Articlesบทความนักเขียนเมื่อโลกค้นพบ ‘Nene Royal’ โลกก็ค้นพบไทย! ชงยุทธศาสตร์ดึงครีเอเตอร์ทั่วโลกสร้างตัวตน ดันไทยสู่ Regional Creator Production Hub

เมื่อโลกค้นพบ ‘Nene Royal’ โลกก็ค้นพบไทย! ชงยุทธศาสตร์ดึงครีเอเตอร์ทั่วโลกสร้างตัวตน ดันไทยสู่ Regional Creator Production Hub

เมื่อโลกค้นพบน้อง Nene Royal จากภูเก็ต ประเทศไทย โลกก็จะค้นพบประเทศไทยไปพร้อมกัน

ขอแสดงความยินดีและชื่นชมกับ”น้องแพรว” หรือ “เนเน่ รอยัล (Nene Royal) อีกครั้งครับ จากเด็กผู้หญิงที่เคยตระเวนเล่นดนตรีเปิดหมวกตามตลาดและแหล่งท่องเที่ยวในภูเก็ต

วันนี้น้องได้พาตัวเองไปยืนอยู่บนเวทีระดับโลกอย่าง America’s Got Talent ได้อย่างน่าภาคภูมิใจ ด้วยพลังเสียงและเทคนิคการเล่นกีตาร์ที่ทึ่งในความเก่ง ตอนน้องเล่นจบยังน้ำตาคลอด้วยความปิติกับน้องไปด้วย

แต่สำหรับผม สิ่งที่น่าสนใจไม่ได้หยุดอยู่เพียงคำว่า “เด็กไทยเก่ง” เพราะหลังจากที่คนทั่วโลกรู้จักน้อง Nene แล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้จบลงแค่คลิปบนเวที

ผู้คนจำนวนมากย้อนกลับไปดูคลิปเก่าของน้อง คลิปที่เคยเล่นดนตรีอยู่ตามตลาด คลิปที่เคยมีนักท่องเที่ยวเดินผ่าน คลิปที่ครั้งหนึ่งอาจเป็นเพียงโมเมนต์เล็ก ๆ ในภูเก็ต แต่เมื่อคนในคลิปกลายเป็นคนที่โลกกำลังสนใจ คลิปเดิมก็ไม่ใช่คลิปเดิมอีกต่อไป

จากภาพของเด็กคนหนึ่งที่กำลังเล่นดนตรีในตลาด กลายเป็นภาพของศิลปินระดับโลกในวันที่ยังไม่มีใครรู้จัก

คลิปเก่าเหล่านั้นจึงกลับมาเป็นไวรัล บางคลิปยอดวิวพุ่งถึง 36.9 ล้านวิว มีคลิปล้านวิวอีก 4-5 คลิป และคลิปอื่นๆที่เคยลงปรับเป็นหลักแสนวิวแทบทุกคลิปทันที ส่งผลให้ Floower IG @neneroyalmusic มีคนติดตาม 1 ล้าน Followers ใน 2-3 วันหลังรายการ และสถานที่เก่าถูกค้นหา

นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เคยถ่ายน้องไว้ก่อนดัง ก็นำคลิปของตัวเองกลับมาโพสต์ใหม่

และสิ่งที่น่าสนใจมากคือ คนที่นำคลิปเก่ามาโพสต์ก็ได้ยอดวิวเพิ่มขึ้นไปด้วย น้องดัง ช่องของน้องเติบโต คลิปเก่ากลับมามีชีวิต คนที่เคยถ่ายน้องไว้ก็ได้รับประโยชน์ ตลาดในภูเก็ตถูกมองเห็น จังหวัดภูเก็ตได้รับความสนใจ และประเทศไทยก็กลับมาอยู่ในสายตาของผู้ชมทั่วโลกอีกครั้ง

นี่ไม่ใช่เพียงความสำเร็จของศิลปินคนหนึ่ง แต่มันคือการทำงานของ Ecosystem แห่งการมองเห็นของ Platform เมื่อคนหนึ่งคนดังขึ้น อดีตของเขาก็มีมูลค่าขึ้น สถานที่ที่เคยอยู่ในเรื่องราวก็มีมูลค่าขึ้น และคนที่เคยอยู่ในโมเมนต์เดียวกันก็ได้รับประโยชน์ขึ้นไปพร้อมกัน

ผมคิดว่านี่คือความหมายของคำว่า One Talent, Many Winners ความสำเร็จหนึ่งครั้งสามารถสร้างผู้ชนะได้ทั้งระบบ

พอคิดถึงเรื่องนี้ ผมนึกถึงอีกปรากฏการณ์หนึ่งทันที คือแอโรบิกที่สวนลุมพินี กิจกรรมธรรมดาที่คนไทยอาจมองจนชิน แต่เมื่อชาวต่างชาติเข้าไปเต้น เข้าไปลอง เข้าไปมีส่วนร่วม แล้วนำไปทำคอนเทนต์

สิ่งที่เกิดขึ้นคือคลิปเหล่านั้นได้รับความสนใจอย่างมาก เพราะในสายตาคนต่างชาติ ภาพคนหลายวัยกำลังเต้นแอโรบิกพร้อมกันกลางสวนสาธารณะในมหานคร ไม่ใช่ภาพธรรมดา มันทั้งแปลก สนุก เป็นธรรมชาติ มีพลัง และมีความเป็นมนุษย์อยู่ในภาพเดียวกัน

คนดูอาจเข้ามาเพราะอยากรู้ว่าสวนลุมเต้นกันแบบไหน แต่ท้ายที่สุดกลับกดติดตามครีเอเตอร์ เพราะชอบวิธีที่เขาเข้าไปมีส่วนร่วมกับคนไทย

เมื่อคลิปดัง สื่อก็นำไปเล่นต่อ เพจก็นำไปขยายต่อ ผู้ชมก็ย้อนกลับไปดูช่องต้นทาง ช่องของครีเอเตอร์โตขึ้น สวนลุมเป็นที่รู้จักมากขึ้น กรุงเทพฯ ได้ภาพจำใหม่ และประเทศไทยก็ได้รับ Earned Media โดยไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการซื้อโฆษณา

2 กรณีนี้ดูเหมือนเป็นคนละเรื่อง กรณีหนึ่งเริ่มจาก “คน” อีกกรณีหนึ่งเริ่มจาก “สถานที่” แต่ทั้งสองเรื่องมีโครงสร้างเดียวกัน

คือประเทศไทยไม่ได้เป็นเพียงฉากหลังของคอนเทนต์ ประเทศไทยสามารถเป็นตัวเร่งให้คอนเทนต์ของคนอื่นเติบโตได้ และนี่คือจุดที่ผมคิดว่าการท่องเที่ยวไทยควรเริ่มคิดใหม่

ในอดีต เรามักคิดว่าเราต้องจ้างครีเอเตอร์มาช่วยทำให้ประเทศไทยมีชื่อเสียง แต่ยุทธศาสตร์ใหม่อาจต้องกลับคำถามเสียใหม่ว่า เราจะทำอย่างไรให้ครีเอเตอร์ทั่วโลกรู้สึกว่า การมาประเทศไทยจะช่วยให้ตัวเขาเองมีชื่อเสียงมากขึ้น

นี่คือการเปลี่ยนจาก Come and See Thailand มาดูประเทศไทย ไปสู่ Come and Be Seen in Thailand มาประเทศไทย แล้วให้โลกมองเห็นคุณ

วันนี้ผู้คนทั่วโลกไม่ได้ทำคอนเทนต์เพียงเพื่อบันทึกความทรงจำอีกต่อไป เขาทำคอนเทนต์เพื่อสร้างตัวตน สร้างการยอมรับ สร้างผู้ติดตาม สร้างรายได้ และบางครั้งสร้างอาชีพใหม่ให้กับชีวิต ทุกคนกำลังพยายามทำให้ตัวเอง “ถูกมองเห็น” บนโลกดิจิทัล และนี่คือโอกาสของประเทศไทย

เพราะทุกครั้งที่นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาถ่ายคลิปในไทย ประเทศไทยก็ได้รับ User-Generated Content โดยอัตโนมัติ

แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือ คอนเทนต์เหล่านี้ไม่ได้หมดอายุง่าย ๆ มันอาจถูกค้นพบในวันนี้ ถูกแชร์อีกครั้งในเดือนหน้า ถูกสื่อนำกลับมาเล่นในปีหน้า หรือกลับมาเป็นไวรัลใหม่

เมื่อคนในคลิปหรือสถานที่ในคลิปกลายเป็นที่สนใจ คอนเทนต์หนึ่งชิ้นจึงอาจมีมูลค่ามากกว่าหนึ่งช่วงเวลา และอาจสร้างผลประโยชน์ให้ประเทศไทยได้ซ้ำหลายรอบ

ประเทศไทยยังมีข้อได้เปรียบที่สำคัญมากอีกเรื่องหนึ่ง คือเราเป็นประเทศที่สร้าง Visual Contrast ได้ง่ายมาก

ตอนเช้าไปทำนา สายไปวัดต่อด้วยให้อาหารปลา บ่ายเดินตลาด เย็นกินสตรีตฟู้ด ค่ำเข้าห้างหรู และดึกขึ้นรูฟท็อปกลางกรุงเทพฯ วันเดียวกัน คนคนเดียวกัน แต่ได้คอนเทนต์หลายโลก จากชนบทสู่มหานคร จากเรียบง่ายสู่ลักชัวรี จากประเพณีเก่าสู่ความร่วมสมัย จากอาหารจานละไม่กี่สิบบาทไปจนถึงประสบการณ์ระดับโลก

สำหรับอัลกอริทึม ความแตกต่างคือสิ่งที่ดึงคนให้หยุดดู สำหรับคนดู ความคาดไม่ถึงคือสิ่งที่ทำให้เขาอยากดูต่อ และสำหรับครีเอเตอร์ ประเทศไทยคือพื้นที่ที่สร้างสองสิ่งนี้ได้ง่ายมาก

ดังนั้น ประเทศไทยจึงไม่ควรเป็นเพียง Content Background แต่ควรวางตัวเป็น Content Multiplier คือเป็นสถานที่ที่ช่วยให้คอนเทนต์ของคนที่มาเยือนมีโอกาสถูกดู ถูกแชร์ และถูกค้นพบมากขึ้น

คนอาจกดเข้ามาเพราะครีเอเตอร์ แต่หยุดดูเพราะประเทศไทย และสุดท้ายอยากเดินทางมา เพราะอยากสร้างเรื่องราวแบบเดียวกันด้วยตัวเอง

ยิ่งไปกว่านั้น ประเทศไทยไม่ได้มีเพียงโลเคชัน เรายังมีระบบนิเวศของคนทำงานสร้างสรรค์ที่แข็งแรงมาก เรามีช่างภาพเก่ง คนถ่ายวิดีโอเก่ง คนตัดต่อ ช่างแต่งหน้า สไตลิสต์ นักออกแบบ โปรดิวเซอร์ ทีมโปรดักชัน นักเล่าเรื่อง ผู้จัดกิจกรรม ครีเอเตอร์รุ่นใหม่ และคนเบื้องหลังจำนวนมากที่เข้าใจแพลตฟอร์มดิจิทัล

หากเราคิดเรื่องนี้อย่างจริงจัง ประเทศไทยไม่ควรเป็นเพียงประเทศที่คนมาถ่ายคอนเทนต์ แต่ควรเป็น Regional Creator Production Hub เป็นศูนย์กลางที่ครีเอเตอร์ทั่วโลกสามารถเดินทางมา หาโลเคชัน หาเรื่องราว หาทีมงาน หาความคิดสร้างสรรค์ และผลิตผลงานคุณภาพสูงได้ครบในประเทศเดียว

นั่นหมายความว่า รายได้จากการท่องเที่ยวจะไม่เกิดเพียงจากค่าที่พัก ค่าอาหาร และค่าเดินทาง แต่จะเกิดจากค่าเช่าอุปกรณ์ ค่าช่างภาพ ค่าทีมวิดีโอ ค่าตัดต่อ ค่าแต่งหน้า ค่าโลเคชัน ค่าโปรดักชัน ค่าทำซับไตเติล ค่าทีม Social Media ค่าเวิร์กช็อป ค่าศิลปินท้องถิ่น และค่าบริการสร้างสรรค์อีกจำนวนมาก นี่คือการเปลี่ยนจาก Tourism Spending ไปสู่ Creative Spending

เมื่อการท่องเที่ยวเชื่อมเข้ากับเศรษฐกิจของครีเอเตอร์ อาชีพใหม่ก็จะเกิดขึ้นทันที ไม่ว่าจะเป็น Local Content Guide, Creator Tour Designer, Location Scout, Social Media Travel Producer, Creator Photographer, Short-form Video Editor, Content Translator, Cultural Storyteller หรือ Community Content Manager

จังหวัดหนึ่งอาจไม่ได้มีเพียงมัคคุเทศก์ แต่อาจมีคนรุ่นใหม่ที่พาครีเอเตอร์ไปยังจุดที่เหมาะกับบุคลิกของช่อง ช่วยออกแบบเนื้อหา ประสานชุมชน ช่วยเล่าเรื่องท้องถิ่น และทำให้คอนเทนต์นั้นสื่อสารกับผู้ชมทั่วโลกได้ดีขึ้น

นี่คือการเพิ่มมูลค่าการท่องเที่ยวจากการขายสถานที่ ไปสู่การขายความสามารถในการสร้างคอนเทนต์

ผมจึงคิดว่า ประเทศไทยควรลองดูนะครับ ลองคิดเล่นๆ เป็นยุทธศาสตร์ใหม่ ชื่อว่า CREATE IN THAILAND ภายใต้แนวคิด Thailand: The World’s Content Playground หรือ “มาเที่ยวไทย แล้วให้โลกค้นพบคุณ”

แนวคิดนี้ไม่ควรเป็นเพียงแคมเปญโฆษณา แต่ควรเป็นระบบ ทุก Destination ต้องตอบให้ได้ว่า ที่นี่มีอะไรให้คนสร้าง มีอะไรให้คนมีส่วนร่วม มีอะไรที่ถ่ายแล้วต่าง มีอะไรที่มีโอกาสถูกแชร์ และเมื่อคอนเทนต์เริ่มโต เราจะช่วยขยายอย่างไร

ททท. อาจเริ่มจากการสร้าง Create in Thailand Spots คัดเลือกพื้นที่ที่มีศักยภาพในการสร้างคอนเทนต์ เช่น สวนสาธารณะ ตลาดกลางคืน เวทีดนตรี ชุมชน มวยไทย คลาสทำอาหาร งานคราฟต์ หรือกิจกรรมท้องถิ่นที่นักท่องเที่ยวเข้าไปมีส่วนร่วมได้จริง

จากนั้นสร้าง Thailand Creator Routes ที่ไม่ได้แบ่งเพียงตามจังหวัด แต่แบ่งตามประเภทของคอนเทนต์ ไม่ว่าจะเป็น Music Route, Food Route, Wellness Route, Night Route, Craft Route หรือ Hidden Talent Route

พร้อมกันนั้นควรมี Thailand UGC Engine คอยตรวจจับว่าคอนเทนต์ไหนกำลังโต สถานที่ไหนกำลังถูกพูดถึง ใครกำลังกลายเป็นไวรัล แล้วรีบเชื่อมต่อกับพื้นที่ เจ้าของคลิป ผู้ประกอบการ และสำนักงาน ททท. ต่างประเทศ

ไม่ใช่รอให้ไวรัลจบแล้วค่อยตามไปแชร์ แต่ต้องมีระบบ Detect, Verify, Connect, Amplify, Convert และ Sustain ตั้งแต่ตรวจจับ ตรวจสอบ เชื่อมต่อ ขยายผล เปลี่ยนยอดวิวเป็นการเดินทาง และทำให้กระแสไม่จบอยู่เพียงคลิปเดียว

สิ่งสำคัญคือ เราไม่จำเป็นต้องสร้างพฤติกรรมใหม่ เพราะคนทำคอนเทนต์อยู่แล้ว คนมาไทยอยู่แล้ว คนถ่ายประเทศไทยอยู่แล้ว คนแชร์อยู่แล้ว และคอนเทนต์เกี่ยวกับไทยก็ได้รับความสนใจอยู่แล้ว สิ่งที่เราต้องทำคือมองเห็นสิ่งที่เกิดขึ้น และไม่มองข้ามมันไป

หลายครั้ง โอกาสไม่ได้เดินเข้ามาในรูปของนโยบายใหญ่ๆเพียงอย่างเดียว แต่มาในรูปของเด็กคนหนึ่งที่เล่นกีตาร์อยู่ในตลาด หรือชาวต่างชาติคนหนึ่งที่เข้าไปเต้นแอโรบิกในสวนลุม คนส่วนใหญ่มองเห็นคลิป แต่หน้าที่ของคนทำยุทธศาสตร์ คือมองเห็นระบบเศรษฐกิจที่ซ่อนอยู่หลังคลิปนั้น

วันนี้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ไม่ควรทำหน้าที่เพียงเชิญคนให้มาเที่ยวไทย แต่ควรทำให้ประเทศไทยเป็นสถานที่ที่คนทั่วโลกอยากมา “สร้างตัวตน” ของเขา เพราะเมื่อคนรู้สึกว่าประเทศไทยทำให้เขาถูกมองเห็น เขาจะไม่ได้เพียงมาเที่ยว เขาจะมาเล่า มาสร้าง มาผลิต มาจ้างงาน มากลับซ้ำ และพาคนอื่นตามมา

Amazing Thailand ทำให้โลกค้นพบประเทศไทย แต่ก้าวต่อไปอาจเป็นการทำให้คนทั่วโลกรู้สึกว่า ประเทศไทยคือที่ที่โลกอาจค้นพบเขา

และเมื่อโลกค้นพบน้อง Nene Royal จากภูเก็ต ประเทศไทย โลกก็จะค้นพบประเทศไทยไปพร้อมกัน

บทความโดย

ผศ.ดร.ธีรศานต์ สหัสสพาศน์
ผู้อำนวยการหลักสูตร DNA by SPU
อาจารย์ประจำคณะบริหารธุรกิจ ม.ศรีปทุม

#TheStructure
#TheStructureNews
#NeneRoyal #ThailandUGC #AmazingThailand

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้ที่มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้งานเว็บไซต์ได้อย่างเป็นปกติ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณ เพื่อให้เราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมและความสนใจของคุณ

บันทึกการตั้งค่า