จ่อผลิตบุหรี่ไฟฟ้า เพื่อการส่งออกต่างประเทศ ‘จุลพันธ์’ รับข้อร้องเรียนปัญหาบุหรี่เถื่อนทะลักเข้าประเทศ ชี้โครงสร้างภาษีมีความซับซ้อน ตัดสินใจเลยไม่ได้
นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังรับหนังสือร้องเรียนเรื่องปัญหาบุหรี่ผิดกฎหมาย โดยนายกสมาคมการค้ายาสูบไทย ผู้แทนภาคีเครือข่ายชาวไร่ยาสูบแห่งประเทศไทยและประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจยาสูบการยาสูบแห่งประเทศไทย
โดยภาคีเครือข่ายได้ทำการร้องเรียนว่าสภาพปัญหาการค้าบุหรี่ผิดกฎหมายในประเทศไทยที่ทวีความรุนแรงขึ้นเป็นอย่างมาก พร้อมทั้งนำเสนอแนวทางในการแก้ไขปัญหาเพื่อยกระดับการปราบปรามบุหรี่ผิดกฎหมายของภาครัฐ เป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของผู้เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมยาสูบ
ซึ่งนายจุลพันธ์ได้จัดให้มีการประชุมระหว่างภาคีเครือข่าย ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และภายหลังการประชุมนายจุลพันธ์เปิดเผยว่าการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตยาสูบ เมื่อปี 2560 ส่งผลให้เกิดช่องว่างระหว่างบุหรี่ต่างประเทศกับบุหรี่ในประเทศ
รวมทั้งยังมีปัญหาเรื่องบุหรี่เถื่อนที่มีการลักลอบนำเข้ามาขายในประเทศไทยจำนวนมาก สร้างปัญหาให้กับอุตสาหกรรมบุหรี่อย่างหนัก ถึงแม้ว่าหน่วยงานภาครัฐจะมีการกำกับดูแลอย่างเข้มงวดแล้วก็ตาม
ในส่วนของโครงสร้างภาษีสรรพสามิตยาสูบนั้น มีความจำเป็นจะต้องหารือในหลายมิติ เนื่องจากมีความซับซ้อน ไม่สามารถสรุปได้โดยง่าย จำเป็นต้องใช้เวลา และในปัจจุบันโครงสร้างภาษีสรรพสามิตยาสูบมี 2 อัตรา
1 ยาสูบที่มีราคาค้าปลีกต่ำกว่า 72 บาทจัดเก็บภาษีในอัตรา 25%
2 ยาสูบที่มีราคาค้าปลีกมากกว่า 72 บาทจัดเก็บภาษีในอัตรา 42%
อีกทั้งยังมีการจัดเก็บภาษีอีกมวนละ 1.25 บาท, ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) และภาษีที่ต้องตัดจ่ายให้กับองค์กรต่าง ๆ เช่น สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.), กองทุนพัฒนากีฬา, กองทุนคนชรา เป็นต้น รวมไปถึงภาษีพัฒนาท้องถิ่น ที่จะต้องหารือกันถึงโครงสร้างทั้งหมดว่าจะมีการดำเนินการอย่างไร
สำหรับการลดราคาค้าปลีกให้ต่ำลงนั้นยังมีข้อดีและข้อเสีย โดยผลดีคือลดแรงจูงในในการลักลอบนำเข้าบุหรี่เถื่อน แต่ผลเสียคือปริมาณการบริโภคบุหรี่อาจจะสูงขึ้น ต้องพิจารณาถึงผลกระทบต่อสังคมด้วย จึงต้องขอเวลาในการพิจารณาเพื่อให้ได้ข้อสรุปที่เป็นประโยชน์สูงสุด
อย่างไรก็ดีอาจจะมีการเพิ่มโควตาในการรับซื้อใบยาเพิ่ม อีกทั้งยังได้มอบหมายให้หน่วยงานศึกษาเรื่องการนำใบยาสูบของเกษตรมาผลิตเป็นมวนบุหรี่ไฟฟ้า เพื่อการส่งออก เนื่องจากมีความต้องการอยู่มาก และสามารถกระทำได้เลยโดยไม่ต้องแก้ไขกฎหมาย
สำหรับข้อเรียกร้องขอเงินชดเชย 80 ล้านบาทในปี 2567 ของเกษตรกรผู้ปลูกใบยาสูบนั้น ขอรับไปพิจารณาก่อนว่าจะใช้งบส่วนใด หรือใช้กลไกใดในการให้ความช่วยเหลือ