เรื่องการทำแท้ง สู่ความแตกแยกของสหรัฐฯ? ‘รัฐลุยเซียนา’ ผ่านกฎหมายจัดยาทำแท้งเป็นสารควบคุม ด้านไบเดนชี้หากทรัมป์กลับมา เรื่องจะยิ่งหนักกว่านี้
เมื่อวันศุกร์ (24 พ.ค.) ผู้ว่าการรัฐลุยเซียนาลงนามในร่างกฎหมายที่จัดประเภทยาทำแท้ง 2 รายการได้แก่ mifepristone และ misoprostol เป็นสารควบคุม ซึ่งเป็นหมวดหมู่ที่หน่วยงานกำกับดูแลด้านการแพทย์มักสงวนไว้สำหรับยาที่มีแนวโน้มที่จะถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด หรือเสี่ยงเกิดการติดยา โดยความเคลื่อนไหวดังกล่าวส่งผลให้ลุยเซียนา กลายเป็นรัฐแรกในสหรัฐฯ ที่จัดประเภทยาทำแท้งเป็นสารควบคุม
ภายใต้กฎหหมายดังกล่าวแพทย์ผู้สั่งจ่ายยาจะต้องมีใบอนุญาตพิเศษ และใบสั่งยาที่แพทย์สั่งจ่ายจะถูกบันทึกไว้ในฐานข้อมูลของรัฐที่หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายสามารถเข้าถึงได้โดยไม่ต้องมีหมาย
ซึ่งนักวิจารณ์ระบุว่า อาจส่งผลต่อความเป็นส่วนตัวของผู้ป่วย และยังทำให้ผู้ป่วยที่ต้องการยาดังกล่าวสำหรับวัตถุประสงค์อื่นๆ เช่น การกระตุ้นให้เกิดการเจ็บครรภ์ การคลอดบุตร การรักษาภาวะแท้ง และลดความเสี่ยงของการมีเลือดออกรุนแรงจากแผลในกระเพาะอาหาร จะเข้าถึงยาได้ยากขึ้น
ร่างกฎหมายดังกล่าว กำหนดให้การครอบครองยาโดยไม่มีใบสั่งจากแพทย์ถือเป็นความผิดทางอาญา ซึ่งกำหนดโทษจำคุก 1-5 ปี และปรับสูงสุดไม่เกิน 5,000 ดอลลาร์ (1.83 แสนบาท)
ทั้งนี้ แม้ว่าสตรีมีครรภ์จะได้รับการยกเว้นโทษสำหรับการละเมิดกฎหมายดังกล่าว อย่างไรก็ตาม บุคคลที่ช่วยจัดหายาให้ เช่น เพื่อน สมาชิกครอบครัว หรือผู้ให้บริการด้านสุขภาพ รวมถึงสตรีที่ไม่ได้ตั้งครรภ์แต่มียาในครอบครองสำหรับใช้ในอนาคตอาจถูกดำเนินคดีได้
“นี่เป็นช่วงเวลาที่น่ากลัวสำหรับผู้หญิงในสหรัฐฯ… หาก โดนัลด์ ทรัมป์ ได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีอีกสมัย เขาจะพยายามทำให้สิ่งที่เกิดขึ้นในรัฐต่างๆ เช่น ลุยเซียนา ให้เกิดขึ้นทั่วประเทศ” ไบเดน กล่าวในแถลงการณ์เมื่อวันพฤหัสบดี หลังจากรัฐสภาลุยเซียนาผ่านกฎหมายดังกล่าว
mifepristone และ misoprostol เมื่อใช้ร่วมกันจะช่วยให้ผู้หญิงสามารถยุติการตั้งครรภ์ที่บ้านได้ ซึ่งปัจจุบันคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 60% ของการทำแท้งทั้งหมดในสหรัฐฯ
(1 ดอลลาร์ = 36.64 บาท)