ยักษ์ใหญ่จีนปรับลดดอกเบี้ย 3 ธนาคารใหญ่จีนปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก เพื่อฟื้นฟูภาคอสังหาฯ และกระตุ้นเศรษฐกิจจีน
วันที่ 1 กันยายน 2566 ธนาคารที่ใหญ่ที่สุดของจีน 3 แห่ง ซึ่งรวมถึง อินดัสเทรียล แอนด์ คอมเมอร์เชียล แบงก์ ออฟ ไชน่า และอะกริคัลเจอร์ แบงก์ ออฟ ไชน่า ได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากหลายประเภท เพื่อลดแรงกดดันต่อผลกำไรที่ลดลง ในขณะที่ธนาคารเตรียมปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้จำนอง ซึ่งเป็นมาตรการล่าสุดของรัฐบาลในการฟื้นฟูภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตหนี้ และกระตุ้นการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศ
รายงานข่าวระบุว่า ธนาคารยักษ์ใหญ่ของจีนได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำหนึ่งปีลง 10 จุดพื้นฐาน (bps) เหลือ 1.55% ขณะที่เงินฝากประจำสองปี และเงินฝากประจำอายุสามปีและห้า ปรับลดลง 20 bps และ 25 bps ตามลำดับ
การปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากถือเป็นการปรับลดอัตราดอกเบี้ยครั้งที่ 3 ภายในระยะเวลาหนึ่งปี โดยเป็นการปรับลดอัตราดอกเบี้ยครั้งใหญ่กว่ารอบก่อนหน้านี้ในเดือนมิถุนายนและกันยายนปีที่แล้ว
นอกจากธนาคารยักษ์ใหญ่แล้ว ธนาคารขนาดกลางของจีนหลายแห่ง รวมถึง ธนาคารอินดัสเตรียล แบงก์ และ ไชน่า ป๋อไห่ แบงก์ ประกาศว่าตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป จะเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ยสำหรับเงินฝากลง 10-25 จุดพื้นฐาน
Nicholas Zhu นักวิเคราะห์การธนาคารของ Moody’s กล่าวว่า การปรับลดอัตราดอกเบี้ยจะช่วยบรรเทาแรงกดดันต่างๆ ที่มีต่ออัตรากำไรของธนาคาร
ขณะเดียวกัน ธนาคารกลางจีนและหน่วยงานกำกับดูแลทางการเงินของจีน ประกาศเมื่อวานนี้ (31 ส.ค.) ว่าตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน เป็นต้นไป ผู้ซื้อบ้านหลังแรกที่มีการจำนองสามารถยื่นขอลดอัตราดอกเบี้ยสำหรับสินเชื่อที่มีอยู่ได้
เพื่อสนับสนุนมาตรการของธนาคารกลาง สองเมืองใหญ่ที่สุดของจีนอย่าง กว่างโจวและเซินเจิ้น ก็ได้เริ่มผ่อนคลายมาตรการจำกัดการจำนองในสัปดาห์นี้ ส่งผลให้ผู้ซื้อบ้านได้รับสิทธิพิเศษในการขอสินเชื่อสำหรับการซื้อบ้านหลังแรก
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นในขณะที่ คันทรี การ์เดน (Country Garden) บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เอกชนรายใหญ่ที่สุดของจีน พยายามขอผ่อนผันชำระหนี้หุ้นกู้เอกชนภายในประเทศมูลค่า 3.9 พันล้านหยวน (ราว 1.37 แสนล้านบาท) ที่มีกำหนดครบชำระในวันที่ 2 กันยายนนี้ ท่ามกลางวิกฤตทางการเงินที่ทวีความรุนแรงและการต่อต้านจากเจ้าหนี้บางราย
ปัญหาด้านการเงินของคันทรี การ์เดน ถือเป็นปัญหาล่าสุดที่ส่งผลกระทบต่อภาคอสังหาริมทรัพย์ และก่อให้เกิดความกังวลว่าระบบการเงินจะติดขัดในช่วงเวลาที่ประเทศกำลังดิ้นรนกับการชะลอตัวทางเศรษฐกิจในวงกว้าง
ทั้งนี้ สินเชื่อจำนองของจีน ณ สิ้นเดือนมิถุนายน มีมูลค่ารวม 38.6 ล้านล้านหยวน หรือประมาณ 1,353 ล้านบาท คิดเป็น 17% ของยอดสินเชื่อรวมของธนาคาร
(1 ดอลลาร์ = 35.06 บาท)