จ่อของบ 15,000 ล้าน เช่าซื้อแท๊ปเล็ตให้นักเรียน ‘ศธ.’ เผยอาจจะเพิ่มงบ หากต้องใช้อุปกรณ์ราคาแพงขึ้น จ่อให้ Microsoft – Apple เข้าร่วมประมูล
นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ในฐานะประธานคณะกรรมการติดตามนโยบายเรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา Anywhere Anytime เปิดเผยว่าได้มีการถามความเห็นไปยังกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DES) เพื่อขอกำหนดกรอบการจัดหาอุปกรณ์ โดยยังไม่กำหนดว่าจะเป็นอุปกรณ์ลักษณะไหน อาจจะเป็นไปได้ทั้งแท็บเล็ต ไอแพด โน๊ตบุ๊ค และโครมบุ๊ค
ซึ่ง DES ก็เข้าใจและต้องการให้เอกชนเข้ามาแข่งขันอย่างเต็มที่ เพื่อประโยชน์สูงสุดกับผู้เรียน โดยจะอยู่ในงบประมาณปี 2568 และคาดว่าจะเริ่มนำร่องในปี 2568 โดยจัดหาอุปกรณ์ 6 แสนเครื่องให้ครูและนักเรียน ในโรงเรียนนำร่องระดับมัธยมปลาย โดยเป็นในลักษณะเช่าซื้อ ใช้งบประมาณ กว่า 15,000 ล้านบาท
สำหรับโรงเรียนในโครงการ จะมีทั้งโรงเรียนคุณภาพ มีความพร้อมที่จะบริหารจัดการ และโรงเรียนที่อาจจะยังไม่มีความพร้อมเรื่องการบริหารจัดการไม่มากนัก เพื่อให้เกิดข้อเปรียบเทียบ และหาวิธีที่เหมาะสม สำหรับการดำเนินโครงการในระยะที่ 2
อุปกรณ์สำหรับนักเรียน มีการจัดทำงบประมาณเช่าซื้อเดือนละ 420 บาท ซึ่งรวมค่าเครื่อง ค่าบริการ และอินเตอร์เน็ตไว้แล้ว โดยทุกเครื่องจะมีซิมการ์ดสำหรับใช้เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต แต่ทั้งนี้อาจเปลี่ยนแปลงได้ หากต้องเป็นอุปกรณ์ราคาสูงอย่างโน้ตบุ๊ก ที่อาจต้องเช่า 5 ปี แต่ถ้าเป็นแทปเล็ตที่ราคาไม่สูงมาก ก็อาจจะเพียง 3 ปี
แต่ทั้งนี้เปิดกว้างให้โกลบอลแบรนด์ เช่นไมโครซอฟท์ หรือแอปเปิล เข้ามาแข่งขัน เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้เด็ก และให้ครูได้ใช้ของคุณภาพดี ใช้งานได้จริง เป็นที่ยอมรับจากทุกฝ่าย สำหรับโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกล และมีปัญหาระบบอินเตอร์เน็ตเข้าไม่ถึงนั้น จะจัดให้ผู้ชนะการประมูล เข้าไปติดตั้งเสาส่งสัญญาณ (Cell Site) ด้วย เพื่อให้เกิดการเข้าถึงโครงข่ายอินเตอร์เน็ต
ทั้งนี้ จะมีการกำหนดห้ามมิให้เด็กเข้าถึงเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสม หรือเล่นเกมได้ ส่วนรายการอื่นที่เพิ่มเข้ามา จะถูกล็อกสปีดในแต่ละรอบเดือน
ส่วนความคืบหน้าการจัดทำคอนเทนต์เพื่อเตรียมความพร้อมในส่วนของการจัดทำเนื้อหาการเรียนรู้ ผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ นั้น อยู่ระหว่างการจัดทำร่างกำหนดขอบเขตงาน (TOR) เพื่ออำนวยความสะดวกให้ทั้งผู้เรียนและผู้สอน โดยผู้สอนอาจจะนำเสนอคอนเทนต์ของตนเอง หรือนำของผู้อื่นมาใช้ประกอบการสอนได้
สำหรับคอนเทนต์เดิมนั้นมีอยู่แล้ว 1-2 หมื่นรายการ และจะเพิ่มเข้าไปอีก 5-6 พันรายการ และคาดว่าจะเริ่มใช้งานได้เร็วที่สุดในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2567