ไม่ถอยแผนปฏิรูป มาครงพร้อมยอมรับว่าจะ ‘ไม่ได้รับความนิยม’ เหตุดันกฎหมายขยายอายุเกษียณเป็น 64 ปี ชี้จะไม่ซุกปัญหาใต้พรมเหมือนผู้นำคนอื่นๆ
วันที่ 22 มีนาคม 2566 ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส แถลงเกี่ยวกับกฎหมายปฏิรูประบบบำนาญฉบับใหม่ซึ่งมีประเด็นสำคัญ คือการเพิ่มอายุเกษียณจาก 62 ปี เป็น 64 ปี และปรับเพิ่มจำนวนปีที่ต้องจ่ายเงินสมทบเพื่อให้ได้เงินบำนาญเต็มจำนวน จาก 41 ปี เป็น 43 ปี เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ผ่านกฎหมายดังกล่าวโดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากฝ่ายนิติบัญญัติ โดยระบุว่า
“ผมเองก็ไม่ได้สนุกไปกับการปฏิรูปในครั้งนี้หรอกนะ ผมสามารถเลือกที่จะซุกปัญหาไว้ใต้พรมเหมือนกับผู้นำคนก่อนๆ ได้ แต่ผมไม่ทำ”
“ตอนที่ผมเข้ารับตำแหน่งใหม่ๆ ฝรั่งเศสมีคนวัยเกษียณเพียง 10 ล้านคน แต่วันนี้ตัวเลขกลับพุ่งเป็น 17 ล้านคน และในปี 2030 จะแตะระดับ 20 ล้านคน คุณคิดว่าเราจะใช้ระบบบำนาญแบบเดิมต่อไปได้จริงหรือ?”
“ยิ่งปล่อยไว้นานเท่าไหร่ ปัญหาการขาดดุลก็จะยิ่งแย่ลงไปเท่านั้น ด้วยเหตุนี้การปฏิรูปจึงเป็นสิ่งจำเป็น และจะต้องมีผลบังคับใช้ภายในสิ้นปีนี้” พร้อมเสริมว่า “ผมพร้อมที่จะยอมรับความไม่เป็นที่นิยม จากการเดินหน้าปฏิรูปในครั้งนี้”
มาครง ยังกล่าวแสดงความเห็นต่อการประท้วงในฝรั่งเศสว่า “ผมเคารพสหภาพแรงงาน และประชาชนมีสิทธิโดยชอบธรรมในการประท้วง และรัฐบาลควรคำนึงถึงความคิดเห็นของพวกเขาด้วย อย่างไรก็ตาม เมื่อกลุ่มต่างๆ อย่างที่มีในสัปดาห์นี้ ใช้ความรุนแรงโดยไม่มีกฎเกณฑ์ใดๆ เพราะพวกเขาไม่พอใจกับบางสิ่ง นั่นย่อมไม่ใช่ประชาธิปไตยอีกต่อไป”
ผลสำรวจความนิยมล่าสุดในตัวมาครงในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา คะแนนความพึงพอใจในตัวผู้นำฝรั่งเศสเหลือเพียงแค่ 28% ซึ่งเป็นระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่การชุมนุมประท้วงทั่วประเทศฝรั่งเศสโดยกลุ่มเสื้อกั๊กเหลือง (Gilets Jaunes) ในปี 2019