สภาอุตฯ ลดเป้า ขายรถยนต์ลง 5 หมื่นคัน เหลือ 7 แสนคัน คาดเม็ดเงินลดลงกว่า 5 หมื่นล้าน เหตุหนี้ครัวเรือนสูงและการลงทุนภาครัฐลด
นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ ที่ปรึกษาประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่าสภาอุตสาหกรรมลดเป้าการขายรถยนต์ปี 2567 ลงจากเดิมลง 5 หมื่นคัน เหลือ 7 แสนคัน
เนื่องจากยอดจำหน่ายรถยนต์ในประเทศที่ลดลง จากภาพรวมทางเศรษฐกิจที่มีอัตราการเติบโตต่ำ และการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ยังไม่มีความพร้อมเต็มที่
โดยการผลิตรถยนต์เพื่อจำหน่ายในประเทศประจำเดือน พ.ค. ผลิตได้ 37,353 คัน ลดลงจากเดือน พ.ค. ปีที่แล้ว 38.57% รวมตั้งแต่เดือน ม.ค. – พ.ค. ผลิตได้ 210,525 คันลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 36.23%
สำหรับการผลิตจักรยานยนต์ ตั้งแต่เดือน ม.ค. – พ.ค. มีจำนวน 1,013,665 คัน ลดลงจากปีที่แล้ว 5.64%
นายศุภรัตน์ ศิริสุวรรณางกูร ประธานกิตติมศักดิ์กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่ายอดขายรถยนต์ในประเทศ เดือน พ.ค. มีจำนวน 49,871 คัน ลดลงจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้ว 23.38%
ซึ่งเป็นผลจากหนี้ครัวเรือนที่มีระดับสูง เศรษฐกิจในประเทศขยายตัวในอัตราต่ำ การลงทุนของภาครัฐลดลง ดัชนีการผลิตภาคอุตสาหกรรมลดลงติดต่อกันมากกว่า 10 เดือน ทำให้โรงงานหลายแห่งลดเวลาการทำงานลง และมีการเลิกจ้างงานหลายหมื่นอัตรา
แต่คาดว่าเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งปีหลังจะดีขึ้น จากงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567 และ 2568 ที่กำลังพิจารณาในสภา แต่ยังคงน่ากังวลอยู่ว่าเศรษฐกิจจะขยายตัวถึง 3% หรือไม่ ถ้าอัตราการผลิตและจำหน่ายยานยนต์ลดลง อีกทั้งยอดขายอสังหาริมทรัพย์ยังคงติดลบ
มีการประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจ โดยประเมินจากการปรับลดเป้าหมายการผลิตยานยนต์ปีนี้ลง 5 หมื่นคัน ว่าจะทำให้เม็ดเงินในประเทศหายไปถึง 5 หมื่นล้านบาท โดยประเมินจากมูลค่าการขายยานยนต์ต่อคันที่ราคาคันละ 1 ล้านบาท