เช็คบิลเรียงตัว รัฐบาลที่ทำและรับรอง MOU43-44‘ปานเทพ-อานนท์-คมสัน’ ชี้มีการกระทำที่ผิดรัฐธรรมนูญ กรมสนธิสัญญาทำผิดมา 20 ปี ลั่นโทษหนักถึงประหารชีวิต
3 นักวิชาการฝ่ายขวาประสานเสียง รัฐบาลและส่วนราชการที่จัดทำและรับรอง MOU43-44 ต้องรับผิดชอบ เพราะทำไม่ถูกขั้นตอน ไม่มีการผ่านสภาและไม่มีการลงพระปรมาภิไธย ชี้โทษหนักถึงขั้นประหารชีวิต!!
ผศ.ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อาจารย์ประจำ คณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) พร้อมด้วย อ.คมสัน โพธิ์คง รองคณบดี ฝ่ายวิชาการ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต และนาย อ.ปานเทพ พัวพงษ์พันธุ์ คณบดีสถาบันแพทย์แผนบูรณาการและเวชศาสตร์ชะลอวัย มหาวิทยาลัยรังสิต
ได้ออกมายกประเด็นเรื่องการทำ MOU43-44 ว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดย ดร.อานนท์ ได้โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊ก เมื่อวันที่ 31 ต.ค.2568 ดังนี้
“อ.คมสัน โพธิ์คง กับ อ.ปานเทพ พัวพงษ์พันธุ์ ให้ผมช่วยค้นมติคณะรัฐมนตรี ที่กำหนดไว้ว่า จะทำสนธิสัญญา ต้องผ่าน กระทรวงการต่างประเทศก่อน
แล้วรัฐธรรมนูญ ก็เขียนบัญญัติ ชัดเจนว่า สนธิสัญญาที่กระทบพระราชอาณาเขตต้องผ่านรัฐสภา และต้องลงพระปรมาภิไธย
เอ่อ กรมสนธิสัญญา กระทรวงการต่างประเทศ ไม่ทำตามกฎหมายมา 20 กว่าปี ตั้งแต่ MOU 43 แบบนี้ผิดกฎหมายอาญามาตรา 119 ต้องประหารชีวิต และ มาตรา 157 อาญา ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ ต้องติดคุกนะครับ”
และในรายการช่อง News1 วันที่ 2 พ.ย.2568 ที่นายปานเทพ เป็นผู้ดำเนินรายการ โดยมีนายคมสันเป็นผู้ร่วมรายการ ได้มีการพูดถึงประเด็นนี้ไว้ดังนี้
โดยนายคมสันกล่าวว่า “กรมสนธิสัญญา ก.ต่างประเทศ ในยุคปี 2543 และอาจต่อเนื่องถึงยุคปัจจุบัน ต้องเป็นผู้รับผิดชอบ”
ด้านนายปานเทพตั้งคำถามว่า “เมื่อ MOU43 ยังไม่มีพระบรมราชโองการประกาศ แต่ไปเสนอให้เลขาธิการใหญ่องค์การสหประชาชาติ ยื่นรับรองสถานภาพให้สหประชาชาติรับรอง เมื่อปี 2554 โดยที่กฎหมายนี้ยังไม่ถูกต้องตามขั้นตอนเลย แบบนี้ อ.คมสัน มองว่ามีความผิดหรือไม่?”
“ผิดครับ! ดังนั้นรัฐบาลในชุดนั้น ก็คือ คุณอภิสิทธิ์ และรัฐมนตรีก็คงต้องรับผิดชอบเรื่องเหล่านี้ในเรื่องของการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย” นายคมสันตอบ
ทั้งนี้นายปานเทพระบุว่าเรื่องนี้ต้องแยกเป็น 2 ส่วน คือ รัฐบาลปัจจุบันต้องยกเลิก MOU43-44 ซะ เพราะไม่ชอบด้วยกฎหมาย หากดำเนินต่อถือว่เข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ส่วนรัฐบาลที่ทำไปก็ต้องรับผิดชอบ” นายปานเทพกล่าว
ขณะที่นายคมสั่นเสริมว่า “ซึ่งหากไม่มีการยกเลิก ก็ต้องมีการดำเนินคดี ไม่ว่าจะทาง ป.ป.ช.หรือศาลอาญาคดีทุจริต ที่แน่ๆ ที่ผมเห็นก็คือกระทรวงการต่างประเทศนี่แหละที่ต้องรับผิดชอบ ตั้งแต่รัฐมนตรีไล่ลงมาจนปลัดกระทรวง และ อธิบดีกรมสนธิสัญญา และผู้ที่เกี่ยวข้องกับการทำ MOU ทั้งหมด”
#TheStructureNews