ลาวจ่อยกเว้นภาษีกำไร 30 ปี เพื่อดึงดูดนักลงทุน ให้มาลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมอมตะ
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) รายงานว่า รัฐบาลลาวกำลังพิจารณายกเว้นภาษีกำไร (Profit Vat) 30 ปี เพื่อดึงดูดนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศเข้ามาลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมอมตะ
โดยนิคมอุตสาหกรรมอมตะ ได้มีการศึกษาและพัฒนามาตั้งแต่ปี 2561 โดยบริษัท อมตะ ซิตี้ ลาว ซึ่งมีพื้นที่พัฒนาครอบคลุม 3 เมือง ใน 2 แขวง ได้แก่ เมืองนาหม้อ เมืองนาเตย แขวงอุดมไซ และเมืองหลวงน้ำทา แขวงหลวงน้ำทา คาดว่าการก่อสร้างจะเริ่มต้นในปีนี้
รัฐบาลลาวกำหนดเงื่อนไขเฉพาะสำหรับผู้พัฒนาและนักลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมอมตะ เพื่อรับนโยบายพิเศษนี้ พวกเขาจะต้องเป็นนักลงทุนในพื้นที่ที่ได้ลงนามข้อตกลงกับรัฐบาล ได้แก่ การลงทุนในเมืองนาหม้อ แขวงอุดมไซ และพื้นที่เมืองนาเตย แขวงหลวงน้ำทา ลงทุนในกิจกรรมส่งเสริมพิเศษที่ทางราชการกำหนด 4 ประเภท คือ
1) อุตสาหกรรมแปรรูปทางการเกษตรที่ใช้วัตถุดิบภายในประเทศเป็นหลักเพื่อการส่งออก
2) อุตสาหกรรมการผลิตแผงโซลาร์เซลล์และพลังงานหมุนเวียน
3) อุตสาหกรรมการผลิตยานยนต์และชิ้นส่วน และ
4) อุตสาหกรรมการผลิตอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์
นอกจากนี้ การลงทุนจะต้องดำเนินการภายใน 7 ปี นับจากวันที่ พรบ. ว่าด้วยนิคมอุตสาหกรรมอมตะ มีผลบังคับใช้
ผู้พัฒนาต้องปฏิบัติตามภาระผูกพัน 14 ประการ ตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 18 ของ พรบ. ฉบับรวม และต้องปฏิบัติตามภาระผูกพันเพิ่มเติมอีก 10 ประการ ตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 14 ของ พรบ. ว่าด้วยนิคมอุตสาหกรรมอมตะ
นอกจากผู้ลงทุนจะต้องปฏิบัติตามข้อผูกพัน 11 ประการ ตามมาตรา 26 ของ พรบ. ฉบับรวมแล้ว ยังต้องปฏิบัติตามข้อผูกพันเพิ่มเติมอีก 7 ประการ ตามมาตรา 18 ของ พรบ.ว่าด้วยนิคมอุตสาหกรรมอมตะ อีกด้วย
นโยบายยกเว้นภาษีกำไร 30 ปี นั้นมีให้เฉพาะนักลงทุนในนิคมอุตสาหกรรม (ผู้ที่มาตั้งโรงงาน) เท่านั้น ส่วนผู้พัฒนาจะได้รับนโยบายส่งเสริมตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายส่งเสริมการลงทุนและจะต้องดึงดูดและระดมเงินทุนจำนวน 4.5 – 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เข้าสู่เขตนิคมอุตสาหกรรมในระยะเวลา 5 – 7 ปีนับจากเริ่มต้นการพัฒนา
โครงการพัฒนาเขตนิคมอุตสาหกรรมอมตะ ถือเป็นโครงการลงทุนขนาดใหญ่อีกโครงการหนึ่งของ สปป.ลาว คาดว่าจะสร้างเม็ดเงินลงทุนมากกว่า 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ตามรายงานของสื่อมวลชนไทย
เมื่อสร้างแล้วเสร็จ อย่างไรก็ตามการยกเว้นภาษีกำไรเป็นนโยบายที่มีทั้งข้อดีและข้อเสียที่ต้องมีการวางแผนอย่างรอบคอบเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดและลดความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจในระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นการลดแหล่งรายได้ที่สามารถนำมาใช้พัฒนาประเทศ การลดความสามารถในการแข่งขันของผู้ผลิตในท้องถิ่น และอาจนำไปสู่การละเลยภาคส่วนอื่นๆ และเศรษฐกิจไม่พัฒนาอย่างเต็มที่ เป็นต้น
อ่านรายงานฉบับเต็มของ DITP ที่นี่ – https://www.ditp.go.th/post/199689