ฐานผลิตชิปใหม่ของอาเซียน ‘มาเลเซีย’ กำลังเนื้อหอมในฐานะฐานผลิตเซมิคอนดักเตอร์ ท่ามกลางความตึงเครียดด้านการค้าระหว่างจีน-สหรัฐฯ
มาเลเซีย กำลังกลายเป็นจุดหมายที่ดึงดูดการลงทุนในภาคเซมิคอนดักเตอร์ (ชิป) หลังจากบริษัทต่างๆ แสวงหาความมั่นคงด้านห่วงโซ่อุปทาน ท่ามกลางสงครามเทคโนโลยีระหว่างสหรัฐ-จีน
เคนดริก ชาน ประธานโครงการความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเชิงดิจิทัลจาก LSE IDEAS ซึ่งเป็น think tank ด้านนโยบายต่างประเทศ ในสังกัดวิทยาลัยเศรษฐศาสตร์และรัฐศาสตร์แห่งลอนดอน กล่าวว่า “มาเลเซียมีโครงสร้างพื้นฐานที่มั่นคงและมีประสบการณ์มานับ 5 ทศวรรษในกระบวนการ ‘ส่วนหลัง’ (back end) ของการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการประกอบ การทดสอบ และบรรจุภัณฑ์”
Intel ผู้ผลิตชิปรายใหญ่ของสหรัฐฯ ประกาศเมื่อเดือน ธ.ค. 2021 ว่าจะลงทุนกว่า 7 พันล้านดอลลาร์ (7.56 แสนล้านบาท) เพื่อสร้างโรงงานบรรจุและทดสอบชิปในมาเลเซีย โดยคาดว่าจะเริ่มการผลิตได้ในปีนี้
GlobalFoundries บริษัทชิปยักษ์ใหญ่อีกรายของสหรัฐฯ เปิดศูนย์การดำเนินงานในปีนัง เมื่อเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา เพื่อสนับสนุนการดำเนินการผลิตทั่วโลก ควบคู่ไปกับโรงงานในสิงคโปร์ สหรัฐอเมริกา และยุโรป
Infineon ผู้ผลิตชิปชั้นนำของเยอรมนี ประกาศเมื่อเดือน ก.ค. 2022 ว่าจะสร้างโรงงานผลิตแผ่นเวเฟอร์แห่งที่ 3 ที่เมืองคูลิม ขณะที่ Newways ซึ่งเป็นซัพพลายเออร์หลักของผู้ผลิตอุปกรณ์ชิปสัญชาติเนเธอร์แลนด์อย่าง ASML กล่าวเมื่อเดือนที่แล้วว่าจะสร้างโรงงานผลิตแห่งใหม่ในเมืองกลัง
นอกเหนือจากชาติตะวันตกแล้ว ดาโต๊ะ เสรี หว่อง เซียว ไห่ ประธานสมาคมอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์แห่งมาเลเซีย กล่าวว่า บริษัทจีนหลายแห่งกำลังกระจายการผลิตบางส่วนมายังมาเลเซียเช่นกัน
หน่วยงานพัฒนาการลงทุนแห่งมาเลเซีย (MIDA) เปิดเผยเมื่อเดือน ก.พ.ที่ผ่านมาว่า มาเลเซียมีส่วนแบ่งในตลาดบรรจุภัณฑ์ การประกอบ และทดสอบชิปอยู่ที่ประมาณ 13% ของทั้งโลก ขณะเดียวกัน การส่งออกอุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์และวงจรรวมได้เพิ่มขึ้น 0.03% สู่ระดับ 8.14 หมื่นล้านดอลลาร์ (2.98 ล้านล้านบาท) ในปี 2023 แม้ว่าความต้องการชิปทั่วโลกค่อนข้างจะซบเซาก็ตาม
ซาฟรุล อาซิซ รัฐมนตรีกระทรวงการลงทุน การค้า และอุตสาหกรรมของมาเลเซีย กล่าวกับ CNBC เมื่อเดือน ม.ค.ที่ผ่านมาว่า มาเลเซียตั้งเป้าที่จะมุ่งเน้นไปที่กระบวนการ ‘ส่วนหน้า’ (front end) ของการผลิตเซมิคอนดักเตอร์มากขึ้น จากเดิมที่เชี่ยวชาญในกระบวนการ ‘ส่วนหลัง’ โดยกระบวนการผลิตส่วนหน้าเกี่ยวข้องกับการผลิตแผ่นเวเฟอร์และกระบวนการโฟโตลิโทกราฟี (photolithography) ในขณะที่การผลิตส่วนหลังมุ่งเน้นไปที่การบรรจุและประกอบ
อย่างไรก็ตาม มาเลเซียก็มีความท้าทายที่สำคัญคือ “ภาวะสมองไหล” เมื่อคนงานออกนอกประเทศเพื่อหางานที่ดีกว่าและเงินเดือนที่สูงขึ้น โดยการศึกษาอย่างเป็นทางการที่ดำเนินการในปี 2022 เปิดเผยว่า 3 ใน 4 ของแรงงานชาวมาเลเซียในสิงคโปร์เป็นแรงงานมีทักษะหรือกึ่งมีทักษะ
(1 ดอลลาร์ = 36.68 บาท)