ไม่มีประสิทธิภาพก็ปลด แล้วนำ AI มาทำงานแทนที่ Meta เล็งปลดพนักงานหลายพันคนที่มีผลงานย่ำแย่
Meta เล็งปลดพนักงาน 5% โดยเล็งเป้าไปที่กลุ่มที่มีผลงานย่ำแย่ที่สุด และมีแผนที่จะจ้างงานใหม่ในตำแหน่งที่ได้รับผลกระทบภายในปีนี้ โดยพนักงานที่ได้รับผลกระทบจะได้รับแจ้งภายในวันที่ 10 ก.พ. และจะได้รับ “เงินชดเชยก้อนใหญ่”
บันทึกภายในที่ มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Meta ส่งถึงพนักงาน ระบุว่า “ผมตัดสินใจที่จะยกระดับมาตรฐานการจัดการประสิทธิภาพการทำงาน และจะเลิกจ้างพนักงานที่มีประสิทธิภาพต่ำออกไปเร็วขึ้น”
Meta เริ่มปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ในปี 2022 ส่งผลให้มีการเลิกจ้างพนักงานประมาณ 11,000 ตำแหน่ง ซักเคอร์เบิร์ก ยังได้ประกาศให้ปี 2023 เป็น “ปีแห่งประสิทธิภาพ” พร้อมกับปลดพนักงานลงอีกประมาณ 10,000 ตำแหน่ง ข้อมูล ณ วันที่ 30 ก.ย. ระบุว่า Meta มีจำนวนพนักงานทั้งหมดกว่า 72,000 คน
ซักเคอร์เบิร์ก ประกาศเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า Meta มีแผนจะแทนที่วิศวกรระดับกลางด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในปีนี้ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยี AI จะสามารถเขียนโค้ดส่วนใหญ่ที่วิศวกรมนุษย์ทำอยู่ในปัจจุบันได้ในไม่ช้า
Meta ได้เปลี่ยนแปลงนโยบายครั้งใหญ่หลายครั้งในเดือนนี้ โดยเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว Meta ได้แต่งตั้ง โจเอล แคปแลน อดีตเจ้าหน้าที่พรรครีพับลิกัน ขึ้นเป็นหัวหน้าฝ่ายกิจการระดับโลกคนใหม่ และเมื่อวันที่ 7 ม.ค. ได้ประกาศยุติโปรแกรมตรวจสอบความน่าเชื่อถือของข่าวโดยบุคคลที่สาม (Third-Party Fact-Checking Program) และหันมาใช้บันทึกของชุมชน (Community Notes) ซึ่งเป็นระบบที่เปิดให้ผู้ใช้รายอื่นมาแจ้งเตือนแบบเดียวกับ X แทน
และล่าสุด เมื่อวันที่ 10 ม.ค. ได้ประกาศยุติโครงการที่เกี่ยวข้องกับความหลากหลาย ความเท่าเทียม และการไม่แบ่งแยก (DEI) ภายในองค์กร โดย Meta จะยุติ “แนวทาง “Diverse Slate Approach” ซึ่งใช้ในการพิจารณาผู้สมัครที่มีคุณสมบัติเหมาะสมจากจากกลุ่มที่มีความหลากหลายทางเชื้อชาติหรือเพศสำหรับตำแหน่งงานว่าง, โครงการด้านการจัดซื้อแบบเน้นความหลากหลาย, โปรแกรมฝึกอบรมด้านความเท่าเทียม และการไม่แบ่งแยก รวมถึงจะยุบทีม DEI โดย แม็กซีน วิลเลียมส์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่าย DEI จะไปรับบทบาทใหม่ที่เน้นที่การเข้าถึงและการมีส่วนร่วมแทน