สัญญาณไม่ดี ลดพนักงาน-หันไปจ้างชั่วคราว ‘สภาพัฒน์’ ชี้บริษัทไทยกว่า 25% มีแนวโน้มปรับโครงสร้างองค์กร ลดพนักงานประจำ และ เปลี่ยนไปใช้สัญญาจ้างแทน
นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยรายงานภาวะสังคมไทยไตรมาส 2 ปี 2568 ว่า ตลาดแรงงานไทยมีสัญญาณฟื้นตัวเล็กน้อย โดยมีผู้มีงานทำรวม 39.5 ล้านคน เพิ่มขึ้น 0.02% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยแรงงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 0.4% ขณะที่แรงงานภาคเกษตรลดลง 0.9%
ชั่วโมงการทำงานเฉลี่ยอยู่ที่ 42.7 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ส่วนแรงงานภาคเอกชนทำงานเฉลี่ย 46.9 ชั่วโมง ผู้ทำงานล่วงเวลาลดลง 8% เหลือ 6.3 ล้านคน ขณะที่ค่าจ้างแรงงานโดยรวมลดลง 1.9% แม้ค่าจ้างแรงงานในระบบและภาคเอกชนจะปรับเพิ่มขึ้น 2.5% และ 2.4% ตามลำดับ
อัตราการว่างงานอยู่ที่ 0.91% หรือราว 3.7 แสนคน ใกล้เคียงกับไตรมาสก่อน โดยผู้ว่างงานที่จบอุดมศึกษายังมีสัดส่วนสูง ส่วนผู้เสมือนว่างงานเพิ่มขึ้น 5.2% อยู่ที่ 2.1 ล้านคน ส่วนใหญ่ในภาคเกษตร
สศช.ระบุว่าองค์กรจำนวนมากเริ่มปรับรูปแบบการจ้างงาน โดยหันไปใช้แรงงานพาร์ทไทม์และสัญญาจ้างมากขึ้น เพื่อรับมือกับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและลดต้นทุน โดยผลสำรวจจาก Jobsdb พบว่าในปี 2567 บริษัทกว่า 25% มีแนวโน้มลดพนักงานประจำและปรับโครงสร้างองค์กร
ข้อมูลย้อนหลังพบว่าอัตราการจ้างงานพาร์ทไทม์ในองค์กรขนาดกลางและใหญ่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน โดยพนักงานประจำไม่เต็มเวลาเพิ่มจาก 6% ในปี 2565 เป็น 42% ในปี 2567 ขณะที่พนักงานสัญญาจ้าง/ชั่วคราวไม่เต็มเวลาเพิ่มจาก 4% เป็น 28% ในช่วงเวลาเดียวกัน
สศช.เตือนว่าแนวโน้มนี้อาจกระทบต่อความมั่นคงในการทำงาน รายได้ และสิทธิแรงงาน พร้อมแนะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบให้การดำเนินงานของสถานประกอบการเป็นไปตามกฎหมาย นอกจากนี้ ยังมี 4 ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องจับตา ได้แก่
1. ผลกระทบจากการปรับภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ซึ่งอาจกระทบต่อการจ้างงานในหลายอุตสาหกรรม โดยเฉพาะสินค้าเกษตร
2. การขาดแคลนแรงงานต่างด้าวจากการไม่ต่อใบอนุญาตทำงาน และมาตรการของประเทศต้นทางที่เร่งให้แรงงานกลับประเทศ
3. ความเสี่ยงจากอันตรายในการทำงานที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในภาคการผลิตและก่อสร้าง ซึ่งอาจส่งผลต่อสถานะทางเศรษฐกิจและจิตใจของแรงงาน 4. การเปลี่ยนแปลงรูปแบบการจ้างงานที่อาจส่งผลต่อเสถียรภาพของตลาดแรงงานในระยะยาว
ด้านเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 2/2568 ขยายตัว 2.8% ชะลอลงจาก 3.2% ในไตรมาสก่อน โดยได้รับแรงหนุนจากภาคเกษตรและการส่งออก ขณะที่ภาคบริการและการใช้จ่ายภาคเอกชนชะลอตัว ดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุล 600 ล้านดอลลาร์ เงินเฟ้อทั่วไปติดลบ 0.3% เป็นครั้งแรกในรอบ 5 ไตรมาส ส่วนเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ 1%
สศช.ปรับประมาณการ GDP ปี 2568 ใหม่ อยู่ที่ 1.8–2.3% จากเดิม 1.3–2.3% โดยคาดว่าเงินเฟ้อจะอยู่ในช่วง 0.0–0.5% และดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุล 2.1% ของ GDP
#TheStructure
#TheStructureNews
#ว่างงาน #ผู้ประกอบการ #แรงงานไทย