Moody’s ลดเครดิตธนาคาร 10 แห่ง พร้อมเตือนว่าอาจจะปรับลดอันดับเครดิต ธนาคารรายใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ บางราย
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า มูดี้ส์ (Moody’s) สถาบันการจัดอันดับเครดิตระดับโลก ประกาศลดอันดับความน่าเชื่อถือของธนาคารขนาดเล็กถึงขนาดกลางของสหรัฐฯ ในวันจันทร์ (7 ส.ค.) พร้อมเตือนว่ากำลังทบทวนอันดับความน่าเชื่อถือของธนาคารรายใหญ่บางแห่งของสหรัฐฯ ด้วย
รายงานระบุว่า มูดี้ส์ ได้ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของธนาคารสหรัฐฯ 10 แห่งลง 1 ขั้น ซึ่งรวมถึง เอ็มแอนด์ที แบงก์ (M&T Bank), พินนาเคิล ไฟแนนเชียล พาร์ทเนอร์ (Pinnacle Financial Partners), พรอสเพอริตี แบงก์ (Prosperity Bank) และบีโอเค ไฟแนนเชียล คอร์ป (BOK Financial Corp)
และกำลังทบทวนอันดับความน่าเชื่อถือของธนาคารยักษ์ใหญ่ 6 แห่ง ซึ่งรวมถึง บีเอ็นวาย เมลลอน (BNY Mellon), ยูเอส แบนคอร์ป (US Bancorp), สเตท สตรีท (State Street) และทรูอิสต์ ไฟแนนเชียล (Truist Financial)
นอกจากนี้ ยังได้ปรับลดมุมมองอันดับความน่าเชื่อถือของธนาคารรายใหญ่ 11 แห่ง ซึ่งรวมถึง แคปปิตอล วัน(Capital One), ซิติเซ็นส์ ไฟแนนเชียล (Citizens Financial) และฟิฟธ์ เติร์ด แบนคอร์ป (Fifth Third Bancorp ) เป็น “ลบ”
“ผลประกอบการในไตรมาส 2 ของธนาคารหลายแห่ง แสดงให้เห็นถึงแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นต่อความสามารถในการทำกำไร ซึ่งปัจจัยดังกล่าวจะส่งผลต่อความสามารถในการระดมเงินทุน โดยปัญหาเหล่านี้เป็นผลมาจากเศรษฐกิจของสหรัฐที่คาดว่าจะเข้าสู่ภาวะถดถอยเล็กในช่วงต้นปี 2567 และคุณภาพสินทรัพย์ที่มีแนวโน้มลดลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเสี่ยงในพอร์ตการลงทุนอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ (CRE) ของธนาคารบางแห่งจากภาวะอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น” มูดี้ส์ ระบุ
การล่มสลายของซิลิคอน วัลเลย์ แบงก์ (Silicon Valley Bank) และซิกเนเจอร์ แบงก์ (Signature Bank) เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ได้จุดชนวนให้เกิดวิกฤตความเชื่อมั่นในภาคการธนาคารของสหรัฐฯ จนนำไปสู่การแห่ถอนเงินฝากจากธนาคารในภูมิภาคหลายแห่ง แม้ว่าทางการจะออกมาตรการฉุกเฉินเพื่อกระตุ้นความเชื่อมั่นก็ตาม
ขณะที่ Fitch ซึ่งเป็นหน่วยงานจัดอันดับเรทติ้งได้ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของสหรัฐฯ จากระดับ ‘AAA’ ลงสู่ ‘AA+’ โดยให้เหตุผลเรื่องฐานะการคลังของสหรัฐฯ ที่คาดว่าจะถดถอยลงในช่วง 3 ปีข้างหน้า และความขัดยังด้านเพดานหนี้ที่มักจะแก้ไขกันในนาทีสุดท้าย