“เสียดายโอกาส เพราะ ดร.ทักษิณ กับ ประธานาธิบดีทรัมป์ มีสัมพันธภาพที่ดีกันมายาวนาน” ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีศาลไม่อนุญาตทักษิณออกนอกประเทศ
สืบเนื่องจากการที่ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 9 พ.ค. 2568 กล่าวถึงกรณีศาลไม่อนุญาตให้ ทักษิณ ชินวัตร เดินทางไปร่วมงานเลี้ยงที่ประเทศกาตาร์ ซึ่ง “อาจจะ” ได้พบประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์
โดยณัฐวุฒิระบุว่า “ตามข่าวบอกว่าเหตุผลที่ยื่นขอเดินทางครั้งนี้คือได้รับเชิญไปร่วมงานเลี้ยงที่กาตาร์ ซึ่งจะมีโอกาสพบประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ คนเชิญคือเจ้าผู้ครองนครรัฐกาตาร์ เข้าใจว่าจะมีบุคคลสำคัญทั้งทางการเมืองและเศรษฐกิจระดับโลกอีกจำนวนหนึ่งมาร่วมงาน
ผมไม่กังวลที่ดร.ทักษิณไม่ได้เดินทาง ทุกครั้งที่ท่านขอแล้วศาลไม่อนุญาตก็เฉย ๆ เพราะเข้าใจกระบวนการ แต่คราวนี้พูดตรง ๆ ว่าเสียดายโอกาส เพราะดร.ทักษิณกับประธานาธิบดีทรัมป์มีสัมพันธภาพที่ดีกันมายาวนานตั้งแต่ทั้งคู่ยังเป็นนักธุรกิจ หากได้เจอกันในสถานการณ์กำแพงภาษี แม้ไม่มีวาระหารืออย่างเป็นทางการ แต่ก็น่าจะมีบทสนทนาไม่ว่าจะกับโดนัลด์ ทรัมป์เองหรือทีมงานที่เป็นประโยชน์ และนำมาขยายผลในกระบวนการเจรจาระหว่าง 2 ประเทศได้”
ทำให้วันที่ 10 พฤษภาคม 2568 “ลิซ่า” ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กตอบโต้ ณัฐวุฒิ ใสเกื้อ โดยระบุข้อความว่า
“แล้วพี่ไม่เสียดายโอกาสที่ประเทศไทยมีแพทองธารเป็นนายกฯแต่ทำอะไรไม่ได้เลยเหรอคะหรือนัยนึงก็ยอมรับแล้วว่าลูกสาวอย่างแพทองธาร ที่เป็นตัวแทนของทักษิณทำอะไรไม่ได้เหมือนพ่อ
เรียนท่านที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เก็บอาการแล้วแสดงออกอย่างเชื่อมั่นในตัวนายกฯปัจจุบันมากกว่าพ่อท่านนายกฯหน่อยค่ะ”