โรงเรียนกำเนิดวิทย์ และสถาบันวิทยสิริเมธี หัวหอกสำคัญด้านการศึกษา ที่จะนำพาประเทศไทย ไปสู่ประเทศแห่งการวิจัยและพัฒนานวัตรกรรม
มองย้อนอดีตกลับไปในปลายทศวรรษก่อน หลังสงครามโลก ประเทศไทยในเวลานั้น ยังไม่มีรากฐานด้านอุตสาหกรรมอะไรเลย ในทางหนึ่งพึ่งพาการลงทุนจากต่างชาติ และในอีกทางหนึ่ง ประเทศลงทุนสร้างอนาคตของชาติ ผ่านการศึกษา
ประเทศไทยในเวลานั้น กำหนดเป้าหมายที่จะยกระดับประเทศ ขึ้นสู่ความเป็นชาติอุตสาหกรรม จึงมุ่งเน้นผลักดันให้เยาวชนได้เรียนรู้ในสาขาวิชาวิทยาศาสตร์ จนเกิดเป็นค่านิยมของคนสมัยนั้นว่า เด็กที่เก่งคือเด็กที่เรียนสาขาวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะสาขาแพทยศาสตร์ และวิศวกรรมศาสตร์ ซึ่งสุดท้าย ประเทศไทยประสบความสำเร็จในการพัฒนาประเทศไปสู่ความเป็นชาติอุตสาหกรรม
อย่างไรก็ดี การศึกษาด้านวิทยาศาสตร์สมัยนั้น ส่วนใหญ่จะเน้นไปที่การ “เรียนให้รู้” ซึ่งนำไปสู่การ “เรียนแบบท่องจำ” เพื่อให้มีพื้นฐานมากเพียงพอ ที่จะนำไปประยุกต์ใช้กับเทคโนโลยี และวิทยาการจากชาติพัฒนาแล้วที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทย ซึ่งเพียงพอแล้วกับ การเป็นประเทศผู้ใช้เทคโนโลยีเพื่อการผลิตขั้นพื้นฐาน
นับตั้งแต่ที่ประเทศไทยมีการกำหนด “ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี” ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงทิศทางอุตสาหกรรมของประเทศไทยใหม่ เพื่อยกระดับขีดความสามารถ ในการแข่งขันเชิงอุตสาหกรรมของประเทศ จากความเป็น “ผู้ผลิตขั้นพื้นฐาน” สู่ความเป็น “อุตสาหกรรมและการบริการแห่งอนาคต” ซึ่งเป็นการยกระดับขีดความสามารถด้านอุตสาหกรรมของประเทศขึ้นไปสู่ระดับที่สูงขึ้น
นั่นหมายความว่า “การเรียนแบบท่องจำ” แบบเดิม ๆ นั้นไม่เหมาะสมกับอนาคตของประเทศไทยอีกต่อไป แต่ต้องยกระดับขึ้นไปสู่การเรียน “เพื่อให้เข้าใจ” และมีความสามารถในการวิจัยและพัฒนา
เพื่อตอบสนองต่อเป้าหมายทางยุทธศาสตร์ของประเทศไทย ยกระดับไปสู่ความเป็น “ชาติอุตสาหกรรมและการบริการแห่งอนาคต” การศึกษาในสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแบบใหม่ มีความจำเป็นที่จะต้องถูกสร้างขึ้นมา
กลุ่ม ปตท จึงลงทุนเพื่ออนาคตของชาติ ด้วยการสร้าง สถาบันวิทยสิริเมธี (VISTEC) ซึ่งให้การศึกษาในระดับบัณฑิตศึกษา และโรงเรียนกำเนิดวิทย์ (KVIS) ในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย โดยใช้พื้นที่ “วังจันทร์วัลเลย์” (โครงการนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก) ซึ่งตั้งอยู่ในเขต EEC เพื่อสร้างบุคลากรด้านการวิจัยและสร้างสรรนวัตรกรรมใหม่ ๆ ตอบสนองต่ออุตสาหกรรมใหม่ และอนาคตของประเทศ
โรงเรียนกำเนิดวิทย์ เป็นโรงเรียนสายสามัญ มุ่งเน้นการศึกษาด้านคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่กำหนดเป้าหมายให้ผู้เรียนมีคุณลักษณะของนักวิจัย นักประดิษฐ์ และนักนวัตกรรมชั้นนำของประเทศในอนาคต มีความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับหลักการพื้นฐานด้านคณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์อย่างลึกซึ้ง จนสามารถต่อยอดและพัฒนาได้
นักเรียนที่ผ่านการคัดเลือกจนได้เข้าเรียน จะรับการสนับสนุนจากโรงเรียน ทั้งค่าเรียน, ค่าที่พัก และค่าอาหาร และจะได้รับการศึกษาในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม พร้อมผู้สอนที่ชำนาญการ และวัสดุอุปกรณ์เพื่อการศึกษาที่ดีที่สุด เพื่อการสร้างนักวิจัยที่มีคุณภาพสูงในอนาคต โดยผู้ปกครองนักเรียนจะไม่ต้องกังวลด้านค่าใช้จ่ายใด ๆ
ส่วน สถาบันวิทยสิริเมธี เป็นสถาบันการศึกษาในระดับอุดมศึกษา ที่มุ่งเน้นการจัดการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ และเทคโนโลยี โดยมีศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชั้นแนวหน้า (Frontier Research Center) เป็นศูนย์กลาง
ในปี 2563 ภายหลังการก่อตั้งเพียง 5 ปี สถาบันวิทยสิริเมธี ได้รับการจัดอันดับจาก Nature Index ให้เป็นมหาวิทยาลัยอันดับ 1 ของประเทศไทย ที่มีผลงานวิจัยชั้นเลิศในทุกสาขาวิชาด้านวิทยาศาสตร์ธรรมชาติ (Nature Science) และเป็นอันดับ 4 ของภูมิภาคอาเซียน ซึ่งมีเพียงแค่มหาวิทยาลัยของประเทศสิงคโปร์เท่านั้นที่มีอันดับสูงกว่า อีกทั้งยังเป็นอันดับ 1 ของประเทศไทย ในสาขาวิชาเคมีอีกด้วย
เวลานี้ เป็นช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงประเทศ ไปสู่ “ไทยแลนด์ 4.0” ยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศไปสู่ความเป็นชาติพัฒนาแล้ว ที่มีขีดความสามารถในการวิจัยและพัฒนาองค์ความรู้ใหม่ของตนเอง โรงเรียนกำเนิดวิทย์ และสถาบันวิทยสิริเมธี นับเป็นหัวหอกสำคัญของประเทศ ที่จะสร้างทรัพยากรมนุษย์ สร้างคนรุ่นใหม่ เพื่อนำพาประเทศไทยไปสู่ความเจริญก้าวหน้าได้อย่างยั่งยืน
โดย ศิราวุธ ภุมมะกสิกร