Newsนโยบายสาธารณะและการพัฒนากรณ์ชื่นชมตุลาการ เรียกร้องยกเลิกหลักสูตร ชี้ ‘บยส.’ เป็นหลักสูตรที่ฝืนความรู้สึกที่สุด

กรณ์ชื่นชมตุลาการ เรียกร้องยกเลิกหลักสูตร ชี้ ‘บยส.’ เป็นหลักสูตรที่ฝืนความรู้สึกที่สุด

กรณ์ จาติกวณิช อดีต รมว. คลัง และอดีตหัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า โพสต์ข้อความแสดงความชื่นชมต่อกรณีที่ บุญเขตร์ พุ่มทิพย์ อธิบดีผู้พิพากษาศาลภาษีอากรกลาง และอนุรักษ์ สง่าอารีย์กูล ผู้พิพากษาศาลฎีกาและกรรมการตุลาการ ได้ทำหนังสือถึงประธานศาลฎีกาในฐานะประธานกรรมการบริหารศาลยุติธรรม และประธานกรรมการตุลาการ

 

เพื่อเรียกร้องให้มีการยกเลิกหลักสูตรผู้บริหารกระบวนการยุติธรรมระดับสูง (บ.ย.ส.) และกำหนดไม่ให้ผู้พิพากษาเข้าร่วมอบรมหลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร (ว.ป.อ.) หลักสูตรการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยสำหรับนักบริหาระดับสูง (ป.ป.ร.) หลักสูตรผู้บริหารระดับสูงสถาบันวิทยาการตลาดทุน (วตท.) หรือหลักสูตรอื่นในลักษณะเดียวกัน โดยมีข้อความว่า

 

ขอชื่นชมตุลาการทั้งสองท่านที่ได้เรียกร้องให้ยกเลิกหลักสูตร บยส. และท้วงมิให้ตุลาการเข้าเรียนหลักสูตรต่างๆเช่น วปอ. หรือ วตท.

 

ส่วน บยส. (ย่อจาก ‘ผู้บริหารกระบวนการยุติธรรมระดับสูง’) นั้นน่าจะเป็นหลักสูตรที่ฝืนความรู้สึกที่สุด เพราะเอกชนแทบทุกคนที่แย่งกันเข้าเรียนล้วนหวังว่าการเข้าเรียนจะทำให้ ’มีพวก’ เป็นผู้พิพากษา ซึ่งไม่ต้องขยายความก็คิดได้ว่ามันผิดอย่างไร

 

ตามที่ท่านได้แสดงความเห็นชัดเจนและตรงไปตรงมา หลักสูตรเหล่านี้แม้มีประโยชน์จริง แต่มีข้อเสียมากกว่าในการเป็นแหล่งบ่มเพาะการสร้าง connection ที่นำไปสู่การส่งเสริมระบบอุปถัมภ์ และการทุจริตต่อหน้าที่

 

Connection ที่ว่าเป็นสิ่งที่ทุกคนที่เข้าร่วมหลักสูตรแสวงหา มองอีกมุมคือการแสวงหาความได้เปรียบนั่นเอง ซึ่งเป็นการได้เปรียบจากการ know who ไม่ใช่ know how

 

ปัญหาคือแข่งกันแบบนี้ คือการแข่งกันแย่งเค็กก้อนเท่าเดิม แทนที่จะเป็นการแข่งกันทำให้เค้กก้อนใหญ่ขึ้น

 

ช่วง 30 ปีทีผ่านมาดูเหมือนผู้บริหารระดับสูงในองค์กรต่างๆของไทยขยันเสริม know who มากขึ้นเรื่อยๆ คนหนึ่งวิ่งเต้นจ่ายเงินครั้งละหลายแสนเข้าเรียนหลายหลักสูตร เรียนยังไม่พอแต่มีการจัดกิจกรรมนอกห้องเรียนเพิ่มเติมมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ก่อนบางรุ่นปิดสนามจัดกอล์ฟระดมทุนรุ่นละครั้ง เดี๋ยวนี้รุ่นเดียวมีจัด 6 ครั้งติดๆกัน เยอะขึ้นเรื่อยๆจนพวกกันเองยังระอา 

 

มีเพื่อนนักธุรกิจบางคนเข้าร่วมเรียนทั้งๆที่ไม่ชอบ เบื่อต้องร่วมวงเหล้าดึกดื่น แต่ก็ต้องยอมรับสภาพความจริงการ ‘อยู่ให้เป็น’ ในสังคมไทย – สังคมที่เสียเปรียบถ้าไม่มีพวก 

 

ผมว่า ’การมีพวก‘ สำคัญในทุกสังคม ส่วนใหญ่มาจากรุ่นเรียนโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัย แต่ของไทยเราแค่นี้ไม่พอ เราสร้างรุ่นขึ้นมาอีกมากมาย ลงทุนกับการสร้าง connection อย่างเป็นระบบ 

 

ผมเองพูดในฐานะคนที่ไม่เคยเรียนหลักสูตรใดๆ ซึ่งผมถือว่าผมก็มีความก้าวหน้าในชีวิตพอสมควร แต่หากเรียนหลักสูตรอาจไปได้ไกลกว่านี้หรือไม่ผมไม่ทราบ เพราะจริงๆผมตระหนักเสมอว่าการมี connection เยอะมีข้อเสียเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นความเป็นส่วนตัวที่หายไป หรือความเกรงใจต่อพวกที่เป็นข้อจำกัดในการทำตามหน้าที่

 

ที่พูดมาทั้งหมดนี้ไม่ใช่ผมไม่เคยมีส่วนร่วมในระบบอุปถัมภ์นี้ สมัยที่ผมอยู่ในตำแหน่ง ผมก็ได้ฝากคนโน้นคนนี้เข้าเรียนในหลักสูตรต่างๆอยู่หลายคน ส่วนตัวผมเองพยายามที่จะอยู่ให้ได้โดยไม่ออกไปแสวงหา connection มากเกินไป (ส่วนหนึ่งเพราะไม่ชอบ ส่วนหนึ่งเพราะขี้เกียจ) แต่ก็ได้ช่วยหลายคนที่ต้องการเข้าหาสังคมนี้

 

และผมก็ไม่เคยปฏิเสธที่จะไปบรรยายให้กับแทบทุกหลักสูตร 

 

ดังนั้น ผมก็เป็นหนึ่งคนที่เป็นส่วนของระบบนี้ แต่วันนี้เมื่อมีผู้ออกมาบอกว่า ’พอแล้ว‘ กับระบบนี้ ผมเห็นดีด้วยเต็มที่ และขอร่วมสนับสนุนด้วยอีกคน

 

เอาเวลาไปช่วยกันสร้าง know how ดีกว่าครับ ประเทศจะได้พัฒนาเสียที




เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้ที่มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้งานเว็บไซต์ได้อย่างเป็นปกติ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณ เพื่อให้เราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมและความสนใจของคุณ

บันทึกการตั้งค่า