได้/